ผู้ปลดปล่อยจิตวิญญาณด้วยเสียงเพลง


Eric Dolphy: Far Cry

ผู้ปลดปล่อยจิตวิญญาณด้วยเสียงเพลง

เอริค ดอลฟี เป็นนักดนตรีแจ๊สที่มีเอกลักษณ์ทางเสียงดนตรีมากที่สุดคนหนึ่งของปาธวิถีแจ๊ส ทักษะสำเนียงการเป่าอัลโตแซก ฟลุ๊ต และเบสคาริเนต ล้วนแล้วแต่สร้างอัตตาทางดนตรีและตัวตนของดอลฟีราวกับเป็นเนื้อเดียวกับเสียงที่เปล่งพลังงานออกมา ด้วยวิธีการเป่าอันเป็นเอกลักษณ์นี้ทำให้ดอลฟีเป็นนักดนตรีแจ๊สที่ส่งอิทธิพลในการทำงานให้กับศิลปินต่อๆ มา ไม่ว่าเป็นคนแจ๊สในยุคเดียวกันหรือคนแจ๊สในยุคหลัง

ผลงานของดอลฟีทั้งอัลบัมส่วนตัว และเป็นแขกรับเชิญให้เพื่อนรักอย่างโอลิเวอร์ เนลสัน ล้วนแล้วแต่ได้สร้างซาวด์ดนตรีเฉพาะตัว อีกมุมหนึ่งเป็นการวางพื้นของฟรีแจ๊สอย่างค่อยเป็นค่อยไป เสียงที่ดอลฟีสร้างสรรค์จากเครื่องดนตรีของเขาจึงมิใช่แค่โน๊ตดนตรีเท่านั้น ทว่ามันแฝงจิตวิญญาณในทุกโน๊ตที่เขาเล่น มันแสดงภาวะตัวตนที่มีพลังดุจเดียวกับการค้นหาท่วงทำนองใหม่ ๆ ของแจ๊ส ซึ่งดอลฟีคิดว่าดนตรีไม่มีกำแพง ไม่มีที่สิ้นสุด มีแต่มุ่งหน้าไปสู่พื้นที่ใหม่เสมอ เช่นเดียวกับการย้ายไปอยู่ในยุโรปช่วงท้ายชีวิตแสนสันของดอลฟี

สำหรับผลงานชุด Far Cry ชุดนี้ เป็นการอัดแผ่นเสียงให้กับสังกัด New Jazz (NJ LP8270) ซึ่งเป็นสังกัดหนึ่งภายใต้สังกัด Prestige โดยมีนักดนตรีหนุ่มอย่าง Booker Little มาเป่าทรัมเปต ในภาคริทึ่มได้ Jaki Byard เล่นเปียโน Ron Carter เล่นเบส และ Roy Haynes เล่นกลอง มาร่วมงาน

เพลงแรกของอัลบัม Mrs. Parker of K.C. เปิดเพลงด้วยการเสียงประสาน ก่อนที่ Booker Little จะโซโลทรัมเปตด้วยสำเนียงที่น่าฟัง จากนั้นเปียโนก็บรรเลงเดี่ยวช่วงสั้น ๆ ก่อนที่ดอลฟีจะเป่าอัลโตแซก ด้วยสำเนียงเริงร่าแต่เต็มไปด้วยความครุ่นคำนึงราวก่อนจะส่งให้รอน คาร์เตอร์โซโลเบส และปิดท้ายการโซโลกลองของรอน เฮเนส ก่อนจะกลับมาด้วยเสียงประสานท่วงทำนองหลัก

เพลงที่สอง Ode To Charlie Parker เพลงนี้เป็นเพลงที่มีท่วงทำนองไพเราะเป็นอย่างยิ่ง ดอลฟีใช้ฟลุ๊ต เครื่องดนตรีอีกชิ้นที่เขาใช้สร้างเสียงแห่งแจ๊สได้โดดเด่นมากที่สุดชิ้นหนึ่ง เปิดเพลงมาด้วยการประสานเสียงฟลุ๊ตกับทรัมเปต เครื่องดนตรีทั้งสองเหมือนจะมีวิถีในการโซโลที่อิสระแต่กลมกลืน เสียงฟลุ๊ตในช่วงแรกของดอลฟีน้ำเสียงออกเศร้าบีบเค้น เหมือนเดินอยู่ในที่มืดไร้แสงสว่าง หนาวเหน็บและเย็นเฉียบ ก่อนที่ดนตรีจะมาเริ่มคลี่คลายในช่วงกลางเพลงด้วยจังหวะที่เร็วขึ้น และส่งต่อให้ทรัมเปตได้เล่าเรื่องต่อ ก่อนจะจบลงด้วยการประสานท่วงทำนองหลัก เสียงฟลุ๊ตและทรัมเปตนั้นทั้งเศร้าหวาน อ่อนละมุน ในช่วงนี้เราสามารถแยกฟังเครื่องดนตรีทั้งสองชิ้นอิสระจากกัน มันเป็นการประสานที่มีลีลาแตกต่างกันนั่นเองเพลงสุดท้ายในหน้าเอ Far Cry เพลงเด่นอีกเพลงที่มีซาวด์ใหม่ ๆ ที่เอริคคิดว่า เขาน่าจะสร้างเสียงที่ผู้คนยังคงต้องระลึกถึงเขาเสมอ เพลงนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าดอลฟีได้ก้าวสู่ความก้าวหน้าของการสร้างสรรค์วิถีแจ๊ส

มาถึงหน้าบีเพลงแรก Miss Ann เป็นเพลงที่ดอลฟีวาดโครงคร่าว ๆ ว่าหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งดูมีความสุขสนุกสนาน เอริคเปิดเพลงด้วยการอิมโพไวส์ด้วยน้ำเสียงดุดันทว่าเต็มไปด้วยความเริงร่าเพลงที่สอง Left Alone เป็นเพลงที่ผมชอบมากที่สุดในอัลบัมนี้ ดอลฟีกลับมาเป่าฟลุ๊ตท่วงทำนองเศร้าเหงา ธีมหลักของเพลงไพเราะอ่อนหวาน ก่อนที่ดอลฟีจะอิมโฟไวส์อย่างหยาวเหยียด ซึ่งฟังแล้วอดทึ่งไม่ได้ ภาคริทึ่มในช่วงนี้เร่งจังหวะให้เร็วขึ้น เพลงต่อมา Tederly ดอลฟีกลับมาใช้เบสคาริเนตที่เขาถนัดในการโซโลเดี่ยว ด้วยความดุดันแผดกร้าวราวกับปลดปล่อยจิตวิญญาณ เพลงสุดท้าย It’s Magic ดอลฟีเปิดเพลงด้วยการเป่าท่วงทำนองหลักสำเนียงเศร้างเหงาเต็มไปด้วยความโหยหา

Far Cry เป็นอัลบัมที่ดนตรีถูกเรียงร้อยเป็นเหมือนคอนเซ็ปต์อัลบัม การฟังเพลงในชุดนี้เต็มไปด้วยความต่อเนื่องลื่นไหลเต็มไปด้วยจินตนาการและท้าทายเป็นอย่างยิ่ง

Eric Dolphy- God Bless the Child