ชั้นวางเครื่องเสียงและขาตั้งลำโพง: เรื่องเล็กที่ไม่ควรมองข้าม
โดย นิวัต พุทธประสาท

1.ชั้นวางเครื่องเสียง
หลายท่านอาจจะคิดในใจว่า (แต่เสียงดัง) ว่าทำไมเล่นเครื่องเสียงกันทีถึงได้มีเรื่องยุ่งยากจุกจิกมากมายอย่างนี้ ที่จริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรือจุกจิกหรอกนะครับ เพียงแต่ว่าคนที่เล่นกันอย่างจริงจัง หวังว่าการไม่มองข้ามเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้จะทำให้รีดเค้นประสิทธิภาพของเครื่องเสียงที่ตัวเองมี ไม่เว้นแม้แต่ Low End, Mid End หรือ Hi End ก็สามารถรีดเค้นประสิทธิภาพสูงสุดของเครื่องออกมาได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

อีกประเด็นคือ ถ้าเรารักชอบเสียงเพลงและชอบเล่นเครื่องเสียงแล้วละก็ การใส่ใจทุกรายละเอียดนั้น ทำให้การเล่นเป็นไปอย่างสนุก และมีความสุขเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งบางทีเรื่องบางเรื่องที่เล็กน้อย อาจจะทำให้เครื่องเสียงของเรายกระดับขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง

สำหรับบทนี้ผมขอเขียนถึงชั้นวางเครื่องเสียงและขาตั้งลำโพงสำหรับลำโพงวางหิ้ง
ผมมีความเชื่อว่าท่านที่เล่นเครื่องเสียงมือใหม่ อาจจะไม่ได้นึกถึงชั้นสำหรับวางเครื่องเสียงเสียเท่าไหร่ เพราะมีความเชื่อว่า เครื่องเสียงวางเอาไว้บนอะไรก็ได้ที่ไม่เปียกชื้นก็เป็นพอ แต่ความจริงแล้วอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไปนะครับ

ชั้นวางเครื่องเสียง

ชั้นวางเครื่องเสียง

ตามจริงแล้วเครื่องเสียงจะต้องวางในที่มั่นคง อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อการระบายความร้อนที่ดี โดยเฉพาะแอมป์คลาสเอ หรือแอมป์หลอด บางท่านชอบวางเครื่องเสียงซ้อน ๆ กันเป็นชั้นนั้น อาจจะทำให้เครื่องเสียหายได้โดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะแอมป์ หรือเครื่องเล่นซีดี ที่มีความไวต่อการกลไกในการทำงาน แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรจะแยกให้แอมป์ตั้งอยู่เดี่ยว ๆ ส่วนเครื่องเล่นเทปหรือเครื่องเล่นซีดี นั้นควรจะให้เครื่องเล่นเทปวางอยู่ชั้นล่าง ส่วนเครื่องเล่นซีดีวางในส่วนที่อยู่บนสุด

บางท่านอาจจะซื้อตู้ หรือเฟอร์นิเจอร์มาวางเครื่องเสียง ผมมีความเห็นว่า ควรจะหาตู้แบบที่ไม่ต้องมีกระจก หรือถ้าแบบมีกระจกก็ควรจะให้ด้านหลังเปิดโปร่ง นอกจากช่วยระบายอากาศแล้ว เวลาที่จะต่อเชื่อมสายสัญญาณ ปลั๊กไฟ หรือเช็คสายจะทำได้ง่ายกว่าตู้ที่ปิดทึบ

ส่วนนักเล่นบางคนมีความเห็นว่า ชั้นวางเครื่องเสียงมีผลกับเสียงมากขนาดนั้นเลยหรือ ซึ่งความจริงแล้วมันมีผลครับ แต่จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับว่า System ของเรามีความละเอียดมากแค่ไหน มีครั้งหนึ่งผมได้เอาแอมป์หลอดไปฟังที่บ้านพ่อตาซึ่งอยู่เมืองกาญจนบุรี ที่บ้านไม่มีอะไรมาวางเครื่องเสียงเลย จึงวางเอาไว้กับพื้นกระเบื้อง เปิดเพลงฟังได้ไพเราะไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ฟังอัลบัมที่คุ้นเคยแล้วรู้สึกเสียงมันออกไปในทางอั้น ๆ และเปิดไปนาน ๆ มีเสียงรบกวนพอสมควร ตอนแรกคิดว่าอาจจะเป็นที่ระบบไฟบ้านต่างจังหวัดก็เป็นได้ หรือมีสาเหตุมาจากระบบกราวด์ไฟฟ้าที่ไม่ถูกต้อง จากนั้นผมก็ลองหากระดานไม้มาแผ่นหนึ่ง เอามาเป็นที่วางเครื่องแอมป์หลอด ปรากฏว่าเสียงเปิดโปร่งขึ้นกว่าเก่า และเสียงรบกวนก็หายเป็นปลิดทิ้ง ในคราวนั้นทำให้ผมเห็นอย่างชัดเจนว่าเครื่องเสียงวางอย่างตามมีตามเกิดมิได้ แต่ต้องใส่ใจกับรายละเอียดทุกอย่าง

รูปแบบการใช้งานของชั้นวาง ทำให้เครื่องเสียงจัดวางอย่างเป็นระเบียบ

รูปแบบการใช้งานของชั้นวาง ทำให้เครื่องเสียงจัดวางอย่างเป็นระเบียบ

ประเด็นต่อมา เครื่องเสียงหลอดส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักมาก และมีความร้อนสูง โดยเฉพาะแอมป์ซิงเกิ้ลเอนด์ด้วยแล้ว จะมีความร้อนมากกว่าแอมป์ทั่วไป รวมทั้งน้ำหนักตัวที่หนักอึ้งของเอาท์พุตเป็นปัญหาสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเล่นแอมป์ใหม่ ๆ อย่างแน่นอน แต่ความกังวลเหล่านี้จะหายไปหากเราทำความเข้าใจระบบการทำงานของเครื่องเสียงให้ละเอียด และมองหาชั้นวางเครื่องเสียงมาใช้ โดยเฉพาะชั้นวางที่ผลิตขึ้นเพื่อเครื่องเสียงโดยตรง จะมีผลต่อคุณภาพเสียงและช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องในระยะยาวเป็นของแถม

เท่าที่ผมเคยลองวัสดุที่มาเป็นพื้นรองสำหรับวางเครื่องเสียง พบว่าวัสดุที่เหมาะสำหรับวางแอมป์ทั้งแอมป์หลอดและโซลิตสเตจคือ อะคิลิคแผ่นหนา ความหนาน่าจะประมาณสองเซ็นติเมตร เหตุที่อาคิลิคทำได้ดีที่สุดเพราะว่าความทนทาน การทนความร้อน ทำได้ดีไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่อะคิลิคทำได้เหนือกว่าวัสดุอื่นก็คือการสลาย “ความสั่นสะเทือนของคลื่น” (Resonant) นอกจากนั้นความสวยงามของอะคิลิคเองก็ทำให้การออกแบบชั้นวางทำให้เครื่องเสียงดูดีด้วย


วัสดุที่สองคือไม้เนื้อแข็ง วัสดุที่สามคือกระจก ส่วนสุดท้ายคือแผ่นหินอ่อนหรือแผ่นหินขัด

นอกจากวัสดุที่ทำเป็นฐานรองจะเป็นพระเอกแล้ว ขาวางชั้นเครื่องเสียงถือว่าไม่ใช่พระรองแต่เป้นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งทีเดียว ชั้นวางเครื่องเสียงชั้นดีมักจะต้องออกแบบมาให้ถ่ายเทน้ำหนักของเครื่องให้บาลานซ์กันทั้งชั้น ไม่ใช่กดทับน้ำหนักลงไปที่จุดใดจุดหนึ่ง บางเจ้าออกแบบขาเป็นสามขา บางเจ้าสี่ขา แต่ตัวรับน้ำหนักมีสามขา เหตุที่เป็นสามขา เพราะว่าเมื่อชั้นวางรับน้ำหนักเครื่องเสียง มันจะไม่ถ่ายเทน้ำหนักไปที่ขาใดขาหนึ่ง แต่จะแบ่งน้ำหนักไปทั้งสามขานั่นเอง ส่วท่านใดออกแบบเก่ง ๆ รองเอาไปทำดูนะครับ ชั้นวางเครื่องเสียงสวย ๆ ดี ๆ ในเมืองไทยยังมีคนผลิตน้อย และก่อนทำอย่าลืมติดสไปร์ซสำหรับปรับระดับได้ที่ขาด้วยนะครับ เพราะจะช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและปรับความเอียงได้ด้วย

2.ขาตั้งลำโพง
ผมคิดว่าหลายท่านที่มีห้องฟังเพลงเล็ก ๆ ก็มักจะซื้อลำพงวางหิ้งแบบสองทางไปใช้ บางท่านอาจจะไม่ไว้ใจพวกเซลล์ตามร้านเครื่องเสียง เพราะชอบขายของพ่วงมาเสมอ ขาตั้งลำโพงที่เขาเชียร์ให้ซื้อก็หลายสตางค์ บางรุ่นราคาเกือบเท่าลำโพง (ทำใจลำบาก) ก็เลยซื้อแต่ลำโพงมาก่อน จากนั้นก็เอามาวางกับชั้นวางตู้โชว์บ้าง วางบนโต๊ะเก้าอี้บ้าง หรือเอาไปวางใกล้ ๆ โทรทัศน์ บนชั้นวางทีวี (ระวังนะครับเพราะลำโพงบางรุ่นไม่ได้ชีลแม่เหล็กมา จะทำให้โทรทัศน์มีภาพวูบวาบได้)

ลำโพงวางหิ้งนั้นเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่นักเล่นระดับ Mid-End เพราะตัวเล็กหาที่วางง่าย แต่ความจริงแล้วเรื่องราวของมันไม่ได้ง่ายนักถ้าเราซื้อมาแต่ลำโพงโดยไม่มีขาตั้ง อย่างที่ผมกล่าวเอาไว้ข้างต้นคือราคาตัวลำโพงนั้นดูเหมือนไม่แพง แต่ถ้าบวกขาตั้งคุณภาพเข้าไปแล้ว มันมีราคาค่าตัวอยู่พอสมควร แต่ถ้าเราคิดว่าขาตั้งลำโพงไม่มีผลต่อเสียง ถือเป็นความคิดที่ผิดมหรรพ ผิดตั้งแต่เราเลือกซื้อลำโพงวางหิ้งมาใช้แล้ว เพราะคุณสมบัติของลำโพงเล็กคือรายละเอียดเสียงกลางและแหลมจะดีมาก แต่คุณภาพเหล่านั้นจะถูกรีดออกมาได้มาก ก็ต่อเมื่อมันอยู่ในสภาพและสภาวะที่ดีเยี่ยมเท่านั้น ดังนั้นลำโพงวางหิ้งถือเป็นงานที่หินกว่าลำโพงตั้งพื้นมาก ๆ แต่ทั้งนี้ไม่มีอะไรดีไปเสียหมด และยากไปเสียหมดครับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเราว่าจะใส่ใจกับรายละเอียดมากแค่ไหน

ขาตั้งลำโพงแบบวางหิ้ง

ขาตั้งลำโพงแบบวางหิ้ง

ขาตั้งลำโพงมีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ของยี่ห้อที่ผลิตลำโพง จนถึงขาตั้งที่ผู้ผลิตอิสระคิดค้นขึ้นมา ในที่นี้ผมขอนำเสนอขาตั้งที่ผู้ผลิตอิสระผลิตขึ้นมานะครับ เพราะมีราคาถูกกว่าและหาซื้อได้ง่ายตามบ้านหม้อก็มีอยู่หลายร้าน รวมถึงร้านขายเครื่องเสียงก็มีให้เลือกมากมาย ท่านที่มีฝีมือการช่างก็ยิ่งง่ายสะดวก แค่วัด ตัด เชื่อมและต่อก็ผลิตได้แล้ว

ตามมาตรฐานขาวางลำโพงส่วนใหญ่จะสูงประมาณ 24 นิ้ว เมื่อรวมสไปร์ซแล้ว เมื่อวางลำโพงลงไปแล้ว ทวีตเตอร์หรือลำโพงเสียงแหลมที่อยู่ด้านบนจะอยู่ในระดับเดียวกับหูของผู้ฟัง เมื่อนั่งอยู่บนเก้าอี้นี่เอง
ส่วนขาตั้งลำโพงวัสดุส่วนใหญ่ที่นิยมคือแท่งเหล็กโปร่ง หรือไม้ บางเจ้าออกแบบเสาเดียว สองเสา สามเสา หรือหกเสา ขึ้นอยู่กับการออกแบบ ว่ากันว่าแต่ละแบบก็ให้ซุ่มเสียงที่ต่างกันไป สำหรับผมชอบแบบหกเสาเพราะดูมั่นคงที่สุด ส่วนพื้นรองลำโพงไม่ว่าจะเป็นไม้หรือเหล็กก็ได้ครับและน้ำเสียงก็ต่างกันแล้แต่ความชอบของแต่ละคน (ไม้ให้เสียงนุ่มนวล ส่วนเหล็กให้เสียงคมชัดรายละเอียดดี) บางเจ้าทำให้ขาลำโพงสามารถกรอกทรายลงไปได้ด้วย ทรายจะช่วยในการสลายคลื่นความสั่นสะเทือนนั่นเอง

บางคนเมื่อเลือกขาตั้งลำโพงได้แล้วมีการจูนเพิ่มเติมเช่นวางลำโพงบนทิปโทอีกที บางคนก็จูนด้วยดินน้ำมัน เอาไว้รองลำโพงกันตกกระแทก ก็แล้แต่ครับถ้าได้เสียงที่ดีขึ้นก็ไม่ว่ากันทำไปเลยครับ
สำหรับท่านที่มีลำโพงวางหิ้ง แต่ยังไม่มีขาตั้งลำโพง ลองดุนะครับ แล้วจดตั้งลำโพงตามแบบที่ผมนำเสนอไปในบทความที่แล้ว ผมเชื่อว่าท่านจะได้รับคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นกว่าเดิม ในซิสเต็ม (System) เดิมได้อย่างแน่นอน

Join the conversation! 1 Comment

  1. เพิ่งรู้นะนี่ ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

About นิวัต พุทธประสาท

นิวัต พุทธประสาท ปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ มีคอลัมน์ประจำที่ Hamburger และ The Wave Magazine แล้วยังเป็นช่างภาพสมัครเล่น โดยภาพถ่ายนักเขียนได้ตีพิมพ์ตามหนังสือพิมพ์ - นิตยสาร สนใจเรื่องราวสังคม การเมือง ชีวิต ขณะเดียวกันก็ชื่นชอบดนตรีคลาสสิก แจ๊ส ชอบดูหนัง นอกจากนั้นยังสนใจเรื่องเครื่องเสียง แผ่นเสียงมากเป็นพิเศษ นิวัตมีผลงานทั้งเรื่องสั้น นิยาย และบทความ ผลงานที่ตีพิมพ์รวมเล่มแล้วได้แก่ ไปสู่ชะตากรรม, ใบหน้าอื่น,​วิสัยทัศน์แห่งปรารถนาและความตาย, ขอบฟ้าเหตุการณ์, ลมหายใจอุบัติซ้ำ, แสงแรกของจักรวาล, หิ่งห้อยในสวน และ ความโดดเดี่ยวทั้งมวลที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

หมวดหมู่

Audiophile, Front End, High Fidelity

ป้ายกำกับ

, , , , , , , , , , , , , ,