Beethoven: Violin Sonata


Beethoven: Violin Sonata

No.5 “Spring” No.9 “Kreutzer” No.10

บีโธเฟ่นได้แต่งไวโอลินโซนาต้าเอาไว้ด้วยกันถึงสิบหมายเลข ซึ่งถือว่าเป็นงานผลงานที่มีกลุ่มก้อนใหญ่น่าศึกษา และสามารถมองเห็นพัฒนาการอันยอดเยี่ยมของบีโธเฟ่น ไวโอลินโซนาต้าสามเพลงแรก บีโธเฟ่นได้อุทิศให้แก่ Antonio Salieri ซึ่งเป็นคีตกวีและคอนดัคเตอร์ชาวอิตาเลียน จนกระทั่งไวโอลินโซนาต้าหมายเลข 4 และ หมายเลข 5 ได้อุทิศให้แก่เคาท์ มอริส ฟอน ฟราย ส่วนหมายเลข 6, 7 และ8 อุทิศให้แก่ซีซาร์อเล็กซานเดอร์ที่หนึ่งแห่งรัสเซีย ทำไมเราต้องสนใจว่าบีโธเฟ่นอุทิศเพลงนั้น ๆ ให้ใครบ้าง เป็นเพราะว่าเราสามารถสืบค้นแรงบันดาลใจของศิลปินในด้านที่ลึกซึ้งขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง การอุทิศผลงานเพลงของบีโธเฟ่นนั้นมีนัยยะสำคัญทางการเมือง สังคม ความรัก ความผูกพันธ์ต่อผู้ที่อุทิศให้ หากมองในแง่ประวัติศาสตร์มันเป็นการเชื่อมร้อยต่ออารมณ์ของยุคสมัยนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี

แผ่นซีดีชุดนี้ถือเป็นแผ่นไวโอลินโซนาต้า “แผ่นครู” ของผมก็ว่าได้ มันเริ่มจากเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วผมได้ซื้อหนังสือเรื่อง “เพลงสังหาร” แต่งโดย “ลีโอ ตอลสตอย” และแปลโดยสิทธิชัย แสงกระจ่าง มาอ่าน หนังสือแปลเล่มนี้มีชื่อภาษาอังกฤษว่า The Kreutzer Sonata ในหน้าคำนำบรรยายเอาไว้ว่าตอลสตอยได้รับแรงบัลดาลใจในการแต่งนิยายเรื่องนี้จากการที่เขาได้ฟังการบรรเลงไวโลโอลินโซนาต้าของบีโธเฟ่น ซึ่งเล่นโดยลูกสาวของตอลสตอย เมื่อเพลงมาถึงช่วงกลางของมูฟเม้นต์ที่หนึ่ง ขณะที่ไวโอลินและเปียโนเล่นหยอกกันด้วยความเร็ว ตอลสตอยก็ไม่สามารถอดกลั้นความสะเทือนใจนั้นได้ เขาได้ออกมาจากห้องที่ลูกสาวกำลังบรรเลงเพลง และกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ นิยายเรื่องเพลงสังหารเป็นนิยายท้าทายศีลธรรมเรื่องหนึ่งของตอลสตอย (สมัยนั้นการคบชู้สู่ชายเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับไม่ได้ ยิ่งนำเสนอในรูปแบบที่แสดงให้เห็นความรู้สึกของฝ่ายหญิงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ชนชั้นสูงมองเป็นเรื่องน่ารังเกียจ) เมื่อนิยายเรื่องนี้เขียนเสร็จมันโดนแบนไม่ให้จำหน่ายในรัสเซีย คนอ่านจะต้องลอกนิยายด้วยลายมือ จากอีกทอดหนึ่งไปสู่คนอ่านอีกคนหนึ่งจึงจะได้อ่าน

เมื่อผมอ่านนิยายเรื่องนี้จบผมก็ไปตามหาซื้อเทปเพลงนี้มาฟังด้วยความยากลำบาก ซึ่งสมัยนั้นมีร้านขายเทปไม่กี่ร้านที่มีเพลงคลาสสิกขาย ผมไปได้เทปชุดนี้มาจากร้านโดเรมีสยาม จนกระทั่งซีดีเริ่มเข้ามาสู่ตลาด ผมจึงได้แผ่นซีดีชุดนี้มาเป็นเจ้าของ ที่ผมต้องหาซีดีมาฟังเพิ่มเป็นเพราะว่าผมฟังเวอร์ชั่นนี้จนคุ้นเคย จนกลายเป็นมาตรฐานของเพลงชุดนี้ไปเสียแล้ว ฟังจากศิลปินท่านอื่นที่เล่นก็หาได้ลื่นไหลเท่ากับแผ่นซีดีชุดนี้

Kreutzer Sonata เป็น Violin Sonata หมายเลข 9 ในบันไดเสียง A major (รู้สึกว่าบีโธเฟ่นจะถูกโฉลกกับเลขเก้าเอามาก ๆ ) แต่งขึ้นในปี 1802 ตอนนั้นบีโธเฟ่นได้อุทิศเพลงนี้ให้กับ Gorge Bridgetower ซึ่งเป็นนักไวโอลินที่เล่นคู่กับบีโธเฟ่นในรอบพรีเมียร์ หลังการแสดง ทั้งสองได้ไปดื่มฉลองกัน แต่จอร์จซึ่งกำลังเมาได้ที่เริ่มพูดจาดูถูกเหยียดหยามเพื่อนสาวของบีโธเฟ่นจนเธอหนีหายไม่ยอมกลับมา ทำให้บีโธเฟ่นซึ่งเจ้าอารมณ์อยู่แล้วได้ขีดฆ่าชื่อจอร์จออกจากการคำอุทิศ โดยเปลี่ยนมาอุทิให้แก่ Rodolphe Kreutzer ซึ่งในตอนนั้นเป็นนักไวโอลินที่กำลังเป็นที่สนใจของคนฟัง แต่กระนั้นครอยท์เซอร์ก็ไม่เคยเล่นเพลงไวโอลินโซนาต้า หมายเลข 9 ชองบีโธเฟ่นเลย ต่อมาคนฟังก็นิยมเรียกเพลงนี้ว่าครอยท์เซอร์โซนาต้าจนติดปาก

มูฟเม้นต์แรก ไวโอลินเริ่มขึ้นอย่างเชื่องช้า เปียโนตามมาด้วยความเงื่องหงอย ก่อนจะเริ่มบรรเลงเร็วขึ้น เปียโนพรมนิ้วรวดเร็ว ไวโอลินชักคันชักอย่างปราดเปรียว เครื่องดนตรีทั้งสองหยอกล้อท่วงทำนองกันและกันอย่างสอดประสาน โดยเล่นซ้ำท่วงทำนองหลักไปมา จุดเด่นของมูฟเม้นต์อยู่ที่เสียงไวโลลินสามารถเล่นได้เข้าขากับเปียโนได้ขนาดไหน

มูฟเม้นต์ที่สองเปียโนบรรเลงด้วยท่วงทำนองช้า ไวโลลินล้อกับท่วงทำนองเปียโน ท่อนนี้ค่อนข้างเศร้า เปียโนเริ่มเร็วขึ้น ไวโอลินประสานเสียงเพื่อเสริมให้เปียโนได้แสดงความสามารถเต็มเปี่ยม กลางเพลงไวโอลินเล่นซ้ำท่วงทำนองหลักของเปียโนด้วยความเร็วปานกลาง ช่วงใกล้จบเพลงยิ่งเต็มไปด้วยความเศร้า บรรยากาศหนืดเนือย เหมือนพลังชีวิตเหือดหาย

มูฟเม้นต์ที่สามเริ่มขึ้นด้วยท่วงทำนองร็ว มูฟเม้นต์นี้ดูเหมือนความคลี่คลายยังคงแฝงเร้นอยู่ ท่วงทำนองที่เล่นอย่างระมัดระวัง เต็มไปด้วยความคิดคำนึง ตั้งคำถาม ก่อนจบลงด้วยความฉงน

Kreutzer Sonata คือเพลงที่มีความโดดเด่นในเรื่องท่วงทำนอง โดยเฉพาะในมูฟเม้นต์แรกนั้นฟังแล้วติดหู ความเร้าใจของเพลงราวกับแหวกหัวใจคนฟัง เมื่อฟังแล้วมองเห็นภาพความสยดสยองของชีวิตที่มีรูปแบบนามธรรมได้อย่างแจ่มชัด

ส่วนเพลงอื่นในอัลบัมนี้คือ ไวโอลินโซนาต้า หมายเลขห้า มีชื่อเล่นว่า Spring Sonata เพลงนี้มีความไพเราะจับใจ บรรยายบรรยากาศท้องทุ่ง วิถีชีวิตที่งดงาม สปริงโซนาต้ามีท่วงทำนองที่คุ้นหู เป็นเพลงในแนวโรแมนติคหวานฉ่ำ เพลงนี้แต่งขึ้นในช่วงปี 1802 ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่บีโธเฟ่นกำลังแต่งซิมโฟนี่หมายเลขหนึ่งอยู่ ผลงานในช่วงดังกล่าวยังคงมีกลิ่นของงานบูชาครู กล่าวคือยังคงยึดหลักเกณฑ์หรือขนบของการแต่งเพลงเอาไว้อย่างครบถ้วน

เพลงสุดท้ายของอัลบัมคือโซนาต้าสำหรับเปียโนและไวโอลินเพลงสุดท้ายของบีโธเฟ่น แต่งขึ้นในปี 1812 กว่าจะได้แสดงก็ปี 1816 หมายเลขสิบมีท่วงทำนองที่ค่อนข้างเคร่งขรึมและครุ่นคิด ขณะเดียวกันก็แสดงอารมณ์ความรู้สึกอย่างเปิดเผย ดูเหมือนมันสามารถคลี่คลายความเป็นดนตรีของบีโธเฟ่นได้อีกระดับหนึ่ง ช่วงเวลานี้บีโธเฟ่นได้ค้นพบสไตล์ของตัวเอง ผ่านห้วงเวลาวัยหนุ่ม ผ่านความสำเร็จและกำลังท้าทายศักยภาพของตัวเองที่กำลังเริ่มป่วย หูหนวก รวมถึงอารมณ์ที่ผันเปลี่ยนขึ้น ๆ ลง ๆ ของตัวเอง ดังนั้นเสียงที่บีโะเฟ่นกำลังลรรยายจึงเป็นอีกเสียงหนึ่งที่เขาได้ยินในความเงียบ

อัลบัมนี้บรรเลงไวโอลินโดย Zino Francescatti และ เปียโนโดย Robert Casadesus โดยเฉพาะโรเบิร์ต คาซาเดซุสนั้น เป็นนักเปียโนที่มีฝีมือมากคนหนึ่ง ครอบครัวของเขาก็เป็นนักดนตรีทั้งตระกูล เมื่อใดที่ได้ฟังเพลงจากอัลบัมนี้แล้ว ต้องยอมรับว่าการตีความเพลงของอัลบัมนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก การสอดประสานระหว่างเปียโนและไวโอลินทำได้อย่างเข้าขากัน ทำงานเป็นทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง ลองเอาครอยท์เซอร์โซนาต้าอัลบัมนี้ไปเทียบกับศิลปินท่านอื่นดูเถิดครับ ผมรู้สึกได้ชัดเจนว่าแผ่นนี้กลมกล่อมที่สุดแผ่นหนึ่ง และหาคนเทียบเทียมยากเหลือเกิน

Sound: 7

Music: 9