Setting Speaker: จัดวางลำโพงให้เสียงดี


Setting Speaker: จัดวางลำโพง หนึ่งหนวิธีทำให้เครื่องเสียงเสียงดีโดยไม่ต้องเสียสตางค์

โดย นิวัต พุทธประสาท

ต้องขออภัยที่หายไปหลายฉบับนะครับ ต่อแต่นี้ไปจะมาประจำไม่มีขาดอย่างแน่นอน

ฉบับนี้ผมขอคุยเรื่องที่ดูเหมือนง่ายๆ แต่ไม่ค่อยมีใครสนใจ หรืออาจจะมองข้ามไปเพราะขาดประสบการณ์ในการจัดวางเครื่องเสียง สำหรับในตอนนี้ผมพยายามหลีกเลี่ยงที่จะใช้ทฤษฎีซึ่งจะทำให้ปวดหัวกันไปก่อนที่จะได้จัดตั้งลำโพงให้เสียงออกมาดี แต่ก่อนที่ผมจะเข้าเรื่อง ผมขอย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นเมื่อครั้งที่ผมเริ่มเล่นเครื่องเสียงใหม่ๆ ตอนนั้นผมเองก็ขาดประสบการณ์ทำนองนี้เหมือนกัน และพาลเลิกเล่นเครื่องเสียงไปพักใหญ่ๆ พกหนึ่ง จนกระทั่งวันนี้กลับมาเล่นอย่างมีความสุขอีกครั้ง

สมัยที่ผมเริ่มเล่นใหม่ๆ ตอนนั้นอยู่ชั้นมัธยมสี่ ผมได้ชุดมิดเอ็นด์มาชุดหนึ่งประกอบด้วยลำโพง Cirvin Vega ส่วนแอมป์เป็นแอมป์โซลิตสเตจกำลังขับดีอย่าง Harman-Kardon แม้จะลงทุนไปหลายหมื่นบาทแต่พบว่าเสียงที่ได้ยังไม่ค่อยถูกใจเราเสียเท่าไหร่ ตอนแรกก็คิดว่าคงเป็นเพราะเราใช้สายสัญญาณที่เขาแถมมา ส่วนสายลำโพงก็เมตรไม่กี่บาท

แต่ว่าตอนกลับมาเล่นครั้งที่สองนี่สิครับ เครื่องเสียงชุดใหม่ของผมคุณภาพดีกว่าชุดเริ่มต้นมาก แต่คุณภาพเสียงก็ยังไม่ดีเท่าที่เราเคยไปฟังตามงานเครื่องเสียงหรือโชว์รูมของเขา ผมเองคิดในใจว่าเครื่องที่ขายกับเครื่องที่โชว์มันตัวเดียวกันหรือเปล่า หรือมีการโมดิฟายให้เสียงดีขึ้นหรือเปล่า แต่เมื่อศึกษาและจับประเด็นให้เล็กลงเรื่อย ๆ สิ่งที่ผมพบกลับกลายเป็นเส้นผมบังภูเขาครับ

เวลานี้ผมจึงฟันธงได้ว่าเครื่องเสียงเสียงจะดีหรือแย่อันดับแรกคือ 1.Matching กันหรือเปล่าระหว่างแอมป์กับลำโพง แต่ถ้าผ่านเรื่องนี้ไปแล้ว 2.Matching ระหว่าง System กับห้องฟัง

ข้อสองนี่แหละครับที่ยากเย็นแสนเข็ญสำหรับคนเล่นเครื่องเสียงที่อัฐน้อยแต่รสนิยมสูงแบบผม ครั้นจะทำห้องฟังเป็นสัดส่วนแบบบ้านมีอันจะกินก็ใช่ที่เพราะค่าทำห้องฟังก็ไม่ใช่ถูกๆ ทางเลือกเดียวคือดัดแปลงห้องรับแขกหรือห้องนอนมาทำห้องฟังเพลง ซึ่งแทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มขึ้นเลยครับ นอกจากต้องขยันฟังและขยับลำโพงกันทีละนิดจนกว่าจะได้จุดที่ดีที่สุด

แม้การขยับลำโพงเข้าออกทีละนิดจะเป็นการงมเข็มในมหาสมุทรก็เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราได้เซ็ตติ้งลำโพงได้อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ ท่านที่ทำแรกๆ อาจจะท้อแท้ แต่บอกได้ว่ามันคุ้มค่ากับความเหนื่อยมากนัก ดีกว่าเราไปเสียเงินซื้อสายสัญญาณแพงๆ หรือสายลำโพงแพงๆ เสียอีก

หลักการแรก ก่อนที่จะทำการเซ็ตติ้งลำโพง ผมอยากให้ท่านผู้อ่านลองไปค้นคู่มือที่ติดมากับลำโพงกลับมาอ่านเสียก่อน ส่วนใหญ่แล้วถ้าซื้อลำโพงจากค่ายยุโรปหรืออเมริกา มักจะมีคู่มือติดมาให้ด้วยว่าลำโพงรุ่นนั้น ๆ ชอบให้วางห่างผนังด้านหลัง หรือว่าชอบวางมาทางด้านหน้าเป็นต้น คู่มือของยี่ห้อนั้นๆ จะทำให้เราจับหลักได้ง่ายขึ้นไม่ต้องเริ่มโดยไม่รู้ทิศทาง

หลักการที่สองขนาดลำโพงต้องสัมพันธ์กับห้อง เช่นลำโพงวางหิ้ง (ลำโพงเล็ก) ควรจะใช้ห้องไม่ใหญ่นัก ขนาดห้องอยู่ระหว่าง 12-20 ตารางเมตร ถ้าให้ดีควรจะเป็นห้องที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วนลำโพงตั้งพื้น หรือลำโพงใหญ่ ควรจะต้องใช้เนื้อที่สัก 20 ตารางเมตรขึ้นไป ขณะเดียวการความสูงของห้องก็มีผลกับย่านเสียงเช่นกัน ซึ่งผมขอไม่พูดถึงนะครับ ถามว่าทำไมลำโพงเล็กฟังห้องใหญ่ไม่ได้ ที่จริงฟังได้นะครับ แต่มันไม่ Match กันนั่นเอง เช่นเดียวกับลำโพงใหญ่ไปฟังห้องเล็กๆ ความใหญ่ของลำโพงจะทำให้ย่านเสียงทุ้มที่มีปริมาณมากกลบทับเสียงกลางและเสียงแหลมจนฟังไม่ไพเราะ หรือถ้าใครชอบแบบนั้นก็ไม่มีปัญหานะครับ แต่สำหรับผมแล้วการฟังเพลงจะต้องได้ทั้งเสียงทุ้มกลางแหลมในปริมาณที่สมดุลกัน

หลักการที่สาม ขอให้สังเกตว่าลำโพงของเรานั้นมีท่อระบายลมทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ส่วนใหญ่แล้วลำโพงที่มีท่อระบายอากาศด้านหน้า เราสามารถวางตัวลำโพงให้ชิดกับผนังด้านหลังได้มากกว่าลำโพงที่มีท่อระบายลมจากด้านหลัง นั่นหมายความว่าถ้าเราวางลำโพงไว้ชิดผนังด้านหลังมากเท่าไหร่ เสียงเบสก็จะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

หลักการที่สี่ผนังในห้องทั้งสี่ด้านรวมถึงพื้นห้องมีความสำคัญกับการกระจายเสียงมาก โดยเฉพาะผนังด้านหลังและผนังข้าง ผนังด้านข้างจะเป็น First Reflect ที่คลื่นเสียงจะกระทบก่อนจะถึงหูของผู้ฟัง การสะท้อนของคลื่นเสียงจากผนังด้านหนึ่งไปด้านหนึ่ง ก่อนจะมาถึงหูคนฟังนั้นคลื่นบางความถี่จะตีกันจนฟังแล้วเสียงไม่เคลียร์ มีความสับสน ระยะห่างระหว่างลำโพงทั้งสองข้าง กับระยะห่างจากผนังด้านหลัง จนไปถึงจุดนั่งฟังจึงมีความสัมพันธ์กัน

หลักการที่ห้า การวัดความกว้างยาวนั้นจะต้องเริ่มวัดจากจุดกึ่งกลางของทวีตเตอร์เสมอไม่ว่าจะวัดความห่างจากผนังด้านหลังหรือด้านข้าง หรือวัดระยะห่างจากทวีตเตอร์ลำโพงสู่จุดนั่งฟัง

หลักการที่หก ควรจะ “โทอิน” กี่องศาดี การ “โทอิน” คือการหันหน้าลำโพงทำมุมเอียงเข้าหาจุดนั่งฟัง การจะโทอินกี่องศานั้นควรยึดคู่มือลำโพงเป็นหลัก หรือค่อยๆ โทอินลำโพงทีละน้อย การโทอินจะทำให้โฟกัสดนตรีมีความชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ผู้นั่งฟังจะต้องอยู่ในจุดที่เสียงไปรวมกันพอดี เราจะเรียกจุดนั่งฟังนี้ว่า Sweet Spot ลำโพงคอมเมอร์เชียลส่วนใหญ่จะชอบให้ผู้ฟังโทอินไม่มากก็น้อย แต่สำหรับลำโพง Full Range ที่ใช้ดอกลำโพงเดียวมักไม่ชอบการโทอิน ดังนั้นก่อนโทอินจึงต้องศึกษาคู่มือหรือทดลองฟังทีละน้อยก่อน

หลักการที่เจ็ด จะเริ่มต้นจัดตั้งลำโพงอย่างไร นี่เป็นข้อที่ยากที่สุดนะครับ แต่ก็น่าดีใจที่มีคนคิดสูตรการจัดตั้งลำโพงออกมาเป็นทฤษฎีให้เราได้ใช้กัน และทำให้ผู้เริ่มต้น เริ่มต้นอย่างถูกวิธีด้วยความสะดวกสบาย ผมขออิงทฤษฎีของ จอร์จ คาร์ดาส (George Cardas) ผู้ก่อตั้งสายสัญญาณ สายลำโพงสายสัญญาณยี่ห้อดังอย่าง Cardas

จอร์จ คาร์ดาสได้ทำสูตรการคำนวณตำแหน่งการจัดวางลำโพงออกมา ซึ่งทำให้เรานำไปใช้ในการจูนเสียงได้ง่ายขึ้น เมื่อใช้สูตรนี้คำนวณแล้วเราจะจูนเสียงโดยการฟังอีกรอบหนึ่ง เราก็จะได้ระยะลำโพงที่แมตท์กับห้องฟังของเรา แม้จะไม่สมบูรณ์ที่สุดแต่ก็เป็นตัวเลือกที่จะทำให้เสียงของชุดเครื่องเสียงของท่านเสียงดีขึ้นโดยไม่ต้องเสียแม้แต่สตางค์เดียวในการอัพเกรด

สูตรที่จอร์จ คาร์ดาสให้มามีดังนี้ครับ วิธีการคำนวณก็คือวัดความยาวผนังห้อง จะเป็นเซ็นติเมตร นิ้ว ฟุต หรือเมตร ให้นำสูตรที่ให้มาคูณเข้าไป ข้อสำคัญคือต้องให้หน่วยวัดนั้นๆ เหมือนกันทุกด้าน คือถ้าใช้เซ็นติเมตร ก็ต้องเป็นเซนติเมตรทุกด้าน ตัวเลขที่คูณออกมาได้คือระยะที่เราจะตั้งลำโพงนั่นเองครับ

ระยะลำโพงกับผนังด้านข้าง: ความยาวผนังด้านข้าง x .276

-ระยะลำโพงกับผนังด้านหลัง: ความยาวผนังด้านหลัง x .447

ตัวอย่างเช่นผนังด้านข้างยาว 6 เมตร เรานำ 6 มาคูณกับ .276 จะได้ตัวเลข 1.65 หมายความว่าระยะลำโพงด้านข้างวัดจากทวีตเตอร์จะห่างกำแพงด้านข้างประมาณ 1.65 เมตร

ส่วนผนังด้านหลังยาว 4.5 เมตร เรานำตัวเลข 4.5 มาคูณ .447 จะได้ตัวเลข 2.01 หมายความว่าระยะลำโพงด้านหลังวดจากทวีตเตอร์จะห่างกำแพงด้านหลังประมาณ 2.01 เมตร นั่นเอง (diagram A)

diagramA
Diagram A

สังเกตได้ว่าระยะห่างกำแพงด้านหลังนั้นลำโพงตั้งห่างถึงสองเมตรเศษๆ การตั้งห่างกำแพงหลงจะทำให้เกิดมิติเสียงและเวทีเสียงที่เราสามารถจับต้องได้ ขณะที่ความห่างระหว่างลำโพงกับผนังข้างจะก่อให้เกิดขนาดของเวทีเสียง ทั้งนี้ผู้ฟังจะต้องจูนเสียงด้วยการฟังในขั้นสุดท้ายอีกครั้งหนึ่ง แม้จะมีสูตรให้เราจดวางแล้วก้ตาม แต่หูของคนฟังก็ยังจำเป็นในการตั้งลำโพง

ส่วนระยะการนั่งฟังนั้น จะเป็นการกำหนดเป็นการนั่งฟังแบบ “ใกล้ลำโพง” (Near Field) เราจะวัดระยะทวีตเตอร์จากลำโพงซ้ายมาที่ลำโพงขวา เมื่อได้ระยะห่างลำโพงทั้งสองข้างแล้ว เราจึงนำระยะห่างลำโพงทั้งสองข้าง มาวัดระยะไปยังจุดนั่งฟัง ก็จะได้ระยะในแบบสามเหลี่ยมด้านเท่า ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการจูนเสียงจากการฟังอีกรอบเช่นเดียวกัน

ท่านผู้อ่านอาจจะลองกลับไปลองทำดูนะครับ ผมเชื่อว่าการจัดลำโพงนั้นได้ผลมากกว่าการเปลี่ยนสายลำโพงหรือสายสัญญาณมาก ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าคุณภาพสายลำพงหรือสายสัญญาณไม่มีผลต่อเสียง มีผลเช่นกันครับ แต่การ Set Up ลำโพงนั้นเป็นจุดเริ่มต้นอย่างแท้จริงในการทำให้เราเค้นคุณภาพของเครื่องเสียงที่เรามีให้ถึงที่สุด และที่ผมเน้นบ่อยครั้งก็คือเราจะต้องฟังเสียงและจูนเสียงด้วยหูเราเองอีกรอบหนึ่ง เพราะสูตรเป็นแค่แนวทางให้เราไม่ต้องงมเข็มในมหาสมุทร แม้เครื่องมือเป็นสิ่งทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นสูตรสำเร็จ เมื่อทำแล้วจะได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์ หากความสำเร็จของผลที่เราทำนั้นมาจากการหมั่นเพียร ความพยายาม การจดจำและเรียนรู้อย่างไม่รู้จบโดยเปิดใจกว้างรับสิ่งใหม่ๆ อย่างมีเหตุผลนั่นเอง

3 thoughts on “Setting Speaker: จัดวางลำโพงให้เสียงดี ใส่ความเห็น

  1. ระยะลำโพงกับผนังด้านข้าง: ความยาวผนังด้านข้าง x .276
    >>อันนี้น่าจะผิดนะครับ ตามไดอะแกรมต้องเป็นความยาวของผนังด้านหลังครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s