Pop Culture: วัฒนธรรมป๊อป

โดย นิวัต พุทธประสาท

จากอเมริกันชนถึงญี่ปุ่นจากญี่ปุ่นถึงเกาหลี: Pop Culture Go On

เมื่อตอนที่โลกยังกว้างใหญ่ การเดินทางไปมาหาสู่กันไม่สะดวกรวดเร็ว ข้อจำกัดของการเผยแพร่วัฒนธรรมเดินทางมาถึงช้า หากย้อนไปยุคประวัติศาสตร์ การแผ่อิทธิพลของวัฒนธรรมอินเดียต้องใช้เวลาเดินทางอย่างเป็นขั้นเป็นระบบ ก่อนจะเดินทางสู่ดินแดนสุวรรณภูมิ ต้องใช้เวลาและอิทธิพลมหาศาลนับร้อยปีกว่าที่จะทำให้ดินแดนหนึ่งสะท้อนภาพของตนเองออกมาในรูปแบบวัฒนธรรมของตน บางครั้งอิทธิพลดังกล่าวก็มีเพียงรากและไปเติบโตเป็นอื่น ถัดเข้ามาใกล้อีกนิด สู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในวันที่จอมพล ป พิบูลย์สงคราม ได้ทำการปฏิรูปวัฒนธรรมของไทยเกือบทั้งระบบ ตั้งแต่การสวมใส่เสื้อผ้า การเคี้ยวหมาก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการเขียนและตัดพยัญชนะของไทยให้น้อยลง วัฒนธรรมในช่วงเวลานั้นเกิดขึ้นจากการนำมาโดยผู้นำทางการทหาร วัฒนธรรมยุโรปที่ชนชั้นปกครองได้ไปสัมผัส นำกลับมาเผแพร่ เพื่อความศิวิไลซ์ของบ้านเมือง ประจวบกับภาวะของสงครามหากไม่มีการเปลี่ยนแปลง การดูดกลืนทางวัฒนธรรมเกิดขึ้นได้ง่ายและจะทำให้ประชาชนอ่อนแอ แต่กระนั้นผลของการเปลี่ยนแปลงสังคมโดยกฎหมายหรือข้อบังคับ จึงทำให้เกิดความกระอักกระอ่วนใจและมีผลทำให้ประชาชนเกิดความสับสนเป็นอย่างมาก หากจะกล่าวว่าวัฒนธรรมไทยที่แตกสลายจนถึงทุกวันนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากยุคดังกล่าวก็ไม่ผิด

ปัจจุบันการเดินทางของวัฒนธรรมไม่ได้ถูกจำกัดพื้นที่และเวลา (Space and Time) อีกต่อไปแล้ว ในยุคสงครามเวียตนาม วัฒนธรรมของอเมริกันชนหลั่งไหลสู่ประเทศไทยราวกับสายน้ำ เดินทางมาพร้อมกับดนตรีร็อคแอนด์โรค กางเกงยีนต์ เสื้อยืด และบุปผาชน ช่วงระหว่างก่อนและหลังสงครามเวียตนาม วัฒนธรรมไทยได้รับอิทธิพลจากโลกตะวันตกโดยเฉพาะ Pop Culture จากฝั่งอเมริกันมหาศาล เอลวิส เพรสลีย์, แจกกาลีน เคนนาดี้, จอห์น เวนย์, อลิซเบต เทลเลอร์ เป็นอาทิ วัฒนธรรมเหล่านั้นหลั่งไหลมาในรูปแบบภาพยนตร์ ข้าวโพคั่ว ดนตรีร็อค ทรงผม แฟชั่นเสื้อผ้า รูปแบบการใช้ชีวิต ความรุนแรงของวัฒนธรรมอเมริกันชนแผ่อิทธิพลไปทั่วโลก ไม่เฉพาะในเอเชีย ชันชนะของวัฒนธรรม Pop โหมกระพืออย่างรวดเร็ว เพราะเข้าถึงประชาชนอย่างง่ายดาย ประกอบกับวัยหนุ่มสาวมีอิสระเสรีที่จะคิดและทำได้มากขึ้น การศึกษาที่สูงขึ้นทำให้มนุษย์มีอิสระที่จะเลือก มิสิทธิที่จะดำเนินชีวิตตามครรลองของตนเอง โดยปราศจากการชี้นำจากรัฐบาล หรือจากครอบครัว

ช่วงเวลาดังกล่าวประเทศไทยเป็นประเทศเนื้อหอม ที่มีศูนย์วัฒนธรรมของชาติตะวันตกเข้ามาก่อตั้งจำนวนมาก ศูนย์วัฒนธรรมเหล่านั้นขับเคลื่อนผ่านรูปแบบการเผยแพร่อย่างเป็นระบบ ด้วยงบประมาณและปฏิบัติการที่สูง ให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การให้ทุนการศึกษา เปิดอบรมสอนภาษา การแสดงละคร กิจกรรม ดนตรี ให้ความช่วยเหลือทางด้านธุรกิจและการลงทุน โดยเฉพาะการแปลหนังสือของนักเขียนของตนออกมาในรูปแบบภาษาไทย ศูนย์วัฒนธรรมเหล่านั้นเป็นเหมือนศูนย์เผยแพร่อาณาจักรที่ใหญ่ยิ่ง ยิ่งกว่าการล่าอาณานิคมด้วยกำลังทหารเสียอีก ยุคการล่าเมืองขึ้นสิ้นสุดลงแล้ว ประเทศเมืองขึ้น ได้รับการปลดปล่อยทีละประเทศตามแรงกดดันของประชาคมโลก แต่เมืองขึ้นทางวัฒนธรรมเพิ่งเริ่มต้น

กลิ่นหอมหวลของวัฒนธรรมป๊อปคือความหมายของเสรีภาพ เมื่อมันเดินทางไปสู่ประเทศที่เคร่งคัดต่อจารีต และมีรูปแบบที่ชัดเจน ย่อมถูกต่อต้านจากชนชั้นนำอย่างไม่ต้องสงสัย ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ต่อต้าน Pop Culture อย่างหนักจากชนชั้นนำ โดยเฉพาะยุคปัจจุบัน การข้ามวัฒนธรรมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การเดินทางไปยังประเทศหนึ่งใช้เวลาน้อยลง อินเตอร์เน็ตมีบทบาทสำคัญ รวมถึงรายการโทรทัศน์ได้แผ่ขยายสัญญาณไปจนถึงขอบโลก ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดเรายังติดตามสถานีโทรทัศน์ CNN MTV และ BBC ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทันต่อเหตุการณ์ตลอดเวลาจนยากที่จะตกสมัย

เหตุใดชนชั้นนำจึงต่อต้าน Pop Culture ทั้งที่ชนชั้นนำในยุคหนึ่งก็เดินตามวัฒนธรรมยุโรป ผมมองว่าการต่อต้าน Pop Culture สืบเนื่องมาจาก วัฒนธรรมที่หลั่งไหลเข้ามานั้น มิได้รับการชี้นำจากกลุ่มชนชั้นสูงอีกต่อไป ทว่าประชาชนมีสิทธิที่จะเลือกได้อย่างอิสระนั่นเอง เมื่อฝ่ายนำมองว่าวัฒนธรรมอเมริกันชนเป็นอันตราย ย่อมหมายความว่าหากปล่อยเป็นเช่นนั้น การชี้นำที่อ่อนแอก็จะ

Join the conversation! 3 Comments

  1. ขอให้อัพเดตบ่อย ๆ

    ตอบกลับ
  2. ก็จริงที่โลกกว้างใหญ่ เมื่อก่อนเวลาจะไปมาหาสู่กันนี่ก็นานมากกว่าจะถึงกัน กว่าจะหากันเจอ แต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะหากันเจอได้นัก วัฒนธรรมของคนเราก็เปลี่ยนไปมากแล้วเท่าทีสังเกตุดู

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

About นิวัต พุทธประสาท

นิวัต พุทธประสาท ปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ มีคอลัมน์ประจำที่ Hamburger และ The Wave Magazine แล้วยังเป็นช่างภาพสมัครเล่น โดยภาพถ่ายนักเขียนได้ตีพิมพ์ตามหนังสือพิมพ์ - นิตยสาร สนใจเรื่องราวสังคม การเมือง ชีวิต ขณะเดียวกันก็ชื่นชอบดนตรีคลาสสิก แจ๊ส ชอบดูหนัง นอกจากนั้นยังสนใจเรื่องเครื่องเสียง แผ่นเสียงมากเป็นพิเศษ นิวัตมีผลงานทั้งเรื่องสั้น นิยาย และบทความ ผลงานที่ตีพิมพ์รวมเล่มแล้วได้แก่ ไปสู่ชะตากรรม, ใบหน้าอื่น,​วิสัยทัศน์แห่งปรารถนาและความตาย, ขอบฟ้าเหตุการณ์, ลมหายใจอุบัติซ้ำ, แสงแรกของจักรวาล, หิ่งห้อยในสวน และ ความโดดเดี่ยวทั้งมวลที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

หมวดหมู่

บทความ

ป้ายกำกับ

, , , , ,