จากท้องทะเลถึงหัวค่ำ ศิลปะเฉียบพลันสำแดง

Debussy-La Mer-Nocturnes
The Cleveland Orchestra
Pierre Boulez

ภาพปกซีดี

ลมหนาวเดือนมกราคมยังคงพัดลงมาอย่างต่อเนื่องจากประเทศจีน เช้าในฤดูหนาวแสงอาทิตย์จะค่อย ๆ ส่องแสงผ่านชั้นบรรยากาศอันจางเบา เต็มไปด้วยหมอกมัว ในเวลาเย็นแสงของวันหลุบต่ำลงเร็วกว่าปกติ ภาพจาง ๆ ของบรรยากาศบ้านล้อมสวนที่สามพรานจึงแลเห็นดวงอาทิตย์ซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง เคลื่อนตัวลงอย่างเชื่องช้าตรงเส้นขอบฟ้า ชั่วกะพริบตาดวงอาทิตย์ก็หายไปจากจักษุ แสงของวันยังไม่หมดเสียทีเดียว ทว่าก็อ่อนแรงลง…ความมืดค่อย ๆ คืบคลาน ครอบคลุมทั่วบริเวณ

ที่เกริ่นมาทั้งหมดเพื่อที่จะนำเข้าสู่บทเพลงในช่วงยุคโรแมนติกสุดท้าย ของคีตกวีชาวฝรั่งเศส ผู้ซึ่งดำรงค์แนวทางดนตรีในแบบอิมเพรสชั่นนิสซึม (Impressionism) ศิลปะอิมเพรชชั่นนิสซึมเกิดขึ้นที่ฝรั่งเศสในราวปี ค.ศ. 1860 ศิลปะอิมเพรชชั่นนิสซึมคือศิลปะที่แสดงออกถึงความรู้สึกประทับใจ ซาบซึ้งใจ ศิลปินในยุคอิมเพรสชั่นนิสต์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดก็คือ โคลด โมเน่, เอ็ดการ์ เดกาส์, คามิลล์ พิซาโร เป็นต้น ศิลปะแบบอิมเพรสชั่นนิสซึมมีรูปแบบที่ชัดเจนคือ ศิลปินใช้วิธีแต้มสีเป็นจุด หากผู้ชมยืนมองในระยะที่ใกล้เกินไปก็อาจจะไม่เห็นความงาม แต่เมื่อถอยหลังออกมาชมภาพจะแลเห็นภาพมีรายละเอียดที่สวยงาม แสงสีที่เห็นในภาพเต็มไปด้วยความนุ่มนวลชวนฝัน ศิลปะยุคนี้กลุ่มศิลปินภาพวาดนั้นมีความโดดเด่นชัดเจน ส่วนกลุ่มนักดนตรีที่เป็นหัวหอกของแนวอิมเพรสชั่นนิสซึมก็คือ โคลด เดอบุชชี และ เมอร์ริค ราเวล นั่นเอง

ดนตรีในแบบอิมเพรสชั่นนิสซึมนั้น แม้จะอยู่ในช่วงยุคโรแมนติก ทว่าก็เป็นโรแมนติกยุคสุดท้ายที่เฝ้าตั้งคำถาม และเปลี่ยนถ่ายรูปแบบดนตรีสู่ยุคสมัยใหม่ กล่าวคือความงามของดนตรีอาจจะมีรูปแบบที่เต็มไปด้วยวลีความงามที่สั้น ๆ เรียงต่อกันเป็นเพลง โดยในแตะละวลีเพลงจะมีเสียงประสานที่ไพเราะงดงาม รูปแบบดนตรีในแนวนี้เลียนแบบรูปแบบความงามของภาพเขียน กระนั้นการฟังกับการดูมีความแตกต่างกันพอสมควร ผู้ฟังดนตรีในแนวอิมเพรสชั่นนิสซึมอาจจะต้องใช้ทักษะในการฟังมากกว่าการชมภาพ เพราะความงามในแบบนามธรรมของเสียงนั้น มีจินตนาการที่ยิ่งใหญ่กว่า

โคลด เดอบุชชี เกิดในปี 1862ที่เมืองแซงเยเมน-เอน-ลีย์ ซึ่งห่างจากปารีสประมาณสิบเก้ากิโลเมตร บิดาเป็นเจ้าของร้านชำแบบชาวจีน เขาเรียนเปียโนตอนอายุเจ็ดขวบ เดอบุชชีฉายแววอัจฉริยะทางดนตรีตั้งแต่เด็ก เส้นทางชีวิตจึงมุ่งเรียนทางด้านดนตรีอย่างจริงจัง ช่วงปี 1880-82 เขาไปอยู่ที่รัสเซียเป็นครูสอนดนตรีที่สถาบันดนตรี ผลงานการประพันธ์ดนตรีในช่วงแรก ๆ เป็นเพียงผลงานชิ้นเล็ก ๆ เขาได้รางวัลปรีซ์เดอโรมจากบทประพันธ์ L’Enfant prodigue ทว่าบทประพันธ์ที่ทำให้เดอบุชชีมีชื่อเสียงเป็นงานในช่วงกลางชีวิตของเขา ซึ่งเราจะมาฟังกันในแผ่นซีดีชุดนี้ได้รวบรวมเเพลงเด็ดเอาไว้

เริ่มที่เพลง Nocturnes สามมูฟเม้นต์ อันประกอบด้วย I. Nuages (Clouds) II. Fetes (Festival) III. Sirenes (Sirent) เพลงน็อคเทิร์นเป็นเพลงที่นิยมบรรเลงในช่วงยามเย็นหรือยามค่ำ ถ้าท่านผู้ฟังฟังเพลงน๊อคเทิร์นของศิลปินยุคคลาสสิกมาบ้าง จะพบว่าความไพเราะของเพลงน๊อคเทิร์นนั้นไม่แพ้ดนตรีรูปแบบอื่นของดนตรีคลาสสิก

Debussy

มูฟเม้นต์แรก Nuages เริ่มด้วยท่วงทำนองช้า เสียงเครื่องลมไม้เป่าพร้อมเพรียงเล่นโน้ตขนานกัน ก่อนที่กลุ่มเครื่องสายจะรับท่วงทำนองไปเล่นต่อ และสลับกันเล่นพร้อมสอดผสานเป็นหนึ่ง ขณะที่เครื่องเป่าบรรเลงเดี่ยวช่วงสั้น ๆ

มูฟเม้นต์ที่สอง Festes ท่วงทำนองสนุกสนาน รวดเร็ว กลุ่มเครื่องเป่าทองเหลืองมีบทบาทอย่างเด่นชัด ขณะที่เครื่องสายล้อเลียน-หยอกล้อเสียงประสาน

มูฟเม้นต์ที่สาม Sirenes ดนตรีเล่นด้วยเสียงที่เบาบาง โดยมีกลุ่มนักร้องเสียงประสานคลอไปกับเสียงดนตรี ทำให้มูฟเม้นต์นี้เต็มไปด้วยความลึกลับ ฉงน เย็นเยียบ เสียงคลอรัสราวกับสายลมแห่งฤดูที่แฝงมาด้วยห้วงคำนึง

เพียงเพลงแรกที่ได้ฟังงานของเดอบุชชีท่านคงพอมีไอเดียของเพลงในแบบอิมเพรสชั่นนิสซึมนะครับ ท่านผู้ฟังอาจจะไม่เคยคุ้นกับท่วงทำนองเหมือนแบ่งออกเป็นห้วงสั้น ๆ เรียงต่อกันเป็นเพลง ขณะที่ท่วงทำนองหลักลื่นไหลไม่คงที่ แต่ก็มีความงามเมื่อฟังทั้งเพลงจบลง ความซาบซึ้งใจของดนตรีจึงจะค่อยเผยรูปโฉมสวยงามออกมา

เพลงถัดมาคือ Prmiere Rhapsodie For Clarinette ดนตรียังคงรูปแบบที่เชื่องช้า เสียงคริเน็ตเสนอภาความสวยงามของชนบท แสงสีที่อ่อนนุ่มของฤดูใบไม้ผลิ ความงามที่แฝงไปด้วยความรู้สึกเอ่อท้นความสุข มิใช่ความสุขที่ประกายฉาดฉาน แต่เป็นความสุขที่ค่อย ๆ คลายออกมาทีละน้อย

แทรคที่ 5 Jeux (Games) แรกเริ่มเพลงนี้ร่างเอาไว้เป็น Dance Poem ทว่าเป้าหมายหลักคือเป็นเพลงเล่นประกอบกับการเต้นบัลเล่ต์ ท่วงทำนองของดนตรีจึงมีจังหวะที่ขึ้นลง ช้า-เร็ว สลับกันตลอดทั้งเพลง รวมถึงเสียงประสานระหว่างเครื่องสายและเครื่องเป่าก็เป็นไปในแบบคู่ขนาน

และมาถึงเพลงเอกของอัลบัม อันเป็นเพลงที่สร้างชื่อให้กับเดอบุชชีมากที่สุดคือ La Mer (The Sea: Three Symphonic Sketches For Orchestra) La Mer เริ่มประพันธ์ขึ้นในปี 1903 โดยเสร็จสมบูรณ์และเปิดแสดงครั้งแรกที่ปารีสในเดือนตุลาคม1905 ทว่าการแปิดการแสดงครั้งแรกไม่ประสบผลสำเร็จเสียเท่าไหร่บางที่บอกว่าเป็นเพราะการฝึกซ้อมของวงไม่ดีนัก บางส่วนก็บอกว่าบทประพันธ์ไม่เอาไหน และบางส่วนก็บอกว่าชาวปารีสรับไม่ได้กับพฤติกรรมของเดอบุชชีที่กระทำรุนแรงกับภรรยาคนแรกซึ่งเป็นศิลปินนักร้อง แต่อย่างไรก็ดีต่อมาภายหลัง La Mer ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในมาสเตอร์พีชทางดนตรีของศตวรรษที่ 20 นี่แหละครับของดีต้องรอบ่มสักหน่อยกว่าคนฟังจะมองเห็นคุณค่า

เพลงนี้แบ่งเป็นสามมูฟเม้นต์ มูฟเม้นต์แรก (ผมขอแปลเป็นภาษาไทยตามแบบของผมนะครับ) “จากอรุโณทัยสู่ระติกาลของทะเล” มูฟเม้นต์นี้เล่นด้วยความช้ามาก ๆ บรรยายภาพทะเลทุกเวลาจากราบเรียบ คลื่นลมแรง จนเกิดพายุ

มูฟเม้นต์ที่สอง “พรายฟองคลื่น” จังหวะสั้นและเร็ว บรรยายภาพคลื่นในอารมณ์ต่าง ๆ

มูฟเม้นต์ที่สาม “บทสนทนาระหว่างสายลมกับทะเล” ท่อนนี้เต็มไปด้วยจินตภาพเคลื่อนไหว โกลาหล อึกทึก

เพลงของเดอบุชชี อาจจะฟังยากสักนิด ถ้าเทียบกับดนตรียุคคลาสสิก-โรแมนติกในตอนต้น แต่ต้องเข้าใจว่าช่วงเวลานี้โลกกำลังเดินทางสู่ยุคโมเดิร์นอย่างเชื่องช้า ดังนั้นคีตกวีจึงมองหาท่วงทำนอง ความงาม รวมถึงเทคนิคใหม่ ๆ ที่ไม่ซ้ำซากจากดนตรีในรูปแบบเดิม พวกเขาไม่ต้องการย่ำรอยเท้าไฮเดิล บาค โมสาร์ท บีโธเฟ่น ดังนั้นสไตล์ดนตรีจึงมุ่งมั่นไปสุ่การเปิดโลกใหม่

ผมอยากแนะนำว่าการฟังเพลงในอัลบัมนี้อาจจะต้องใช้สมาธิมากพอสมควร และอาจจะต้องใช้เวลาฟังบ่อยครั้ง จากนั้นก็ฟังในแบบยืนออกห่าง ลบภาพท่วงทำนองไพเราะติดหู แต่มองไปถึงแก่นของเสียงดนตรี

นี่แหละครับความงามในแบบอิมเพรสชั่นนิสซึม

Music: 8
Sound: 7

Join the conversation! 1 Comment

  1. ชอบฟัง La mer มากๆ เลยครับ ตอนนี้ ยังฟังอยู่เลย
    ผมเห็นภาพของบทเพลงนี้เลย

    ไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์จะแต่งได้เก่งเพียงนี้ครับ ^ ^

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

About นิวัต พุทธประสาท

นิวัต พุทธประสาท ปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ มีคอลัมน์ประจำที่ Hamburger และ The Wave Magazine แล้วยังเป็นช่างภาพสมัครเล่น โดยภาพถ่ายนักเขียนได้ตีพิมพ์ตามหนังสือพิมพ์ - นิตยสาร สนใจเรื่องราวสังคม การเมือง ชีวิต ขณะเดียวกันก็ชื่นชอบดนตรีคลาสสิก แจ๊ส ชอบดูหนัง นอกจากนั้นยังสนใจเรื่องเครื่องเสียง แผ่นเสียงมากเป็นพิเศษ นิวัตมีผลงานทั้งเรื่องสั้น นิยาย และบทความ ผลงานที่ตีพิมพ์รวมเล่มแล้วได้แก่ ไปสู่ชะตากรรม, ใบหน้าอื่น,​วิสัยทัศน์แห่งปรารถนาและความตาย, ขอบฟ้าเหตุการณ์, ลมหายใจอุบัติซ้ำ, แสงแรกของจักรวาล, หิ่งห้อยในสวน และ ความโดดเดี่ยวทั้งมวลที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

หมวดหมู่

Beauty is a Rare Thing, Classical Music, Music Review

ป้ายกำกับ

, , , , , , , , , , , ,