ความงามเศร้า: Atomised


Text : ปรีญา_ญ่า

atomised

ความงามเศร้า

หลังจากที่ฉันอ่าน Atomised นิยายที่เขียนโดยนักเขียนชาวฝรั่งเศสชื่อ Michael Houellebecq จบลง ฉันกลับมาคิดว่าตัวละครตัวไหนใน มีชีวิตที่ดีที่สุด (อีกนัยหนึ่งก็คือ ขมขื่นน้อยที่สุด) แล้วถ้าให้ฉันเลือกเป็นตัวละครสักตัวในเรื่องนี้ ฉันจะเลือกเป็นใคร…

The lost kingdom

หนังสือเปิดตัวด้วยชีวิตของ Michael Djerzinski นักวิจัยทางชีววิทยาที่ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จในทางการงาน ถึงแม้ว่างานที่ทำจะไม่ค่อยน่าตื่นเต้น เพราะเป็นงานประจำ ไม่ได้ดีขึ้น แต่ไม่แย่ลง เขาอาศัยอยู่ในอพาร์ตเม็นท์ แทบไม่เคยรู้จักเพื่อนบ้าน เคยมีครั้งหนึ่งที่เขาเหงาแล้วอยากจะมีเพื่อน เขาเลยตัดสินใจซื้อเพื่อนมา 1 ตัว เอาเพื่อนใส่กรงเอาไว้ จากนั้นเขาก็สมใจ ที่มีใครสักคนคอยต้อนรับเขายามที่เขากลับมาที่ห้อง ตอนเช้าเพื่อนก็ร้องเพลงให้ฟัง เพียงแต่เพื่อนของเขาเป็นนก พอเลี้ยงได้สักพักเขาตระหนักว่าเพื่อนจะมีความสุขไหมที่อยู่ในกรง เขาจึงลองปล่อยให้เพื่อนบินออกไป แต่เจ้านกตัวนี้กลับกลัวการมีอิสระ อีกหนึ่งเดือนต่อมาเขาลองอีกครั้ง คราวนี้ได้ผล เพื่อนตกลงไปนอกหน้าต่าง มันลืมการกระพือปีกตามธรรมชาติของนกด้วยซ้ำ ไม่นานเกินรอ เพื่อนจึงต้องตายจากไป นั่นทำให้เขารู้สึกถึงการมีอิสระครั้งแรกของเขา

สำหรับชีวิตวัยกลางคนของเขากับหญิงสาว น่าจะอธิบายได้ด้วยประโยคที่ว่า He used his cock to piss, no more. หนังสือค่อย ๆ เล่าประวัติของ Michael ทำให้เราเห็นภาพ ชายที่มีชีวิตวัยเด็กที่โตมากับคุณย่า เรียนเก่ง คนรอบข้างก็ภาคภูมิใจกับเขา เพียงแต่เขาค่อนข้างโดดเดี่ยว เขามีอาณาจักรส่วนตัวของเขา ซึ่งเป็นอาณาจักรที่แสนเปราะบาง

ต่อมาหนังสือพาให้เราไปรู้จักกับ Bruno ตอนที่ฉันอ่านเรื่องของ Michael ฉันรู้สึกเศร้าอยู่แล้ว แต่พอมาถึง Bruno นั่นทำให้ฉันเศร้ามากไปอีก พล็อตช่วงนี้น้ำเน่ามาก Bruno กับ Michael เป็นพี่น้องกัน (แม่คนเดียวกัน แต่คนละพ่อ ) แต่นิยายเรื่องนี้ก็ไม่ได้ผูกพล็อต แบบนิยายที่ฉันเคยอ่าน หรือเคยดูจากละครไทย Bruno อาศัยอยู่กับตายาย แต่พอคุณตาเสียชีวิต ยายที่เป็นที่พึ่งคนเดียวของเขามีแต่ความโศกเศร้าใจ ไม่มีทางใดที่จะเยียวยาตัวเองได้ นอกจากสิ่งเดียวคือ ฝีมือทำครัวที่ดีมาก นั่นทำให้ Bruno กลายเป็นเด็กอ้วนที่แสนจะน่าเกลียด

เมื่อตอนที่เขาต้องย้ายไปอยู่โรงเรียนประจำ ความอ้วน ความขี้ขลาด ทำให้เขาโดนรุ่นพี่รุมแกล้งอยู่ตลอดเวลา แต่ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เขากับพ่อได้เจอกันบ้าง แต่เมื่อพ่ออยู่กับลูก แทนที่ความสัมพันธ์จะดีขึ้น กลับกลายเป็นว่า มีความห่างมากขึ้น พ่อพยายามที่จะเข้าถึงลูก แต่จริง ๆ แล้วไม่อาจจะเป็นเช่นนั้นได้

ตัวละครอีกตัวคือ Annabelle เด็กสาวแสนสวย อาศัยอยู่แถบเดียวกับ Michael ตัวหนังสือบรรยายถึงเธอเอาไว้สวยงามมาก เกิดในครอบครัวที่ดี 25 พ่อแม่ไม่เคยทะเลาะกันเลย เธอมีความฝัน ฝันว่าจะมีครอบครัวที่ดี ชายที่เธอเลือก จะเป็นคนเดียวที่เธอจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต (เธอคิดตั้งแต่ก่อนพบ Michael ด้วยซ้ำไป )

ชีวิตของเธอช่วงนั้นดีมาก ดีกว่าใครทั้งหมด Annabelle และ Michael จูงมือกันตอนกลับจากโรงเรียนทุกวัน แต่ความสวยงามและความอ่อนต่อโลกของเธอ กลับทำให้เธอต้องมีชีวิตที่ล้มเหลว และช่วงนี้เอง ที่พระเจ้าได้จัดการให้ พี่น้อง Michael และ Bruno มาพบกัน เมื่อฉันอ่านถึงตอนนี้ ฉันก็เริ่มคิดถึงพล็อตเน่า ๆ แบบที่ฉันเคยอ่านมาอีกแล้ว แต่ไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดเอาไว้แม้แต่ฉากเดียว

คนสามคนกลายเป็นเพื่อนที่สนิทกันที่สุด หลังจากนั้น ฉันเริ่มจะรู้จักตัวละครแต่ละตัวมากขึ้น Bruno (ช่วงนี้เป็นวัยรุ่นแล้ว ) มีอารมณ์กวี อ่าน Kafka , Annabelle อ่าน Kreutzer Zonata ส่วน Michael ก็สนใจหนังสือประเภท วิทยาศาสตร์ต่าง ๆ

Bruno ฝักใฝ่เรื่องเพศ เขา สำเร็จความใคร่ของตัวเองอยู่ตลอดเวลา มีอาการทางจิตแบบ Exhibitionist Bruno มีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนประเภทไร้ประโยชน์ เคยคิดว่า ถ้าหากเขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเขาต้องเป็นคนจัดการโลกนี้ด้วยตัวเองเขาจะทำไม่ได้ ตลอดเวลาเขาคิดว่าคนอย่าง Michael เป็นคนที่มีประโยชน์มากกว่าเขา (ในความเป็นนักวิทยาศาสตร์ เช่นสามารถพัฒนาวัวให้มีน้ำนมมากขึ้น ) จุดเปลี่ยนของภาคนี้อยู่ที่งานปาร์ตี้แห่งหนึ่ง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ของ Annabelle และ Michael ไม่เหมือนเดิม

Michel Houellebecq

Strang Moment

ภาคนี้ว่าด้วยเรื่องของ Bruno ในตอนแรก ทำให้เราได้รู้จักตัวละครอีกตัว คือ Christiane ผู้ซึ่งมาเติมชีวิตในด้านเซ็กส์ ที่ขาดหายไปของ Bruno ให้เต็ม จากชายที่ต้องใช้เงินแลกเซ็กส์อยู่ตลอดเวลา จู่ ๆ เขาก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามา พาเขาเข้าไปในสังคมที่อิสระในเรื่องเซ็กส์

ห้วงเวลานี้ของ Bruno จึงเต็มไปด้วยการเสพเมถุนอย่างมีความสุข ถึงแม้ว่าเขาจะมีภาระอะไรบางอย่างในชีวิต แต่ชีวิตก็ดีขึ้น ภาระนั้นคือชีวิตครอบครัวตัวเองแย่มาก ถึงแย่ที่สุด เขามีลูก เด็กคนนั้นตกที่นั่งไม่ต่างจาก Bruno ในตอนเด็กเลย เขาเองก็รู้ตัวดี แต่ไม่สามารถจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้

Michael Houellebecq คนเขียนนิยายเรื่องนี้ค่อนข้างโหดร้าย เขาสามารถล่อคนอ่านให้ติดกับเขาได้ไม่ยาก กับดักที่ว่าก็คือความงามที่แสนเศร้า ประมาณว่าอ่านไปเพลิน ๆ แล้วเอาฆ้อนทุบหัวคนอ่านเสียดื้อ ๆ

ตอนท้ายเรื่องเขากล่าวถึง Annabelle อีกครั้ง คราวนี้ทำเอาฉันน้ำตาตกไปเลย ประโยคที่ว่า ‘ Life seemed to her like a bad joke , an unacceptable joke , but acceptalble or not , that what it was . (หน้า 336 )

Infinite emotional

ภาคนี้เป็นตอนจบของเรื่อง สรุปเรื่องของ Michael ที่ยังค้างคาอยู่ แต่ฉันยังคาใจกับคนเขียนที่เหมือนกับว่าเขาทิ้งตัวละคร Bruno ให้เผชิญชะตากรรมของเขาต่อไป ขณะเดียวกันตัวละครตัวอื่นเหมือนมีหนทางของตัวเอง (ไม่ว่าจะดีหรือร้าย)

Atomised มีรายละเอียดที่น่าสนใจอีกมากมาย มีการกล่าวถึงหนังสืออีกหลายเล่ม ที่ผู้เขียนสนใจ รวมถึงทฤษฎีต่างๆที่มีอยู่ในโลกนี้ และยังมีตัวละครอีกหลายตัวที่เต็มไปด้วยความขมขื่น บางครั้งดูน่าขบขัน

Atomised เป็นหนังสือที่อ่านแล้ววางไม่ลง แต่ถึงนาทีนี้ฉันตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกเป็นตัวละครตัวไหน Annabelle ไงล่ะ เพราะว่าเธอดูเป็นนางเอกที่คล้าย ๆ กับนางเอกที่ฉันคุ้นเคยมานั่นเอง