ในอนาคตอันใกล้ Shakespeare Book Shop  อันจะเป็นบ้านของสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม คงจะมีเมนูนี้ให้ท่านที่มาเยีอน โดยไม่ต้องไปที่ บู๊ตรูม สปอร์ตส์ คาเฟ่ (Boot Room Sports Café) ของสโมสรลิเวอร์พูล

8891__0560__1000john_aldridge_scouse_03

คริสเตียน กราลล์ ชายผู้รับผิดชอบอาณาจักรครัวที่แอนฟิลด์ กล่าวว่า “อาหารจานนี้เป็นตัวแทนของเมืองลิเวอร์พูลอย่างแท้จริง รวมทั้งทุกสิ่งทุกอย่างที่หมายถึงสโมสรลิเวอร์พูล นั่นคือ ประเพณี, คุณภาพ, ประวัติศาสตร์ และครอบครัว”

ทำความรู้จัก ‘สเก๊าซ์’ เมนูพื้นเมืองของลิเวอร์พูล

“สเก๊าซ์ เป็นตัวแทนของเมืองลิเวอร์พูลอย่างแท้จริง รวมทั้งทุกสิ่งทุกอย่างที่หมายถึงสโมสรลิเวอร์พูล นั่นคือ ประเพณี, คุณภาพ, ประวัติศาสตร์ และครอบครัว” นี่คือคำจำกัดความของคริสเตียน กราลล์ เชฟใหญ่แห่งบู๊ตรูมคาเฟ่ ที่อธิบายอาหารชื่อแปลกเมนูนี้ มองดูเผินๆ ทำให้นึกถึงสตูว์เนื้อ แต่เป็นเวอร์ชั่นที่น้ำซุปมีความหนืด และเข้มข้นน้อยกว่า ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่าขั้นตอนการปรุงรสนั้นแทบไม่ใส่อะไรเลยนอกจากเกลือ พริกไทย โดยเพิ่มความหอมเครื่องเทศอย่างไธม์ และใบกระวาน ซึ่งรสชาติที่ได้นั้นมาจากความหวานจากธรรมชาติของผักต่างๆ อย่างหัวหอม มันฝรั่ง หัวสวีด และแครอต

สเก๊าซ์ จัดเป็นอาหารจำพวกสตูว์ คาดว่ามีชื่อเรียกมาจากคำว่า ‘ล็อบสเก๊าซ์'(Lobscouse) เป็นอาหารดั้งเดิม ที่รู้จักกันในหมู่นักเดินเรือทั่วทั้งยุโรปเหนือ ตั้งแต่ปี 1706 และได้รับความนิยมตามเมืองท่าต่างๆ เช่นเมืองลิเวอร์พูล

ในศตวรรษที่ 19 ชาวประมงทำเมนูสเก๊าซ์โดยการต้มเนื้อเค็ม หัวหอม พริกไทย โดยใช้บิสกิตที่เป็นสเบียงในเรือเป็นตัวช่วยให้น้ำซุปข้นขึ้น ซึ่งเมนูสเกาซ์นี้มีความคล้ายคลึงกับ ‘แลงคาเชียร์ ฮอตพอต’ (Lancashire Hotpot) อาหารขึ้นชื่อจากแถบแลงคาเชียร์ ซึ่งเป็นเมนูสตูว์ที่ใช้เนื้อแกะ (โดยเฉพาะส่วนคอ), เนื้อมัตตัน (Mutton) หรือเนื้อวัวมาเป็นส่วนประกอบหลัก ควบคู่ไปกับผักอื่นๆ อย่าง มันฝรั่ง, แครอต และหัวหอม โดยเสิร์ฟกับบีตรูตดอง หรือกะหล่ำดอง และขนมปัง

อย่างไรก็ดี เมนูสเก๊าซ์ ได้รับความนิยมในเมืองลิเวอร์พูล และถือเป็นเมนูคลาสสิกในคาเฟ่ และผับทั่วไป ซึ่งถึงแม้จะมีการพลิกแพลงสูตรให้แตกต่างกันไปบ้าง แต่มักจะใช้ส่วนผสมหลักที่กล่าวมาข้างต้นในการปรุงอาหารจานนี้

เป็นที่น่าสนใจว่า ความนิยมในเมนู ‘สเก๊าซ์’ นี้ ได้สร้างแรงบันดาลใจในการทำอาหารให้กับเมืองข้างเคียงต่างๆ อย่างในเซนต์ เฮเลนส์ เมืองเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลตัวเมืองลิเวอร์พูลสักเท่าไหร่ ก็มีอาหารที่ใกล้เคียงกับสเก๊าซ์เช่นเดียวกัน แต่มีชื่อเรียกที่ต่างไป นั่นคือ ‘ล็อบบีส์’ (Lobbies) โดยใช้คอร์นบีฟ แทนเนื้อวัว (หรือเนื้อแกะ) หรืออย่างที่วีแกนก้นิยมทำล็อบบีส์ โดยใช้เนื้อสตูว์กระป๋อง รวมทั้งเมนูเดียวกันนี้ที่ชื่อว่า ‘ไบล์ดสเก๊าซ์’ (Blind Scouse) ซึ่งพลิกแพลงสูตรในการปรุงโดยไม่ใส่เนื้อลงไป แต่จะใช้น้ำต้มกระดูก เพื่อเพิ่มรสชาติน้ำซุป โดยเมนูนี้ได้รับความนิยมในเมืองลีห์ และมีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า ‘ล็อบบีก็อบเบลอส์’ (Lobbygobblers)

สำหรับผมแล้วเมนูนี้ถ้าหากจะเสิร์ฟที่ Shakespeare Book Shop เราคงจะมีการปรับปรุงสูตรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และสิ่งที่ผมชอบที่สุดก็คือการคงรักษาสูตรให้คงเดิมโดยไม่ทำอาหารฟิวชั่นอย่างเด็ดขาด

Ingredients (serves four)

4 tablespoons olive oil

700g diced chuck steak

2 bay leaves

1 sprig of thyme

400g diced onion (cut into 1cm pieces)

350g diced swede (cut into 1.5cm cubes)

350g carrots (cut into 1.5cm cubes)

600g peeled and diced potatoes (cut into 1.5cm cubes)

500ml bitter

1.2 litres beef stock

Method

Heat a little oil in a large saucepan over a medium heat (gas mark 4/180C/350F) for about 1 minute.

Add 700g diced chuck steak and stir occasionally to prevent sticking. Cook until meat is evenly browned on all sides. Season with salt and pepper.

Add the onions and cook until soft.

Add the bitter and boil until the liquid has reduced by half.

Add the diced and peeled carrot, swede and half of the potato, followed by bay leaves and the sprig of thyme.

Then add in the beef stock, bring to the boil and simmer for 30 minutes.

Add in the rest of the potato and simmer for an hour and a half until the meat is tender. Check the seasoning and serve.

สเก๊าซ์ สูตรบู๊ตรูม สปอร์ตส์ คาเฟ่

ส่วนผสม (สำหรับ ที่)

– น้ำมันมะกอก 4 ช้อนโต๊ะ

– เนื้อสเต๊ก หั่นเต๋า 700 กรัม

– ใบกระวาน 2 ใบ

– ใบไธม์ 1 ช่อ

– หัวหอมหั่นเต๋า 400 กรัม (หั่นขนาด 1 ซม.)

– หัวสวีด (swede) หั่นเต๋า 300 กรัม (หั่นขนาด 1.5 ซม)

– แครอต 350 กรัม (หั่นขนาด 1.5 ซม)

– มันฝรั่งปอกเปลือก และหั่นเต๋า 600 กรัม (หั่นขนาด 1.5 ซม)

– บิตเทอร์เบียร์ 500 มล.

– น้ำสต๊อกเนื้อ 1.2 ลิตร

วิธีทำ

– เหยาะน้ำมันในกระทะใบใหญ่ ใช้ไฟร้อนปานกลาง (แก๊ส ระดับ 4/180 องศา/350 ฟาเรนไฮต์) ทิ้งให้ร้อนประมาณ 1 นาที

– ใส่เนื้อที่หั่นเต๋าแล้ว 700 กรัม และคนเป็นบางครั้ง เพื่อไม่ให้เนื้อติดก้นกระทะ ปล่อยไว้จนกระทั่งให้เนื้อเป็นสีน้ำตาลทั่วทุกด้าน ปรุงรสด้วยเกลือ และพริกไทย

– ใส่หัวหอมลงไป และผัดจนนิ่ม

– ใส่เบียร์ลงไป และต้มจนกระทั่งระเหยไปครึ่งหนึ่ง

– ใส่แครอต และหัวสวีด รวมทั้งมันฝรั่งครึ่งหนึ่งที่เตรียมไว้ จากนั้นจึงใส่ใบกระวาน และใบไธม์

– แล้วจึงใส่น้ำสต๊อกเนื้อ นำไปตั้งให้เดือดประมาณ 30 นาที

– ใส่มันฝรั่งที่เหลือทั้งหมด และตั้งให้เดือดประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จนเนื้อนุ่ม ปรุงรส และเสิร์ฟ

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

About นิวัต พุทธประสาท

นิวัต พุทธประสาท ปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ มีคอลัมน์ประจำที่ Hamburger และ The Wave Magazine แล้วยังเป็นช่างภาพสมัครเล่น โดยภาพถ่ายนักเขียนได้ตีพิมพ์ตามหนังสือพิมพ์ - นิตยสาร สนใจเรื่องราวสังคม การเมือง ชีวิต ขณะเดียวกันก็ชื่นชอบดนตรีคลาสสิก แจ๊ส ชอบดูหนัง นอกจากนั้นยังสนใจเรื่องเครื่องเสียง แผ่นเสียงมากเป็นพิเศษ นิวัตมีผลงานทั้งเรื่องสั้น นิยาย และบทความ ผลงานที่ตีพิมพ์รวมเล่มแล้วได้แก่ ไปสู่ชะตากรรม, ใบหน้าอื่น,​วิสัยทัศน์แห่งปรารถนาและความตาย, ขอบฟ้าเหตุการณ์, ลมหายใจอุบัติซ้ำ, แสงแรกของจักรวาล, หิ่งห้อยในสวน และ ความโดดเดี่ยวทั้งมวลที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

หมวดหมู่

แนะนำร้านอาหารอร่อย, Shakespare Book Shop

ป้ายกำกับ

, , , , , , , , ,