The Seventh seal: พระเจ้า ยมทูต มนุษย์: เมื่อความตายเพรียกหาการดำรงอยู่


โดย นิวัต พุทธประสาท

ถ้า Personal ของอิงมาร์ เบิร์กแมน คือการจัดวางองค์ประกอบทางภาพยนตร์ โดยการมุ่งแสวงหาด้านลึกของความเป็นมนุษย์ บนพื้นที่จำกัด Personal คือนิยามของความเป็นปัจเจก การนำเสนอเต็มไปด้วยสัญญะอำพราง ปราศจากที่มาที่ไปด้านลึก (แต่ก้าวสู่ปริมณฑลในด้านกว้าง) สิ่งเหล่านั้นถือเป็นตัวแทนของการก้าวเข้าสู่สังคมหลังสมัยใหม่ (Postmodernist) ของคนหนุ่มสาว แต่ถ้าย้อนกลับไปดูหนังก่อนหน้านั้นของเบิร์กแมน ใน The seventh sealเราจะพบว่าหนังทั้งสองเรื่องเล่าเรื่องที่แตกต่างกัน ทว่าสิ่งที่เหมือนกันคือการตั้งคำถามเกี่ยวกับมนุษย์ การค้นหาความหมายของความตาย และการก้าวล่วงไปยังดินแดนที่มนุษย์ต่อรองกับอำนาจพิเศษได้

The seventh seal เป็นหนังที่ทรงพลังเรื่องหนึ่งของเบิร์กแมน ด้วยการเล่าเรื่องย้อนไปยังช่วงสงครามครูเสต แอนโทนีอัส บล็อก อัศวินผู้เข้าร่วมรบในสงครามศาสนา กลับสู่บ้านเกิดที่สวีเดนพร้อมกับโจนส์องครักษ์รู้ใจ ขณะที่อัศวินตื่นขึ้นในตอนเช้า เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าเมือง ยมทูตได้ปรากฏตัวขึ้น อัศวินรู้ชะตากรรมของตน เขากล่าวกับยมทูตว่าน่าจะเล่นหมากรุกด้วยกัน ถ้าหากเขาพ่ายแพ้ ยมทูตสามารถนำวิญญาณของเขาไปสู่หนใดก็ได้ แต่ถ้าอัศวินชนะเขาจะรอดจากความตาย การต่อรองของอัศวินช่วยยืดชีวิตของเขาออกไป เขาสามารถมีชีวิตอยู่และเดินทางเพื่อกลับสู่ปราสาทของตน แต่ระหว่างทางนั้นเขาพบว่าบ้านเกิดเมืองนอนที่จากมา กำลังตกอยู่ในห้วงวิกฤติอย่างหนัก เพราะเวลานั้นโรคระบาดกำลังระบาดอย่างรุนแรง ผู้คนจำนวนมากล้มตาย บ้านเมืองเต็มไปด้วยความสับสน ผู้คนตื่นตระหนก วันสิ้นโลกราวเดินทางมาเบื้องหน้า

I am Death

ขณะเดียวกันคณะละครเร่ซึ่งมีโจฟเป็นหน้าคณะ กำลังเดินทางไปยังเมืองต่าง ๆ เพื่อเปิดการแสดง โจฟเป็นคนฝันเฟื่อง เขามักจะมองเห็นภาพนิมิตต่าง ๆ แล้วนำมาเล่าให้ลิซาซึ่งเป็นภรรยาฟังเสมอ และลิซามองว่าโจฟนั้นเป็นคนเพ้อฝัน แต่เธอก็รักสามีของเธอเพราะเขาเป็นคนเช่นั้น สองสามีภรรยารู้ว่าช่วงเวลาที่ลำบากกำลังมาเยือนคณะของตน เพราะผู้คนที่กำลังหวาดกลัวต่อโรคระบาด ไม่อยู่ในห้วงอารมณ์ที่จะเสพงานบันเทิง นอกจากเศรษฐกิจจะฝืดเคืองแล้ว อันตรายที่จะติดโรคระบาดก็ยิ่งเสี่ยงเพิ่มขึ้น

เมื่ออัศวินและองครักษ์เดินทางเข้าสู่เมือง พวกเขายิ่งพบว่าวิกฤติครั้งนี้หนักหนากว่าครั้งใด นอกจากคิดผิดที่ไปร่วมรบในสงครามแล้ว ยังพบว่าผู้คนได้เปลี่ยนแปลงด้านจิตใจไปมาก บล็อกแลเห็นผู้คนเต็มไปด้วยความหยาบกร้าน ศาสนจักรมีอำนาจชี้เป็นชี้ตาย และยัดเยียดใครให้เป็นแม่มดก็ได้ ความหวาดกลัวของผู้คนทำให้รัฐสามารถเข้าครอบงำประชาชน ยิ่งพวกเขากลัวโรคระบาดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถมีอำนาจเหนือทุกอย่าง โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าใครจะต่อต้าน

The seventh seal เดินทางสำรวจเข้าไปสู่ความหวาดระแวงของผู้คน อัศวินอย่างบล็อกผู้โกงความตาย เขายังถูกยมทูตตามราวีเอาชีวิต ขณะเดียวกันสิ่งที่เขาแลเห็นบนโลกก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขาไม่สามารถช่วยเหลือใครได้ นอกจากปล่อยให้ชะตากรรมดำเนินไป แต่สำหรับโจนส์องครักษ์ของบล็อกกลับมองว่าการกระโจนเข้าไปทำอะไรบางอย่างนั้นอาจจะดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เช่นเขาเข้าช่วยเหลือสาวใบ้จากโจรที่เข้ามาขโมยของ และให้สาวใบ้ตัดสินใจว่าจะเดินทางไปกับตน หรือจะรอความตายที่กำลังมาเยือน การช่วยเหลือสาวใบ้ของโจนส์เป็นเหมือนการยื่นมือพิทักษ์ความเป็นธรรม

อิงมาร์ เบิร์กแมนนั้นตั้งคำถามในหลายหัวข้อเกี่ยวกับการดำรงค์ชีวิต ความเพ้อฝันของโจฟนักแสดงเร่ ผู้มีจิตใจงามมองโลกแง่ดี ขณะเดียวกัน โจนส์องครักษ์ที่มุทะลุดุดัน และบล็อคอัศวินที่ชอกช้ำจากสงคราม คนเหล่านี้มีบาดแผลเจ็บปวดที่ต่างกัน แต่จุดหนึ่งก็คือพวกเขาพยายามหนีไปจากกับดักด้วยวิธีการต่าง ๆ ในฉากสยดสยองที่แม่มดโดนเผาไฟบ่งบอกให้เราตระหนักได้ว่าท้ายสุดอำนาจทางการเมืองนั้นสามารถลงทัณฑ์ใครก็ได้ แม้ไม่ต้องมีการไต่สวนความผิด หรือไต่สวนตามที่ตั้งธงเอาไว้ การลงโทษแม่มดด้วยการเผาไฟจึงเป็นสิ่งที่ชอบธรรม เพื่อระงับความกลัวของประชาชนด้วยการบูชายัณฑ์ แม้บางครั้งเสียงสวดอ้อนวอนร้องขอต่อพระเจ้าก็ดูเหมือนจะเป็นหนทางที่มืดมน

Have you seen the Devil?

ในตอนท้ายยมทูตกำลังจะชนะกระดานหมากรุกของบล็อก อัศวินที่สิ้นท่าล้มกระดานหมากรุกแห่งความตายในทันใด แต่แล้วยมทูตก็บอกกับเขาว่าไม่ว่าจะล้มกระดานอย่างไร ยมทูตก็ยังจดจำหมากกระดานนั้นได้ ดังนั้นไม่ว่าอัศวินจะล้มกระดานหมากรุกเพื่อให้ตัวเองรอดพ้นแต่ความตายก็ยังเพรียกหา และด้วยวิธีการลมกระดานไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรขึ้นมาแม้แต่น้อย ทว่าฉากที่น่าคบคิดก็คือ เมื่อใกล้วาระสุดท้ายขอยู่ ๆ สาวใบ้ที่ไม่ยอมพูดก็สวดอ้อนวอนต่อพระเจ้าขึ้นมาในตอนจบ นั่นหมายความว่าเมื่อมนุษย์มาถึงจุดหนึ่งซึ่งความตายรออยู่ พวกเขาสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้

The angels? God? Satan? Emptiness?

การสำรวจตรวจตราบาปกรรมของมนุษย์ ผ่าน The seventh seal เราย่อมมองเห็นภาพจำลองทางสังคมที่เลือนหาย มันได้กลายเปลี่ยนเป็นภาวะที่เต็มไปด้วยสุญญกาศ แม้เบิร์กแมนจะไม่ฉีกตำราดั้งเดิม คือยังคงเผื่อทางเลือก และทางออกอยู่บ้าง แต่ท้ายสุดเบิร์กแมนก็ยังคงกระซิบว่าไม่ว่ามนุษย์คนไหน ก็รอดพ้นจากชะตากรรมไม่ได้ ช้าหรือเร็วนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง