บรรยากาศแสนสบายที่ “เรือนข้าหลวง”


ผกาชวนชชิม: ร้านอาหารเรือนข้าหลวง

เขื่อนกระเสียวในวันฟ้าปลอดโปร่ง

ใครจะคิดว่าจังหวัดสุพรรณบุรีเมืองเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีอะไร จะมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม ผกาชอบนั่งรถไปสุพรรณฯช่วงฤดูปลูกข้าว ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกปีละสองหน ความเขียวชะอุ่มของนาก็ทำให้คนเมืองอย่างผการู้สึกสบายตา  สบายใจ เมืองสุพรรณฯนอกจากจะไปไหว้พระที่วัดป่าเลไลย์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง หรือจะขับไปเที่ยวบึงฉวากก็สุดแล้วแต่

เขื่อนกระเสียวมองจากระเบียงร้าน

เมืองสุพรรณบุรีเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ สมบูรณ์ทั้งข้าวปลาอาหาร ดังนั้นร้านอาหารในจังหวัดสุพรรณมีอยู่หลายร้าน ทว่าทุกครั้งที่ผกาไปสุพรรณก็ต้องขับรถไปเที่ยวที่เขื่อนกระเสียวทุกครั้งไป

ทางขึ้นเรือน

เขื่อนกระเสียวเป็นเขื่อนดิน กักเก็บน้ำเพื่อใช้ในการชลประทาน และผลิตน้ำประปาให้กับจังหวัดสุพรรณฯและใกล้เคียง ทุกครั้งที่ไปผกาชอบเข้าไปในกรมชลประทาน เพื่อนั่งกินข้าวชมวิวที่ร้านเรือนข้าหลวง ซึ่งเป็นร้านสวัสดิการของเขา บรรยากาศจากร้านมองไปเห็นเขื่อนกระเสียวได้กว้างไกลสุดสายตา ร้านนี้อาหารอร่อยใช้ได้ อาหารไม่เยอะแต่คุ้มค่า พูดตามตรงว่าแค่บรรยากาศร้านก็กินขาดแล้ว อาหารอร่อยน้อยกว่านี้ก็ยังทนได้ ผกาแนะนำว่าถ้าจะไปทานร้านนี้ไม่ควรเลือกช่วงที่เป็นเทศกาล เพราะความพร้อมในการบริการอาจจะสู้ร้านใหญ่ ๆ ไม่ได้ หากแวะไปควรเป็นวันธรรมดาหรือวันเสาร์อาทิตย์ก็ได้ครับ เขาบริการตั้งแต่อาหารกลางวัน และกลางคืน พิเศษคือช่วงกลางคืนมีดนตรีโฟล์คซองบรรเลงให้ฟังด้วย

หน้าชานเรือน

อาหารที่ผกาอยากแนะนำคือ หมูทอดตะไคร้ เหมาะสำหรับเป็นกับแกล้มที่อร่อย ทานกับเบียร์เย็น ๆ ไม่ต้องใส่น้ำแข้งให้เสียรส ปลาน้ำจืดชนิด ๆ ต่าง ๆ ทอดกระเทียม  เมนูปลาน้ำจืดขึ้นอยู่กับช่วงเวลาว่าจะมีปลาอะไร แต่ที่นี่ทำอาหารทอดได้อร่อยทุกอย่าง ส่วนเมนูที่หากินไม่ได้ในทุกวันคือกุ้งแม่น้ำเผา แต่ถ้ามีเมื่อไรสั่งกินได้เลย

ตกแต่งร้านได้อย่างน่ารัก

เส้นทางการเดินทาง

ออกจากกรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางบางบัวทอง-สุพรรณบุรี มุ่งสู่อำเภอด่านช้าง เมื่อถึงด่านช้างจะพบหอนาฬิกาให้เลี้ยวเข้าตัวเขื่อน จากนั้นเมื่อถึงทางเข้ากรมชลประทานก็เลี้ยวเข้าไปเลย ขับรถตรงไปตามทางหลักเพื่อขึ้นเขาไปยังร้านเนือนข้าหลวง หากไปไม่ถูกสอบถามยามจากป้อมยามได้