welcome_to_twin_peaks_road_nature_landscapes_desktop_hd_wallpaper-t2

หมายเหตุ: บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาของหนัง

1.

“ขอต้อนรับทุกท่านสู่ทวินพีคส์”

หนังเรื่องนี้เปลี่ยนตัวผม (ผู้เขียน) ไปตลอดกาล และไม่อาจจะแยกได้ว่าแท้จริงแล้วมันมีอิทธิพลต่อชีวิตของผมไปถึงขนาดไหน อาจจะไปถึงในแง่ลึกสุดของงานเขียนที่ผมทำอยู่ ศิลปะที่ผมสนใจ สังคมที่เรามีชีวิตอยู่ รวมไปถึงความอัศจรรย์ใจที่ได้รับจากหนังเรื่องนี้มีมากมายจนไม่อาจจะสาธยายได้เพียงตอนเดียว

ผมขอเริ่มต้นด้วยการที่ผมชมหนังซีีรีส์เรื่องนี้ครั้งแรกตอนมัธยมต้น ในเวลานั้นเมืองไทยยังไม่เคเบิ้ลทีวี หรืออาจจะมีแต่ยังแพงเกินกว่าบ้านคนธรรมดาจะสมัครเป็นสมาชิกได้ เวลานั้นมีช่องโทรทัศน์เพียงสี่ช่อง (ช่อง 11 ยังไม่เกิดด้วยซ้ำ) เมื่อก่อนถ้าเราจะดูหนังชุดของต่างประเทศมีเพียงทีวีสีช่อง 3 เท่านั้นที่มักจะนำเสนอหนังดังจากอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น “ฉลามบก” ภาพยนตร์ชุดที่ว่าด้วยเรื่องราวของตำรวจจราจรปราบเหล่าร้าย “แมคไกเวอร์” สายลับหนุ่มอัจฉริยะที่มักจะรอดพ้นจากวิกฤติด้วยความหลักแหลมของตน และ “อัศวินคอมพิวเตอร์” ผู้พิทักษ์เหล่าร้ายพร้อมคู่หูที่เป็นรถไฮเทคซึ่งสั่งงานเองและพูดได้ หนังชุดเหล่านี้สร้างความบันเทิงให้กับผู้ชม ดูจบแล้วก็จบกันไป จนกระทั่งวันหนึ่ง ช่องสามได้นำหนังชุดเรื่องทวินพีคส์มาฉายในรอบดึก ผมได้ชมตั้งแต่ตอนแรกก็เหมือนถูกสะกดด้วยพลังของหนังอย่างชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้น หัวใจของผมปั่นป่วน จิตใจเต็มไปด้วยความร้อนรุ่ม ผมต้องคอยเช็คเวลาว่าหนังจะมีฉายตอนไหน จะต้องรีบกลับบ้านมาดู และในสมัยก่อนหนังเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเวลาฉายไม่แน่นอน แล้วถ้าขาดตอนไหนไปมันจะกลายเป็นความหายนะของผมไปไม่ใช่น้อย

Twin Peaks เป็นหนังซีรีส์ ซึ่งสร้างสรรค์โดย Mark Frost และ David Lynch สำหรับมาร์ค ฟรอสต์เป็นนักเขียนนวนิยาย เป็นคนเขียนบทหนังโทรทัศน์ ส่วนเราจะรู้จัก เดวิด ลินซ์กันดี เนื่องจากเขาเป็นผู้กำกับหนังจอเงินมาก่อน การกระโดดลงมากำกับหนังจอแก้วจึงได้รับความสนใจไม่น้อย และเมื่อหนังเรื่องทวินพีคส์ได้รับการฉายในอเมริกาในปี 1989 หนังก็ได้รับความนิยมสูงสุดจากการจัดอันดับเรตติ้งในปี 1990 อาจจะกล่าวว่านี่เป็นหนังเรื่องแรกๆ ที่สร้างความฉงนให้กับคนดูไม่น้อย เพราะหนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังตลาดอย่างที่หนังทั่วไปจะฉายทางทีวี ทว่าเป็นหนังที่เต็มไปด้วยบรรยากาศประหลาดล้ำ

ฉากไตเติ้ลเราจะได้เห็นภาพที่ถ่ายในโรงเลื่อยไม้ เครื่องลับคมใบเลื่อยอัตโนมัติทำงานกันอย่างเป็นระบบ ขณะที่ภาพที่ค่อยๆ ถ่ายอย่างเนิบช้า ไม่เร่งรีบ ภาพสายน้ำไหลเอื่อยทำให้ดูสงบเงียบ ในฉากเริ่มต้นกลายเป็นความทรงจำ การไหลของน้ำแฝงเอาไว้ด้วยความลึกลับ

ทวินพีคส์เป็นเมืองสมมติหนึ่งในอเมริกาทางเหนือที่มีพรมแดนติดกับแคนาดาอันสงบเงียบ หนังเริ่มขึ้นด้วยความตายของลอร่า พลาเมอร์ (Sheryl Lee) เด็กสาวอายุ 17 ปี ราชินีงานพรอมส์ พรั่งพร้อมด้วยความสวย ฉลาด ฐานะดี ในแบบคนชั้นกลางอเมริกัน ลอร่าเป็นเด็กคนหนึ่งที่ผู้คนแห่งทวินพีคส์รู้จัก ศพของเธอมาเกยที่ริมแม่น้ำหน้าโรงเลื่อยในตอนเช้า ก่อนที่พีท มาร์เทล ผู้ทำงานในโรงเลื่อยพบศพก่อนจะออกไปตกปลา เขาแจ้งไปยังที่ทำการนายอำเภอ ในไม่ช้านายอำเภอทรูแมน ผู้ช่วยของเขา และนายแพทย์ก็มาถึงสถานที่พบศพ โดยมีการชันสูตรศพ สภาพศพถูกห่อด้วยพลาสติกใส ผมสีทองของลอร่าเผยออกมานอกห่อ เมื่อนายแพทย์พลิกร่างของผู้ตาย ใบหน้าของลอร่าเผยโฉมต่อคนดู นายแพทย์อุทานขึ้นราวกับในบทละครเช็คสเปียร์ ขณะที่สภาพของลอร่าดุจคล้ายโอฟีเลีย เว้นแต่ว่าโอฟีเลียปลิดชีวิตตน ศพลอยตามแม่น้ำ ทว่าลอร่าถูกฆาตกรรม ความตายของเธอกลายเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ

ในเวลาเดียวกัน โรแนตส์ พูลาสกี้ เด็กสาวผู้ซึ่งพ่อทำงานในโรงเลื่อยจากโรงเรียนเดียวกันก็หายตัวไป คนงานรถไฟพบเธอเดินมาจากรางรถไฟ ในสภาพบาดเจ็บ อิดโรย แหว่งวิ่น เสื้อผ้าเต็มไปด้วยรอยเลือด สถานการณ์นี้ทางการจึงส่ง เดล คูเปอร์ เจ้าหน้าที่พิเศษจากเอฟบีไอมาช่วยไขปริศนาฆาตกรรม และเหตุการณ์สยองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในตอนแรกของทวินพีคส์ เริ่มด้วยการปูพื้นตัวละครแต่ละตัว พร้อมคาแรคเตอร์ และความสัมพันธ์ในด้านลึกที่ผู้ชมจะได้รู้ถึงเบื้องหลัง ในขณะเดียวกันตัวหนังมิได้เร่งรีบที่จะเผยความลับหรือนำเสนอแก่นแกนของความจริง มันถูกเผยออกมาในแบบฉบับที่ลินซ์ต้องการ คือค่อยเป็นค่อยไป เนิบนาบ แต่ก็ทิ้งสัญลักษณ์การตีความเอาไว้ตลอดเรื่องราว

ความตายของลอร่า พลาเมอร์ สะเทือนทวินพีคส์ในระดับที่ผู้คนไม่อาจสังเกตเห็น ในอดีตก่อนที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้น พวกเขาแทบไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาเป็นใคร มาจากไหน ทว่าความตายของเด็กสาวสะกิดรอยแผลที่ไม่เคยหายหรือจางจากไป พวกเขาเพียงพยายามที่ลืมสิ่งเลวร้าย และกลบความชั่วร้ายในตัว สร้างประวัติศาสตร์ใหม่หลอกตัวเองไปวันๆ ว่าเป็นคนดี

2.

Twin Peaks: หนังทุกเรื่องขอมอบให้ลินซ์ (ตอนจบ)

เดวิด ลินซ์ ได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับสุดเพี้ยนคนหนึ่ง มุมมองของเขาต่อหนังถือเป็นทั้งความงาม ความน่าสะพรึง รวมไปถึงการขุดคุ้ยด้านมืดของจิตใจมนุษย์ ภาพที่เราเห็นผ่านภาพยนตร์ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ภาพจริงๆ เช่นคนกินอาหารก็ไม่อาจจะเทียบได้ว่าเขากินอาหาร ทว่าจิตใต้สำนึกของหนังจะพุ่งไปไกลกว่าที่เราเห็น จึงไม่แปลกที่บางครั้งการตีความจะมีความสำคัญมากกว่าตัวการแสดง เพราะการแสดงเป็นเพียงการบอกเล่าชั้นแรกที่เป็นรูปธรรม แต่ส่วนที่ลึกที่สุดคือนามธรรม ที่ต้องอาศัยการตีความ เพื่อทำความเข้าใจให้ถึงแก่น แม้ยากที่จะเข้าถึง หากแต่ถ้าแหวกว่ายเข้าไปแล้ว เราจะพบว่าสิ่งมหัศจรรย์นี้น่าค้นหาไม่น้อย

เช่นเดียวกันทวินพีคส์เป็นการขุดคุ้ยพฤติกรรมอำพรางของมนุษย์ ของชุมชนที่เคยคิดว่าตัวเองสงบเงียบ ปราศจากอาชญากรรม เต็มไปด้วยศีลธรรมอันดีงาม พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์เพื่อบังหน้าว่าความสงบในเมืองคือความงดงามที่ยิ่งใหญ่ ธรรมชาติในทวินพีคส์สามารถไปได้ด้วยกับอุตสาหกรรมการทำไม้ พวกเขาต้องการให้เกิดเกษตรกรรมเพื่อสุขภาพที่เจริญเติบโตไปกับเศรษฐกิจ อย่างในฉากโรงแรม เบญจามิน โฮห์ม เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมและห้างสรรพสินค้า กำลังโน้มน้าวให้นักลงทุนชาวต่างชาติฟังถึงอนาคตของทวินพีคส์ ความฝันที่จะกลายเปลี่ยนเมืองเล็กๆ อันดีงามนี้ให้ศิวิไลซ์ และยังทรงคุณค่า โดยมีลีแลนด์ พาร์เมอร์ (Ray Wise) นักธุรกิจท้องถิ่น พ่อของลอร่า หญิงสาวซึ่งถูกฆาตกรรม และศพลอยน้ำมาติดบนชายฝั่งหน้าโรงเลื่อยไม้ กำลังรอการบรรยาย แต่ข่าวร้ายเมื่อนายอำเภอมาบอกข่าวการเสียชีวิตของลูกสาว เขาก็กรีดร้องไม่เป็นภาษา

เมื่อหนังตัดสลับไปยังฉากที่แม่ของลอร่าทราบข่าว เธอเองก็กรีดร้องด้วยเสียงแหลมอันน่าจดจำ เช่นเดียวกับฉากเด็กในโรงเรียนที่ทราบข่าวการตายของลอร่าก็มีอาการเสียสติวิ่งออกจากห้องเรียน รวมถึงเพื่อนสนิทของเธอ ดอนนา เฮวาร์ด (Lara Flynn Boyle) สะอื้นออกมาด้วยความสะเทือนใจ เพราะคนทั้งสองเพิ่งจะกลับจากการปิคนิคอันหวานชื่น

ความตายของเด็กสาว และเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันคือโรเน็ตต์ (Phoebe Augustine) หญิงสาวร่วมโรงเรียนกับลอร่า เธอทำงานพาร์ทไทม์เป็นพนักงานขายน้ำหอมห้างสรรพสินค้าที่มีโฮห์มเป็นเจ้าของ โรเน็ตต์รอดตายเธอบาดเจ็บสาหัส เดินขอความช่วยเหลือออกมาตามรางรถไฟ เหตุการณ์ทั้งสองเหตุการณ์สะเทือนทวินส์พีคในระดับ 8.5 ริกเตอร์ ในแง่ที่ว่าเมืองอันสงบเงียบดีงามได้เปลี่ยนไปแล้วด้วยอาชญากรรมอันหนักหน่วง

ขณะเดียวกันนักสืบคูเปอร์ (Kyle MacLachain) จากเอฟบีไอที่กำลังเก็บหลักฐานฆาตกรรมต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อมโยงถึงเหตุการณ์ในทวินพีคส์ได้เดินทางมาถึง นักสืบคูเปอร์เป็นเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง เขาเป็นคนเมืองเต็มตัว การศึกษาดี รสนิยมสูง เข้าใจธรรมชาติมนุษย์ มนุษยสัมพันธ์ดีเลิศ เขาชอบจดบันทึกด้วยการพูดผ่านเทป ชอบบันทึกรสชาติอาหาร รสชาติกาแฟ และขนมโดนัท รวมถึงธรรมชาติเช่นต้นไม้แปลกๆ ถ้าเปรียบกับคนเมืองยุคนี้สมัยที่เรามีสมาร์ทโทรศัพท์ อินส์ตาแกรม เฟซบุ๊ค และการอัพโหลดรูป คูเปอร์ก็เป็นตัวแทนของคนเหล่านั้น การมาเยือนของเขาเป็นสิ่งพิเศษสำหรับคนในทวินพีคส์ เพราะพวกเขากำลังโหยหาพระผู้มาโปรด

เหตุการณ์ฆาตกรรมฉีกโฉมหน้าเมืองให้ทุกคนได้มองเห็นความบกพร่อง โดยเฉพาะในเรื่องของความรัก ความปรารถนา แรงขับดันทางเพศ รวมไปถึงปัญหายาเสพติด การพนัน การค้าประเวณี ล้วนแล้วคงอยู่ในตัวผู้คนแห่งทวินพีคส์ เพียงแต่เมื่อก่อนภาพความสวยงามนั้นฉาบอยู่เบื้องหน้า การเชิดชูความดีงาม คุณธรรม รวมถึงความสวยงามของธรรมชาติ ได้ทำให้เมืองนี้ดูเป็นเมืองที่น่าหลงใหล แต่สิ่งที่อยู่ภายในพวกเขาก็ไม่ต่างจากคนอื่น โลภ โกรธ หลง และอาฆาต

ความตายของลอร่า พาร์เมอร์ เป็นการจุดชนวน หน้ากากของมนุษย์ที่ลึกที่สุดถูกเผยโฉม มันไม่ใช่เพียงการเผยโฉมใบหน้าที่แท้จริง ภาพเซอร์เรียลอย่างฉากสีแดง คนแคระ ชายแขนขาด และ บ๊อบ (วิญญาณฆาตกร) ล้วนเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งชำรุด เอาเข้าจริงๆ แล้วเราก็มีวิญญาณฆาตกรสิงอยู่ในใจของเราทุกคน เราไม่ได้แตกต่างจากความชั่วร้ายอื่นๆ เราแสร้งว่าตัวเองดีเลิศกว่าคนอื่น ไม่เลย ทวินพีคส์ฉีกหน้ากากทั้งหมดออกมา เพราะความเสแสร้งล้วนแล้วมีจุดหมายอยู่ที่ความปรารถนาของตัวตน

Twin Peaks เป็นหนังซีรีส์เรื่องแรกๆ ที่เปลี่ยนแปลงวิธีคิดของหนังจอแก้ว และการเปิดเปลือยด้านมืดของมนุษย์อย่างค่อยเป็นค่อยไป แฝงด้วยอารมณ์ขัน และหั่นชิ้นเนื้อในใจผู้ชมอย่างแช่มช้า ทำให้หนังเรื่องนี้อยู่ในใจผู้ชมตลอดกาล และมันยังเปลี่ยนผู้คนที่ชมมันครั้งแรกไปตลอดกาล แล้วอาจจะรวมถึงคุณด้วยอีกคน

Join the conversation! 2 Comments

  1. เพิ่งทราบว่าเรื่องนี้เคยฉายทางช่องสามด้วย ผมตามหามานานแล้วเพราะชอบลินซ์ ตอนนี้มีไฟล์แบบครบตอน + ซับไทย เรียบร้อย พี่นิวัติ สนใจมั้ยครับ 🙂

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

About นิวัต พุทธประสาท

นิวัต พุทธประสาท ปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ มีคอลัมน์ประจำที่ Hamburger และ The Wave Magazine แล้วยังเป็นช่างภาพสมัครเล่น โดยภาพถ่ายนักเขียนได้ตีพิมพ์ตามหนังสือพิมพ์ - นิตยสาร สนใจเรื่องราวสังคม การเมือง ชีวิต ขณะเดียวกันก็ชื่นชอบดนตรีคลาสสิก แจ๊ส ชอบดูหนัง นอกจากนั้นยังสนใจเรื่องเครื่องเสียง แผ่นเสียงมากเป็นพิเศษ นิวัตมีผลงานทั้งเรื่องสั้น นิยาย และบทความ ผลงานที่ตีพิมพ์รวมเล่มแล้วได้แก่ ไปสู่ชะตากรรม, ใบหน้าอื่น,​วิสัยทัศน์แห่งปรารถนาและความตาย, ขอบฟ้าเหตุการณ์, ลมหายใจอุบัติซ้ำ, แสงแรกของจักรวาล, หิ่งห้อยในสวน และ ความโดดเดี่ยวทั้งมวลที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

หมวดหมู่

แสงกระทบฟิล์ม, Beauty is a Rare Thing, Crime, Drama, Film, Horror, Mystery, Thriller

ป้ายกำกับ

, , ,