Rachmaninov: Piano Concerto No.2 & 3


Rachmaninov: Piano Concerto No.2 & 3
Berliner Philharmoniker : Claudio Abbado , Lilya Zilberstein : Piano
Label: Deutsche Grammophon รหัสแผ่นซีดี 439 930-2 GH
โดย นิวัต พุทธประสาท

เมื่อครั้งที่ผมเริ่มหัดฟังเพลงแบบจริงจัง ผมเริ่มฟังเพลงคลาสสิกเป็นแนวเพลงแรก ๆ ทั้งที่มีคนเคยพูดเอาไว้ว่าดนตรีคลาสสิกต้องปีนบันไดฟัง คำพูดนั้นติดอยู่ในหูผม แต่ความที่ชอบสิ่งท้าทาย ผมจึงเลือกฟังดนตรีคลาสสิกโดยไม่สนใจคำเตือนใด ๆ สมัยที่เริ่มฟังใหม่ ๆ ผมเริ่มฟังจากซิมโฟนี่ของบีโธเฟ่น โมสาร์ท ฟังทั้งจากเทป แผ่นซีดี รวมถึงคอนเสิร์ตของวง Bangkok Symphony Orchestra เกือบทุกรายการ และเมื่อได้ฟังเพลงคลาสสิกมาก ๆ เข้าคำพูดที่ว่าปีนบันไดฟังแทบจะฟังไม่ขึ้น เว้นแต่ตอนที่ไปดูคอนเสิร์ตที่ศูนย์วัฒนธรรม ตั๋วคอนเสิร์ตสำหรับนักเรียนต้องเดินขึ้นบันไดไปถึงชั้นสาม (ฮา) ดนตรีคลาสสิกไม่ได้ยากเย็นแสนเข็ญอย่างที่ใคร ๆ พูดกัน ประเด็นนี้ผู้อ่านสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง เพราะบทเพลงคลาสสิกเต็มไปด้วยความไพเราะของท่วงทำนอง บางเพลงเป็นเพลงที่เราคุ้นหู เพราะฟังจากสื่ออื่น ๆ มาตั้งแต่เด็ก ๆ เช่นในภาพยนตร์ โฆษณา รวมถึงริงโทนโทรศัพท์มือถือ เราฟังดนตรีคลาสสิกโดยที่เราไม่รู้ตัวมาก่อนด้วยซ้ำ

และเหนือสิ่งอื่นใด ดนตรีคลาสสิกยังบอกเล่าความรู้สึกของคีตกวีในห้วงเวลานั้นได้อย่างหมดจด ไม่มีภาษาใดจะบรรยายได้เท่ากับตัวโน๊ตและการบรรเลงอีกแล้ว
ฉบับนี้ผมขอแนะนำ Piano Concerto ที่นักฟังเพลงคลาสสิกรู้จักและประจักษ์แจ้งอยู่แล้วว่าทั้งไพเราะ เต็มไปด้วยเนื้อหาหนักแน่น และอารมณ์ความรู้สึกที่โรแมนติกจนถึงเศร้าเหงา จากบทประพันธ์ของคีตกวีชาวรัสเซียอย่าง Rachmanunov รัคมานินอฟ นอกจากจะเป็นคีตกวีแล้ว เขายังเป็นนักเปียโนที่มีฝีมือดีคนหนึ่ง ว่ากันว่านิ้วมือของเขายาวกว่านักเปียโนปกติ จึงทำให้แต่งเพลงสำหรับเปียโนมีความยากกว่าเปียโนโซนาต้าหรือคอนแชร์โต้ธรรมดา

ก่อนที่รัคมานินอฟจะแต่งเพลงเปียโนคอนแชร์โต้หมายเลขสอง เขาพบกับความผิดหวังในด้านการประพันธ์เพลง ถึงขั้นหมดกำลังใจที่จะแต่งเพลงใด ๆ คล้ายคนหมดไฟเต็มไปด้วยความเศร้าหดหู่ จนกระทั่งต้องเข้ารับการบำบัดจิตจากจิตแพทย์ หลังการบำบัดจิต เขาจึงได้แต่ง Piano Concerto หมายเลขสอง ในบันไดเสียง C minor ขึ้นมา ในปี 1901 และเพลงนี้เองที่ทำให้เขากลับมามีกำลังใจสำหรับการประพันธ์เพลง จนกระทั่งบทเพลงของเขาเป็นที่รู้จักข้ามฝั่งไปถึงอเมริกา

บทเพลงของรัคมานินอฟถูกนำไปประกอบในภาพยนตร์หลายเรื่อง รวมถึงดัดแปลงไปเป็นเพลงป๊อป สำหรับแผ่นที่ผมนำมาพูดถึงนี้ ผมคิดว่าเหมาะสำหรบผู้เริ่มฟังงานของรัคมานินอฟเป็นอย่างมาก ต้องบอกว่าการฟังดนตรีคลาสสิกนั้นสำหรับผมมีสามประเด็น ประเด็นแรกความไพเราะของบทประพันธ์ ประเด็นที่สองการบรรเลงของวงออร์เครสตร้า และประเด็นสุดท้ายการตีความของผู้เล่น อันรวมถึงผู้ควบคุมวง และผู้เล่นบรรเลงเดี่ยวนั่นเอง

การตีความในแผ่นซีดีชุดนี้ถือว่าหมดจดยอดเยี่ยม ผสมผสานทั้งความไพเราะ วง Berliner Philharmoniker ถือเป็นวงคุณภาพที่เชื่อถือได้ ยิ่งได้ผู้ควบคุมวงอย่าง Claudio Abbado ซึ่งมีความสามารถเป็นเอกอุอยู่แล้วจึงทำให้การบรรเลงเต็มไปด้วยเอกภาพของเสียงดนตรี ช่วงหนักเบาของเพลงมีความสำคัญไม่น้อย ทำให้ความรู้สึกของบทเพลงได้ถูกถ่ายทอดได้อย่างมีอารมณ์ความรู้สึก

ส่วนการบรรเลงเดี่ยวเปียโน เป็นฝีมือของนักเปียโนสาวฝีมือดีชาวรัสเซียนาม Lilya Zilberstein เธอเกิดในกรุงมอสโคว เมืองหลวงแห่งศิลปะหลังม่านเหล็กในปี 1965 ในระหว่างปี 1971-1983 เธอเรียนในสถาบันดนตรีชั้นนำของรัสเซีย และได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดเปียโนสำคัญมากมาย จากนั้นเริ่มออกแสดงคอนเสิร์ตในประเทศต่าง ๆ ตั้งแต่อิตลี สหรัฐอเมริกา เยอรมันนี ออสเตรีย ฝรั่งเศสรวมถึงญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังอัดแผ่นเสียงกับดอยซ์แกรมมาโฟนอีกหลายแผ่น

การบรรเลงเดี่ยวของเธอในอัลบัมนี้เธอเล่นได้อย่างงดงาม มีความลงตัว เหมือนเข้าไปนั่งในใจของรัคมานินอฟ เพราะเท่าที่ผมฟังเปียโนคอนแชร์โต้ หมายเลขสอง มาหลายแผ่น ผมประทับใจการตีความของLilya มากที่สุด โดยเฉพาะช่วงที่เธอเล่นคลอกับวงออร์เครสตร้าในช่วงต้นเพลง เต็มไปด้วยความหวานปนเศร้า บรรเลงเหมือนความไม่แน่ใจ ไม่มั่นใจในตัวเอง ก่อนที่จะขมวดปมไปสู่ความคลี่คลายในช่วงก่อนจบมูฟเม้นท์แรก

Rachmaninov
Rachmaninov

ตัวโน้ตที่หวานนี้เองทำให้ผู้ฟังเต็มไปด้วยอารมณ์โหยหา และอยากจะได้สัมผัสกับบทเพลงเปียโนคอนแชร์โต้บทนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่รู้เบื่อ

การตีความในบทบรรเลงเดี่ยวถือว่ามีความสำคัญไม่น้อย ผู้เล่นแนวเดี่ยวมีโอกาสในการตีความ และแสดงถึงทักษะของตนไปพร้อมกันด้วย หากการตีความเกินกว่าที่ศิลปินประพันธ์ไว้ บทเพลงก็ไม่สามารถเข้าถึงวิญญาณของบทเพลงได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ประพันธ์จะปิดกั้นมิให้ศิลปินได้แสดงฝีมือไม่ แต่ผู้แสดงเดี่ยวจะไม่แสดงฝีมือเพื่ออวดอีโก้ของตัวให้อยู่เหนือบทประพันธ์ นอกจากจะต้องทำความเข้าใจการตีความบทเพลงอย่างถึงแก่นแล้ว สิ่งที่ศิลปินต้องต้องคำนึงถึงตลอดเวลาก็คือจังหวะของบทเพลง และวิสัยทัศน์ (Vision) เพราะทั้งหมดคือเนื้อหาที่คีตกวีต้องการสื่อให้ผู้ฟังเข้าถึง ส่วนการตีความทำให้ดนตรีคลาสสิกดำรงอยู่จนถึงทุกวันนี้ ทั้งสองส่วนจึงต้องเดินไปด้วยกันเป็นเนื้อเดียวกัน มิใช่เดินคู่ขนาน และการบรรเลงเปียโนของ Lilya ชุดนี้เธอทำได้อย่างครบถ้วนน่ายกย่อง ด้วยทักษะ การตีความ ที่ผสมผสานได้อย่างลงตัว เป็นแผ่นซีดีที่น่าฟังและน่าสะสมเป็นอย่างยิ่ง

คุณภาพการบันทึกเสียง : 7
คุณค่าทางดนตรี : 9