Nanami: The Inferno of First Love


รักแรกและความเจ็บปวด

ibo8tuSuzR3dCv

ความเจ็บปวดในวัยเด็กกลายมาเป็นปมที่ติดตัวไปจนกระทั่งเติบโต เหมือนดังที่ฟรอยด์เคยกล่าวเอาไว้ว่า “ความต้องการของมนุษย์มักเริ่มขึ้นที่ความต้องการทางเพศ” Nanami: The Inferno of First Love เป็นผลงานการกำกับของ Susumu Hani ผู้กำกับ New Wave ของญี่ปุ่น เขาเป็นชาวโตเกียวเกิดวันที่ 10 ตุลาคม 1928 ทำงานทั้งภาพยนตร์และสารคดี ได้รับรางวัลชนะเลิสผู้กำกับยอดเยี่ยมจากหนังเรื่อง Bad Boys ในปี 1961 ส่วนหนังเรื่อง Nanami: The Inferno of First Love ได้เข้าชิงรางวัล Golden Bear ในเทศกาลหนังเบอร์ลิน ในปี 1968

หนังเรื่องนี้เริ่มต้นที่หนุ่มสาวสองคน ชุน และ นานามิ ซึ่งพบกันโดยบังเอิญ ทว่ากลับถูกชะตากรรมเล่นงาน ทั้งสองจึงเข้าไปเช่าห้องในโรงแรมเพื่อที่จะหลับนอนด้วยกัน ชุนบอกกับนานามิว่านี่เป็นครั้งแรกของเขา เธอกึ่งไม่เชื่อ จากนั้นเธอก็ถอดเสื้อผ้าออก นานามิมาจากโตเกียว เคยทำงานในโรงงานรองเท้ามาก่อน แต่เมื่อเงินไม่พอใช้จ่าย เธอได้รับการว่าจ้างให้มาเป็นนางแบบเปลือย ให้กลุ่มคนลับที่ดูแลโดยมาเฟีย เปลือยกายแสดงฉากการแสดงร่วมรักทั้งซาดิสต์ วิตถาร

ส่วนชุนระลึกถึงวัยเยาว์บนเตียงนอน พ่อของเขาตายตอนเจ็ดขวบ แม่จากเขาไป ภาพของแม่สวมกิโมโน ถือถุงกระดาษ ฉากหลังเป็นปล่องควันไฟจากโรงงาน แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสังคมญี่ปุ่น ที่มุ่งหน้าสู่อุตสาหกรรม หนัก หลังฟื้นตัวจากสงครามโลกครั้งที่สองมาราวทศวรรษ พวกเขาเอาชนะความยากจนข้นแค้นทางเศรษฐกิจ เบียดตัวเองด้วยระเบียบวินัย-ชาตินิยมที่เข้มแข็ง และเมื่อเข้าสู่ยุคสงครามเย็น ภาวะของผู้คนในสมัยนั้นเต็มไปด้วยการแข่งขันหนักหน่วงขึ้นกว่าเดิม ภาพข่าวโทรทัศน์สัมภาษณ์นักเรียนมัธยมปลายว่าต้องการเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยใดบ้าง คำตอบล้วนแล้วแต่เป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังของญี่ปุ่น แต่ทว่าอีกด้านของสังคม คือความฟอนเฟะทางจิตใจที่ไม่อาจจะเยียวยารักษา

ชุนจำแม่ของเขาไม่ได้ เขาอยู่กับพ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยง เขาโดนพ่อเลี้ยงข่มขืนตั้งแต่เล็ก จึงทำให้เขาฝังใจกับความเจ็บปวดที่ไม่สามารถบอกใครได้ ส่วนแม่ไม่อาจปกป้องเขา ชีวิตในวัยเด็กของเขาจึงเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว ไร้เพื่อน แม้โตเป็นหนุ่มแล้วเขาก็ยังไม่เคยมีเพื่อนเลย ยกเว้นเด็กผู้หญิงตัวน้อยอายุราวห้าหกขวบนามโมมิ ทั้งสองมักไปเที่ยวเล่นตามวัดเก่าที่มีสุสาน โมมิเกิดปวดปัสสาวะ เขาจึงพาเด็กน้อยไปปัสสาวะข้างรูปสลักหิน เด็กน้อยทำให้เขามีความรู้สึกถึงอารมณ์ความรู้สึก ขณะเดียวกันคนเฝ้าสุสานแอบเห็นชุนล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กน้อย คนเฝ้าสุสานจึงวิ่งไล่เขาออกไปยังชุมชนจนชุนโดนประชาทัณฑ์ และในที่สุดแม่เลี้ยงก็พาเขาไปพบจิตแพทย์ เมื่อสะกดจิตเขาเผยความลับดำมืดที่อยู่ในใจของเขาออกมาจนหมด

ไม่น่าแปลกใจที่หนังเรื่องนี้ตีแผ่ด้านมืดของจิตใจมนุษย์อย่างถึงแก่น เพราะนอกจากซูซูมุ ฮานิ จะเป็นคนเขียนบทแล้ว ยังมีผู้ร่วมเขียนบทอีกคนคือ Shuji Terayama

ซูจิ เทรายามะ เป็นกวีแนวอวองการ์ด นักแสดงละคร ผู้กำกับ นักเขียน ผู้กำกับ และช่างภาพ ผู้สร้างสรรค์งานที่เจิดจรัส เป็นกวีคนสำคัญไม่ต่างจากเคนซาบูโน โอเอะ นักเขียนรางวัลโนเบลชาวญี่ปุ่น ที่มีลักษณะการตีแผ่ภาวะจิตใจมนุษย์อย่างถึงพริกเช่นกัน ดังนั้นหนังเรื่อง Nanami: The Inferno of First Love จึงมีลักษณ์ะการนำเสนอราวบทกวี มีท่วงท่าที่อ่อนช้อยมากกว่าหยาบกระด้าง ภาพฝันของชุนในวัยเด็กล้วนแล้วมีพลังเป็นย่างมากในการขับเคลื่อนสู่ตัวโครงเรื่องหลัก

ในขณะที่ภาพเปลือยของหญิงสาวก็งดงามไม่ต่างจากภาพถ่ายนู๊ดที่จงใจให้แต่ละฉากไม่ดูอาร์ตจนเกินไป แต่เข้าถึงผู้คนด้วยความละเมียดละไมแทน

การตามหารักแรกในขุมนรกทั้งสอง นานามิและชุนล้วนพบพานอุปสรรค โศกนาฎกรรม จนกระทั่งเขาได้ดูหนังสั้นทดลองของเพื่อนนานามิที่เป็นนักเรียนฟิล์ม คนทั้งสองเห็นพ้องต้องใจกันว่าความรักเป็นความสวยงาม เป็นการโอบกอดของความเข้าใจ ไม่มีกำแพงอื่น ไม่มีอุปสรรค และพวกเขาจะฝ่าข้ามไปได้

และพวกเขาคิดว่าในโลกที่มนุษย์ล้วนน่าขยะแขยง (รวมถึงตัวเขาด้วย) นั้นจะได้ถึงวันที่ฝ่าข้ามไปได้ พวกเขาจะไม่เป็นสามีภรรยาที่เย็นชา เหน็บหนาว และไม่ต้องอาศัยชมรมลับเพื่อปลดปล่อยตัวเองจากด้านมืด แม้ผมจะไม่ชอบตอนจบของหนังมากนัก แต่เข้าใจว่าการทำให้หนังเป็นโศกนาฎกรรม ล้วนแล้วสร้างแรงกระเทือนได้มากกว่า แม้ตัวละครจะตาย แต่ทิ้งร่องรอยของความเจ็บปวดรวดร้าวของผุ้ที่มีชีวิตอยู่ ให้ดำเนินต่อไป แม้ไม่รู้ว่าชีวิตนั้นจะต้องพบกับสิ่งใดบ้าง

Nanami: The Inferno of First Love เป็นหนังอีกเรื่องที่จะอยู่ในความทรงจำ