Randomness : กรุณาเลือกสิ่งที่คุณเห็นว่าเยี่ยม “เท่านั้น!


Randomness : กรุณาเลือกสิ่งที่คุณเห็นว่าเยี่ยม “เท่านั้น!”

Text : นิวัต พุทธประสาท

เมื่อสองวันก่อนผมนัดรชนีที่ร้านกาแฟบ้านพระอาทิตย์ ผมไม่ได้พบเธอมาสี่ห้าเดือนเพราะเธอเพิ่งกลับมาจากการทำธุระที่นิวยอร์ค เจอกันครั้งใดเราชอบหาเรื่องถกกันเสมอ นับตั้งแต่เรื่องมดจนถึงเรื่องช้าง ประเด็นเรื่องช้างนั้นเป็นเรื่องช้างจริง ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่องค์กรเกี่ยวกับช้างของออสเตรเลีย นำภาพการทารุณกรรมช้างของประเทศไทยไปเปิดเผยแก่สายตาชาวโลก และมีการล่ารายชื่อเพื่อไม่ให้ชาวออสเตรเลียมาเหยียบประเทศของเรา ซึ่งผมก็สาธุถ้าไม่มาเหยียบประเทศไทยได้ก็ดี เพราะผมคนหนึ่งล่ะที่ไม่สนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของรัฐบาล

ช่วงหลัง ๆ ผมมีทัศนคติที่ไม่ค่อยดีเกี่ยวกับคนต่างชาติ โดยเฉพาะพวกอเมริกันชน และพวก Euro Trash แม้พักหนึ่งเคยเห็นใจคนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ 11 กันยายน ณ ตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ รชนีเล่าให้ผมฟังว่าเธอเกือบเอาตัวไม่รอดในวันนั้นเหมือนกัน ดีที่นอนตื่นสายไปไม่ทันเวลานัด จึงรอดชีวิตด้วยนิสัยแย่ ๆ ของตัวเอง ไม่อย่างนั้นคงมีคนไทยอีกคนที่หายสาปสูญในเหตุการณ์นี้ ไม่พบแม้ซากศพหรือสิ่งที่บ่งชี้ว่าเราเป็นใครในกองปรักหักพัง หลังจากวันนั้นรชนีก็บอกผมว่าความคิดของเธอเปลี่ยนไปมาก การรอดตายจากเหตุการณ์นั้นทำให้สิ่งที่เธอตระหนักไม่ใช่การมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่เป็นการมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรต่างหาก

ภาพช้างถูกทรมานที่องค์กรนั้นนำไปเผยแพร่เป็นภาพที่โหดร้ายจริง ผมดูแล้วรู้สึกสงสารสัตว์ร่วมโลกที่ไม่มีพิษภัยใด ๆ อย่างสัตว์ทั้งหลาย ที่มนุษย์แบ่งให้พวกมันกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาช้า ถามผมว่าถ้าเราเห็นภาพช้างถูกทรมานแบบนั้นเราจะรู้สึกเจ็บปวดแทนช้างไหม ผมรู้สึกเจ็บปวดแน่ แต่การที่องค์กรรักช้างนั้นใช้มาตรการเหมารวมคนไทยทั้งหมดรังแกช้า ซึ่งรวมถึงคุณถึงผมด้วยนั้นมันยุติธรรมไหม ผมว่าไม่ยุติธรรม ผมไม่เคยเห็นคนไทยคนไหนประท้วงที่คนออสเตรเลียกินเนื้อจิงโจ้ หรือกินเนื้อนกกระจอกเทศเลย ทั้งที่ผมว่าการกินเนื้อจิงโจ้ ซึ่งคนไทยเห็นว่าเป็นสัตว์น่ารัก และเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของประเทศออสเตรเลียเลยสักคนเดียว ลองคุณกินเนื้อช้าง กินหูฉลาม กินเนื้อสุนัขแบบชาวเกาหลีสิ ฝรั่งมิประท้วงรสนิยมของคุณเป็นแน่ และยัดข้อหาการทรมานสัตว์ให้คุณอย่างไม่ต้องสงสัย

หัวข้อที่ผมถกเถียงกับรชนีก็คือทำไมฝรั่งถึงมองว่าตัวเองพัฒนากว่าคนผิวสีอย่างพวกเรา แล้วที่ฝรั่งทำผิดคิดไม่เป็นจนกลายเป็นปัญหาสังคมโลกน่ะมีใครคิดรับผิดชอบกับการกระทำนั้นขนาดไหน นับตั้งแต่การล่าอาณานิคม การค้าทาส แบ่งแยกคนแอฟริกันให้ไปอยู่ในชนชั้นต่ำ สงครามโลก การถล่มฮิโรชิมาและนางาซากิด้วยระเบิดปรมาณู สงครามเวียตนาม การจัดระเบียบโลกในยุคสงครามเย็น รวมถึงนโยบายทางการค้าที่กดดันประเทศโลกที่สาม ด้วยกฎระเบียบหรือกฎหมายต่าง ๆ ที่เอื้อให้ตัวเองได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด แลกกับเงินกู้ที่ประเทศด้อยพัฒนาจะได้รับ ซึ่งผมเห็นว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ค่อยเป็นธรรมสำหรับประเทศที่ด้อยกว่า

ขณะเดียวกันวัฒนธรรมทางฝั่งเอเชียที่รุ่งเรืองในยุคกลางนั้น ถูกทำลายยับย่อยในช่วงล่าอาณานิคม ความถูกต้อง ความจริง และสิทธิมนุษยชนที่รวมถึงเสรีภาพอย่างที่อเมริกันชนประกาศขึ้นมานั้นเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อหรือเปล่า หากพิจารณาอย่างรอบด้าน เช่นปัญหาแรงงานเด็กในประเทศเอเชีย ซึ่งประเทศที่ใช้แรงงานเด็กจะถูกบอยคอตในเรื่องกำแพงแห่งการค้า ทว่าเด็กชาวปากีสถานต้องเย็บลูกฟุตบอลอดิดาสตั้งแต่เด็ก  เพราะถ้าไม่ช่วยพ่อแม่ทำก็จะประสบปัญหาทางการเงิน ถามว่านักธุรกิจที่เข้ามาลงทุนในประเทศเหล่านี้ ตั้งใจเข้ามาช่วยประเทศด้อยพัฒนาจริงหรือไม่ ซึ่งผมว่า “ไม่” แน่นอน เพียงแลเห็นว่าการลงทุนในประเทศเหล่านี้ทำให้ลดต้นทุนการผลิตลงได้มากกว่า สร้างผลกำไรมหาศาลกว่า และไม่ต้องคำนึงว่างานที่ทำจะเป็นอันตรายกับคนในประเทศนั้นเพียงใด เพราะไม่ใช่ประเทศของตน

เชื่อว่าเราคงอ่านข่าวเรื่องประเทศของเรากลายเป็นที่ทิ้งขยะทางเคมี ซึ่งจุดนี้แหละครับรัฐบาลเราหรือว่าประชาชนของเราจะมีสิทธิมีเสียงไปเรียกร้องเอาอะไรกับฝรั่ง เราเห็นเงินดอลลาห์เราก็ตาลุกวาวเสียแล้ว ไม่พักต้องพูดถึงการยืนด้วยเท้าทั้งสองของตัวเอง

รชนีทำท่าจะเถียงผมหลายหัวข้อ ซึ่งผมก็ยอมรับว่าเธอมีมุมมองเกี่ยวกับคนตะวันตกแตกต่างจากคนที่อาศัยในเมืองไทยเกือบทั้งชีวิตอย่างผม ผมไม่ได้ว่าการเป็นนักเรียนนอก และการติดต่อกับคนตะวันตกของเธอ เป็นเรื่องผิดนะครับ ทัศนคติของเธอที่เข้าข้างฝรั่งก็มีเหตุผลไม่น้อย แต่ผมว่าเรามักมองข้อดีของพวกเขามากกว่าข้อเสีย ยิ่งนโยบายเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวของรัฐบาล จะดูแค่ตัวเลขคนเข้าประเทศหรือเปล่า แล้วค่อยมาเดาว่าเราจะได้รับเงินเท่าไหร่จากอุตสาหกรรมนี้ แล้วเราบวกลบคูณหารต้นทุนของเรา ที่เป็นสถานที่สวยงามว่ามันจะพังทลายกลายเป็นอึมากน้อยแค่ไหน

ถ้ามองคนที่เข้ามาเที่ยวบ้านเรามองไปที่ถนนข้าวสาร (เมื่อก่อนชื่อตรอกข้าวสาร) พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต คนที่มาเที่ยวเป็นเพียงพวกแบกเป้ มาบ้านเราก็หวังจะมาหาที่สูบกัญชาแบบเสรีในคืน Full Moon คนพวกนี้นำปัญหามากมายมายังประเทศของเรา เพราะพวกเขาต้องการบ้านพักราคา หาดทรายสงบเงียบ สถานที่ที่บริสุทธิ์ (ดูได้ในเรื่อง The Beach) ผมว่าตอนนี้เราบุกรุกสถานที่สวยงามบริสุทธิ์จนเกือบหมดเสียแล้วล่ะ เพื่ออะไร?

ดังนั้นผมจึงยินดีที่กลุ่มรณรงค์เรื่องช้างชาวออสเตรเลียประท้วงไม่ให้คนบ้านเขามาเที่ยวบ้านเรา ถือเป็นการสาธุจริง ๆ กรุณาอย่ามาเมืองไทยเลยนะครับ มันไม่เจริญหูเจริตา

ก่อนจะจากรชนีเธอถามผมว่า “แล้วที่เธอดูหนังฝรั่ง ฟังเพลงฝรั่ง ดื่มเหล้าเบียร์ยี่ห้อฝรั่งน่ะ มันไม่โปรของนอกหรือ” ผมหัวเราะร่าเพราะรู้อยู่แล้วว่าผมจะต้องเจอข้อหานี้ แต่ผมไม่สนหรอก ผมตอบรชนีไปว่า

“ของดี ๆ ก็รับของเขามา ของเลว ๆ ก็อย่าไปตามมัน บางเรื่องเราด่าฝรั่งได้ แต่บางเรื่องก็ต้องยอมมัน อย่าไปส่งเดชรับฟังมันทุกเรื่อง หรือเฮตามมันทุกอย่าง ก็เท่านั้นแหละ”