rattikarn0124578

งานเขียนของนิวัตให้ความรู้สึกอย่างนั้น จากมุมมองของพลซุ่มยิงสังหารอารมณ์ที่เฝ้ารอเวลาอันเหมาะสม สังเกตทุกรายละเอียดแม้เล็กน้อย คอยอย่างใจเย็น แล้วทันทีที่ฝูงนกโผขึ้นฟ้าด้วยตกใจเสียงปืนลั่นนั่นก็ได้แปลว่ามีบางสิ่งถูกเด็ดปลิวไปแล้ว ซึ่งนิวัตก็ไม่เคยพลาดเป้าเสียด้วย

“รัตติกาลของพรุ่งนี้” ตั้งคำถามกับสิ่งที่เราเชื่อและความจริงที่ลวงตา นวนิยายบางเฉียบพุ่งเสียบขั้วหัวใจของเผด็จการ อีกผลงานน่าประทับใจจากสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรมที่นักอ่านอินดี้ไว้วางใจยาวนาน

wiwat2527_009

ตัวละครหลักในเรื่องมีความแปลกแยกจากพื้นที่ที่มีชีวิตอยู่ โดยมีตัวละครรองที่ตัวละครหลักหวังไว้ว่าจะเป็นที่พักพิงทางด้านจิตใจในช่วงที่กระแสการเมืองรุนแรง แต่ก็เปล่า ตัวละครรองเหล่านั้นช่วยส่งเสริมความแปลกแยกมากขึ้นไปอีก ส่งผลให้ตัวละครหลักเป็นผู้อยู่แสนไกล เป็นผู้ที่ไม่ได้อยู่พื้นที่นี้ เป็นเพียงอะไรก็ไม่รู้ที่น่ากำจัดไปพ้นๆ หรือไม่ก็ปล่อยให้แห้งเหี่ยวเฉาตาย

Screen shot 2014-10-11 at 1.30.33 PM

ชมภาพประทับใจในงานสัปดาห์หนังสือ บู๊ธ Alternative Writers

ratikarn007

มีคนเคยบอกว่า “วรรณกรรม” กว่าจะก่อร่างสร้างขึ้นมาได้
มันมักจะช้าเกินการณ์ กว่าจะมีนิยายที่เล่าเรื่องยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เวลาก็ผ่านไปหลายปีแล้ว
กว่าจะมีนิยายที่พูดถึง วิกฤตฟองสบู่
เราก็เจอวิกฤตอื่นซ้ำเข้าไปแล้ว

10653643_650782835019151_7312358638844600141_n

อ่านเล่มนี้จบแล้ว คงไม่มีคำวิจารณ์เก๋ๆ เท่ๆ ฉลาดๆ เพราะเป็นแค่คนที่ชอบอ่านหนังสือคนหนึ่งเท่านั้น
อ่านจบแล้วย้อนนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา นึกถึงการถือป้ายประท้วง ด้วยคำคม (คน) เท่ๆ วาดหน้าทักษิณใส่ไว้ ตอนกลับบ้านไปเยี่ยมแม่แล้วเจอม็อบพอดี

Image-1

ทำไมเราไม่รังเกียจพวกเขาเหล่านั้น เราถูกฝังชิปหรือเปล่า หรือเราเลือกที่จะปิดตาไว้หนึ่งข้าง เพื่อที่จะมองไม่ได้ถนัดถนี่ (เขียนถูกหรือเปล่าไม่รู้) มีหลายจุดให้ฉุกคิด มีหลายประโยคที่ชอบ เราชอบนายกฯ คนปัจจุบัน แต่เราไม่เห็นด้วยที่แกเป็นนายกฯ

wiwatchaniya01


Chaniya Pongworawat

งดงามยามบ่าย อ่านจนวางไม่ลง อ่านแล้วตีแผ่ความคิดความรู้สึกลึกๆ ของชนชั้นกลาง ชนชั้นกลางที่เป็นชนชั้นกลวง นี่มันเศร้าลึกจริงๆ และ หนึ่งในนั้นคือการจารึกเรื่องราวในประวัติศาสตร์การเมืองครั้งยิ่งใหญ่ สามารถแฝงในนิยายอย่างงดงามที่สุด

อ่านแล้วจุก ว่านี่ความรู้สึกที่ซ่อนในใจช้านนี่ แล้วอันนี้เป็นบริบทของคนนั้นที่ทำแบบนั้นลงไปนี่ สุดๆ แห่งปีแล้วค่ะเล่มนี้
4.8 / 5 ค่ะ

Screen shot 2014-10-07 at 9.21.59 AM

งานมหกรรมหนังสือเดือนตุลาคมกลับมาอีกครั้ง เมื่อมีงานหนังสือทีไรทำให้คิดถึงเพื่อนพ้องน้องพี่ นักอ่าน-นักเขียน เพราะเป็นโอกาสเดียวที่เราจะได้พบกัน เลือกซื้อหนังสือที่ไม่เคยอยู่บนแผงร้านหนังสือใหญ่ พบปะ พูดคุย และอัพเดตสถานการณ์ชีวิต วีดีโอนี้ผมรวบรวมภาพถ่ายในงานสัปดาห์หนังสือครั้งที่ 42 เมื่อต้นปี ตอนทำเสร็จแล้วก็ดูแล้วดูอีกหลายสิบรอบก็ไม่เบื่อ คิดถึงทุกคนนะครับ แล้วพบกันในงาน คลิกเข้าไปดูวีดีโอกันนะครับ

unnamed

เวลาป้าอ้อมอ่านหนังสือ
นอกจากการแทะแจ๊บๆ เยี่ยงหนอนหิวโซและชอบหม่ำหนังสืออร่อยๆ แล้ว
ป้าอ้อมยังเคยใช้ตัวหนังสือทำมาหากินมาบ้าง
ฉะนั้นเวลาหยิบหนังสือแต่ละเล่มขึ้นมาแทะ
จึงอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงจึ๊กจั๊กจุ๊กจิ๊กอยู่ในหัว

vikarn

“รัตติกาลของพรุ่งนี้” เล่าเรื่องชายสองคนที่มีชีวิตอยู่ต่างห้วงเวลา หนึ่งนั้นเดินทางจากอดีตเพื่อหลงทางในอนาคต อีกหนึ่งนั้นดำรงอยู่ปัจจุบันเพื่อหลงทางในอดีตอันแสนไกล…

We Imar: อ่าน “อีกวันแสนสุขในปี 2527″ จบแล้ว ชอบมาก
กับคนที่ยกธงขาว ยอมแพ้วรรณกรรมแล้ว เล่มนี้เตือนให้เรารู้ว่า fiction มีอาณาบริเวณที่งานเขียนแนวสารคดี แนววิชาการ หรือแนวอื่นๆ ไม่สามารถย่างเหยียบเข้าไปได้
คือคุณสามารถอ่านบทวิเคราะห์ “สลิ่ม” ของ อ. นิธิ อ. เกษียร หรือ อ. ยุกติ สักแค่ไหน คุณสามารถเอาปรากฏการณ์ม็อบนกหวีดไปเปรียบเทียบกับมวลชนนาซี แต่มันก็ไม่มีทางเหมือนการอ่านชีวิตสมมติของสลิ่มคนหนึ่ง
คุณเข้าใจปรากฎการณ์ล่าแม่มด แต่การได้สัมผัสมันผ่านชีวิตตัวละครก็ให้อีกรสชาติหนึ่งที่ทดแทนกันไม่ได้
warit

มันเหมือนเรานั่งดูการเล่นมายากลจนจบแล้วต่างก็ปรบมือ
เราไม่รู้หรอกว่าทริคของมันคืออะไร
ที่เรารู้คือเวทมนต์ไม่มีอยู่จริง
และเราก็แค่ถูกหลอกด้วยเทคนิคใดเทคนิคหนึ่งเท่านั้นเอง

page

สิ่งที่โลดแล่นอยู่บนหน้ากระดาษ เราไม่สามารถถอนสายตาไปจากบรรทัดใดได้จนกว่าหน้าสุดท้ายจะปิดลง เพราะทุกเรื่องราว ทุกตัวละครล้วนสัมผัสใจ และกระทบความรู้สึกอย่างรุนแรง

rattikan

ทุกระยะเล่า เป็นเหมือนภาพถ่ายขาว-ดำที่มีน้ำหนักของสีชัดสด เป็นเหมือนบทกวีที่ไม่พร่ายพร่ำ และท้องเรื่องนั้นเคยเฉียดใกล้กับพล้อตที่หล่อนเคยอยากเขียนถึงโลกใหม่ที่ไร้หนังสือ

wannachathan

ของเค้าโหดขนาดนี้
จะชวนอ่านก็เกรงใจ
บอกได้แค่ว่า เกิดมาเป็นหนอนทั้งที นี่เป็นหนังสือลำดับต้น ๆ
ที่ป้าอ้อมคงเสียใจ ถ้าไม่ได้อ่าน

10428142_729543687118955_3804402052557827818_n
anotherday_filmsick

หล่อนรู้สึกเซ็กซี่เสมอเมื่อได้อ่านหนังสือ
ดังนั้นหากได้อ่านมันในวันที่ได้อยู่กับบ้าน
หล่อนจะเปลือยเปล่าทุกครั้ง ไม่ยกเว้นเช่นกันในครั้งนี้

vikarn2527

ทุกครัั้งที่อ่านงานของวิวัฒน์จบเรามักจะรำพึงกับตัวเองเสมอๆ ว่าต้องเขียนให้ได้แบบนี้ ไปให้สุดทางอย่างนี้ และเล่มนี้เราก็ยังรู้สึกอย่างนั้นอยู่ เราชอบภาษาชอบวิธีการเล่าเรื่องในแบบวิวัฒน์ จังหวะที่ถ้อยคำมันไหลรื่นไปมันทำให้เรารู้สึกถูกเข้าอกเข้าใจจากใครสักคน อยากให้หามาอ่านกันนะครับเล่มนี้

kortsak

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามีความรู้สึกเดียวกับหนังสือขึ้นหิ้ง 1984 ของจอร์จ ออร์เวล ในเรื่องของการสร้างสังคมที่โดนครอบงำโดยอำนาจแบบเผด็จการที่ปกครองสังคมด้วยอะไรบางอย่างที่เชื่อว่าเป็นสิ่งดี ซึ่งตอนอ่าน 1984 เราก็พยายามคิดถึงสังคมบ้านเราตลอด ทั้งในช่วงก่อนและหลังรัฐประหารที่ผ่านมา

kla

ขอกล่าวอีกครั้งว่า คุณความดีของวิวัฒน์ เลิศฯ คือ ทำให้เราเขียนหนังสือแนวที่เราอยากเขียนได้สบายใจ เพราะแนวที่เราอยากอ่าน อยากให้มีปรากฎในโลก แต่ไม่อยากเขียนเอง มีคนเขียนแล้ว และเขียนได้ดีแบบที่เราไม่มีปัญญาไปถึงด้วย