Harman Kardon AVR 70: ทรงพลังทุกคลื่นเสียง


Niwat_002.jpg

Harman Kardon เป็นบริษัทผลิตเครื่องเสียงที่พัฒนาและผลิต เครื่องเล่นออดิโอ วีดีโอ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งคุณภาพด้านเสียง ภาพ เทคโนโลยี รวมถึงรูปทรงของตัวเครื่องได้รับการพัฒนามาโดยตลอด และยิ่งไปกว่านั้นก็ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเองเอาไว้อย่างเหนียวแน่น พูดให้ง่ายก็คือมีสไตล์เป็นของตัวเองไม่เปลี่ยนแปลง คนที่ใช้ Harman Kardon ก็จะทราบดีว่าเอกลักษณ์ดังกล่าวของยี่ห้อนี้เป็นอย่างดี นั่นคือบึกบึน ทนทาน และเสียงที่ดุดัน

ตั้งแต่ผมเริ่มเล่นเครื่องเสียง Harman Kardon เข้ามาอยู่ในชีวิตตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่ยุคออดิโอสองแชลแนล มาถึงยุค AVR 5.1 ผมก็ยังเลือกใช้ยี่ห้อดังกล่าว เมื่อทาง The Wave ส่งเครื่อง AVR 70 มาให้ทดสอบ ผมรู้สึกดีใจมาก การได้ทดสอบเครื่องรุ่นใหม่ของ Harman Kardon ทำให้เลือดลมสูบฉีดไม่น้อย เพราะตัวที่ผมใช้เก่าที่สุดน่าจะเป็นรุ่นเมื่อหกเจ็ดปีที่แล้ว 

รูปลักษณ์ภายนอก

เมื่อแกะกล่อง AVR 70 ออกมาจะพบว่ามีตัวเครื่องซีลด้วยถุงพลาสติกและตัวกันกระแทกสี่มุม สิ่งที่อยู่ในกล่องประกอบด้วย รีโมตคอนโทรล, สายไฟ IEC หนึ่งเส้น, เสาอากาศวิทยุ และคู่มือการใช้งาน เมื่อลองยกออกจากกล่องพบว่าน้ำหนักตัวของ ฤฮฑ 70 ไม่หนักไม่เบาตยเกินไป น้ำหนักตัวของ AVR 70 อยู่ที่ 9.1 กิโลกรัม กระนั้นการยกเครื่องเสียงที่มีน้ำหนักเช่นนี้ต้องระวังนิดหนึ่งนะครับ 

มาดูที่รูปลักษณ์ภายนอกของ AVR 70 มันได้รับการออกแบบใหม่หมด การออกแบบรุ่นก่อนี่เคยใช้สีทูโทน ระหว่างดำ-เงิน AVR 70 เปลี่ยนจากรุ่นเดิมพอสมควร แต่คนที่คุ้นเคยกับฮาร์แมน การ์ดอน ก็จะพบว่ามันยังคงเอกลักษณ์ด้วยตัวเครื่องสีดำทะมึน ดูแข็งแกร่ง ผมชอบตัวเครื่องดำเงา สลับด้านตัวนี้มาก การใช้สีดำมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย เพราะมันจะช่วยซ่อนตัวเองไม่ให้เป็นจุดสนใจ เวลาที่เราดูหนังหรือฟังเพลง มันจะไม่รบกวนสายตา 

ปุ่มกดสำหรับฟังค์ชั่นต่างๆ ยังถูกวางเอาไว้ในจุดเดิมไม่เปลี่ยน พาวเวอร์ปิดเปิดทางมุมซ้ายล่าง ปุ่มพาวเวอร์จะมีสองจุด จุดแรกด้านซ้ายคือ Main Power ด้านขวาเป็น Stand By โวลุ่มวางตรงมุมขวา มีขนาดใหญ่ เป็นแบบวงแหวนดูสวยงามหรูหราท่ามกลางความดำทะมึน ที่สำคัญจับถนัดมือ เมื่อลองหมุนมีความหนืดเล็กน้อยไม่ไถลลื่น แต่ช่วยในการการควบคุมเสียงได้แม่นยำ ส่วนซอร์สสำหรับหูฟัง USB และออดิโอ-วีดีโอแบบอนาล็อคอยู่ตรงมุมล่างขวา เหมาะสำหรับการ Install เครื่องเล่นเพลง MP3 ได้อย่างคล่องตัว 

ส่วนปุ่มต่างๆ ที่ใช้ปรับเปลี่ยนก็ยังคงอยู่ตรงกลางตัวเครื่อง วางเรียงกันอย่างเป้นระเบียบง่ายต่อการใช้งาน อันเป็นคุณสมบัติที่ถูกต้อง 

ด้านหลังตัวเครื่องตำแหน่งสำหรับขั้วลำโพงอยู่ตรงกลางเครื่อง มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ และไม่เบียดเสียดจนเกินไป ช่อง Input HDMI มีด้วยกัน 3 ช่อง เหมาะกับซอร์สที่มีอยู่พอสมควร (ถ้าให้ดีวำหรับยุตนี้ต้องมากกว่า 3) ช่องเสียงดิจิตอลยังไม่คงมีอยู่ โดยมีช่อง Coax 1 ช่อง Optic 2 ช่อง ซึ่งส่วนนี้จะมีประโยชน์มากสำหรับคนที่มีเครื่องเล่นรุ่นเก่าที่ยังไม่มีช่องเสียบ HDMI ส่วนช่องอนาล็อคเสียงมีให้ถึงสี่ช่องด้วยกัน วีดีโออินสองช่อง ซับวูเฟอร์หนึ่งช่อง และช่องต่อสายวิทยุ ถ้าถามว่าเพียงพอต่อความต้องการไหม เพียงพอเป็นอย่างมากครับ ยกเว้นถ้าใช้เล่นเกม พร้อมไปกับเครื่องเล่นฮาร์ดดิสต์

เป็นอันว่าตัวซอร์สสำหรับเครื่องเล่นที่ AVR 70 มีให้ครบถ้วนโดยไม่ต้องกังวนว่าจะไม่สามารถใช้กับเครื่องเล่นตัวเก่าที่เรามีอยู่แล้ว

รีโมตคอนโทรลของ AVR 70 ยังมีรูปลักษณ์แบบเดิม คือมีความเรียวเว้าตรงสวนปลาย รีโมตมีขนาดเหมาะมือ การเรียงปุ่มการใช้งานเหมือนกับรุ่นก่อนๆ ไม่แตกต่างกันมาก วิธีการใช้งานไม่ยุ่งยาก สำหรับคนที่คุ้นเคย AVR ของฮาร์แมนอยู่แล้ว ส่วนท่านที่เพิ่งมาใช้ฮาร์แมน การ์ดอน จะพบว่าการทำงานของรีโมตมีความง่าย คล่องตัว ลองศึกษาคู่มือก็จะใช้งานได้ครบถ้วน และที่โดดเด่นมากคือมันเป็นรีโมตที่มีเสถียรภาพสูงมากตัวหนึ่งเลยทีเดียว 

การติดตั้ง

AVR 70 มีน้ำหนักพอสมควร ตัว AVR ด้านบนและด้านข้าง เป็นตะแกรงจนเกือบจะทั่วตัวถัง เพื่อที่จะระบายความร้อนของตัวเครื่อง ดังนั้นไม่ควรวางเครื่องเล่นอื่นๆ บนตัว AVR หากหลีกเลี่ยงได้ควรจะหลีกเลี่ยงและติดตั้งเอาไว้ในชั้นที่มีการระบายความร้อนได้ดี และพยายามกำจัดฝุ่นในห้องให้มีน้อยที่สุด อย่าให้เกาะบนตะแกรงตัวเครื่อง เนื่องจากฝุ่นอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายในระยะยาว

ผมต่อสายต่างๆ เริ่มจากสาย HDMI เข้ากับเครื่องเล่นบลูเรย์ในช่องที่หนึ่ง เครื่องเล่นดาวเทียมในช่องที่สอง และเกมคอนโซลในช่องที่สาม HDMI ขาออกต่อไปยังโทรทัศน์ โดยยังไม่เสียบปลั๊คไฟ ผมอยากแนะนำว่าสายลำโพงควรที่จะติดตั้งปลั๊คขั้วสาย เพราะจะง่ายต่อการติดตั้งมากกว่าการเสียบสายเปลือย ควรเช็คสายลำโพงแต่ละตัวให้ถูกต้องว่าต่อถูกแชลแนลหรือไม่ ก่อนเสียบสาย IEC อยากให้ลองไล่สายต่างๆ อีกครั้ง ว่าถูกต้องหรือไม่ เมื่อเช็คจนแน่ใจแล้วจึงค่อยปล่อยไฟเข้าเครื่อง

เมื่อเสียบสายไฟ ก่อนเปิดปุ่มพาวเวอร์ ขอให้ลองเช็คด้วยสายตาอีกสักรอบว่ามีสิ่งผิดปกติใดๆเกิดขึ้นหรือเปล่า ผมจะสังเกตทุกครั้งที่มีเครื่องแอมป์มาทดสอบ เพราะบางครั้งของที่เพิ่งได้มาอาจจะยังใช้ไม่ถนัดมือ ความปลอดภัยของผู้ใช้เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก 

หากไม่มีสิ่งใดผิดปกติผมจึงกดปุ่มพาวเวอร์ตรงมุมซ้ายล่าง เมื่อกดปุ่มพาวเวอร์แล้วไฟสีแดงจะสว่างขึ้น นั่นหมายถึงจุดสแตนด์บาย ตัวเครื่องพร้อมทำงาน เมื่อกดเปิดอีกครั้งที่พาวเวอร์สแตนด์บายตัวเครื่องจะจ่ายไฟเข้าไปยังวงจร โดยไฟสีฟ้าจะขึ้นมาแทน และฟังค์ชั่นตรงหน้าแมสเสสดิสเพลย์จะแสดงผลของระบบเริ่มต้น 

เพื่อให้แน่ใจว่าต่อแชลแนลต่างๆ ถูกต้องจริง ให้ลองหยิบรีโมตคอนโทรลมาและกดปุ่ม Test เพื่อทดสอบเสียงทั้ง 5.1 แชลแนล ว่าออกมาครบถ้วนหรือไม่ ถ้าเสียงออกมาไม่ครบถ้วนลองตรวจทานที่ขั้วลำโพงทั้งหลัง AVR และหลังลำโพง

ทดสอบ

ตัวเครื่องที่ผมรับมาทดสอบ ผมคะเนเอาว่าน่าจะยังไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน สิ่งนี้เป็นเรื่องน่าหนักใจสำหรับการทดสอบมาก เนื่องจากเครื่องเล่นโดยเฉพาะแอมป์ กับลำโพง ส่วนใหญ่แล้วจะได้เสียงที่ดีขึ้นเมื่อเล่นไปได้ 100 ชั่วโมง แน่นอนครับว่าเครื่องเล่นสมัยใหม่ส่วนใหญ่การรันอินน้อยลง แต่กระนั้นถ้าจับกันดีๆ เราจะพบว่าการทดสอบที่ดีควรทำหลัง 100 ชั่วโมงไปแล้วเท่านั้น

ผมเริ่มตั้งค่าต่างๆ ตามที่คู่มือแนะนำ รีโมตคอนโทรลของฮาร์แมน มีความเป็นเอกลักษณ์พอสมควร การจะตั้งค่าจะต้องเริ่มต้นที่การกดปุ่ม AVR จากนั้นจึงเริ่มทำงานในโปรแกรม ผมเริ่มจากการตั้งค่าลำโพงก่อน โดยเซ็ตติ้งค่าลำโพงทั้งห้าตัวให้เป็น Small การตั้งค่า Small จะทำให้ได้เสียงที่ลึกและกระจ่างกว่าโดยเฉพาะเสียงกลางและเสียงแหลม ส่วนเบสถูกนำไปให้ซับวูเฟอร์ทำงานแทน หากท่านไม่ได้ใช้ซับวูเฟอร์ก็เลือกไปที่ Large ในคู่หน้า 

สิ่งที่ผมชอบในตัว AVR 70 มากก็คือสามารถตั้งค่า Crossover ได้ จุดตัดความถี่เสียงเบสมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อท่านตั้งค่าจากตัว AVR ว่าจะใช้จุดตัดที่เท่าไหร่แล้ว ก็นำไปปรับจูนที่ตัวซับวูเฟอร์อีกที ผมชอบจุดตัดอยู่ที่ 80hz ซึ่งเหมาะกับชุดและห้องที่ผมใช้

จากนั้นผมลองเร่งเสียงโวลุ่มในแต่ละแชลแนลของลำโพง ผมพบว่าการเร่งจนสุดทำให้เสียงดังเกินไปนิดหนึ่ง จึงปรับแต่ละแชลแนลลงมาเหลือครึ่งหนึ่ง ส่วนนี้ผู้อ่านควรจะลองเซ็ตกันดูนะครับว่ามันจะเหมาะสมกับชุดที่เรามีอยู่หรือไม่ เมื่อเซ็ตแล้วควรจะค่อยๆ ฟัง ค่อยๆ ปรับไปทีละนิด อย่าเพิ่งใจร้อน 

นอกจากนั้นในตัว AVR 70 ยังสามารถมารถปรับ Speaker Distance ได้ด้วย ซึ่งผมคิดว่าท่านที่ใช้ลำโพงแบบเป็น Set น่าจะเหมาะกับโหมดนี้มาก เพราะทำให้ง่ายต่อการจัดตั้งลำโพง

ในช่วงแรกผมเปิด AVR 70 เพื่อดูหนังจากเคเบิลผ่านดาวเทียม ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีกล่องเครื่องรับดาวเทียมยังไม่ค่อยพัฒนาเท่าที่ควร ทางด้านภาพที่ผ่าน AVR 70 ไปยังโทรทัศน์ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ภาพที่ได้ออกมาเที่ยงตรง ดูมีน้ำหนัก และค่อนข้างออกไปในโทนเข้มข้นนิดหนึ่ง ไม่ใช่ภาพไม่ใสนะครับ ผมมองว่าเป็นเรื่องของไดนามิคที่ยอดเยี่ยม

ส่วนทางด้านเสียงจากการดูดาวเทียมหากเป็นช่องสารคดี หรือช่องที่ไม่ได้เป็นไฮเดฟ การปล่อยสัญญาณเสียงเป็นเพียงสเตริโอเท่านั้น ท่านผู้อ่านสามารถปรับการใช้งานในตัว AVR 70 ได้ ผมชอบโปรแกรม Dolby Pro Logic ll, Cinema, Music และGame ของ Harman Kardon เป็นอย่างมาก มันมีประโยชน์สำหรับซอร์สที่ไม่ได้ปล่อยสัญญาณเสียงดิจิตอล 5.1 โปรแกรมดังกล่าวจะสังเคราะห์เสียงสองแชลแนลออกมาเป็น 5.1 ซึ่งผมคิดว่าโปรแกรมตัวนี้พัฒนาได้ดีขึ้นเรื่อยๆ 

ผลสรุป

เมื่อผมใช้ Harman Kardon AVR 70 ผมคาดหวังถึงเรื่องพลังเสียงที่ดุดัน แม้ AVR 70 จะเป็นรุ่นที่เล็กสุด มีกำลังขับที่ 75 w ที่ 6 โอห์ม ต่อแชลแนล เมื่อใช้ในแบบสเตริโอ กำลังขับ 75 วัตต์ เป็นกำลังขับที่พอเหมาะ ผมถือได้ว่ารุ่นนี้น่าจะเหมาะกับผู้ใช้ระดับมิดเอนด์ ที่เปลี่ยนจากชุดโฮมเธียเตอร์อินเดอะบ๊อค มาสู่การเล่นที่มีความหลากหลายมากขึ้น

ใครบ้างที่ต้องการใช้ AVR 70 ผมคิดว่าผู้ที่เลือกใช้น่าจะเป็นกลุ่มนักเล่นที่ชอบในการดูหนังฟังเพลง รายการโทรทัศน์ แต่มีเนื้อที่ในการจัดตั้งเครื่องเสียงจำกัด อาจจะใช้ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น หรือคอนโด เป็นพื้นที่จัดวางระบบเครื่องเสียง ซึ่งกลุ่มดังกล่าวเหมาะกับ AVR 70 มาก เนื่องจากตัวเครื่องใช้งานได้ง่าย มีความหลากหลาย

ระบบลำโพง 5.1 แชลแนล มีให้เลือกมากมายในหลายระดับราคา ตัว AVR 70 ต้องการลำโพงที่มีความไวตั้งแต่ 89-95 db ก็เพียงพอต่อการขับอย่างเต็มกำลัง เสียงที่ได้จาก AVR 70 อาจจะลดความดุดันลงเล็กน้อย แต่สิ่งที่ผมพบกลับเป็นความสะอาด และสุภาพมากขึ้น เสียงกลางมีความสะอาด ไม่แต่งแต้ม และค่อนข้างเที่ยงตรง 

จากการทดสอบทั้งดูหนังฟังเพลง หนังแอคชั่น ดรามา เพลงร็อค พ๊อพ แจ๊ส AVR 70 ล้วนทำออกมาได้อย่างไม่มีที่ติ แม้ว่าผมจะให้คะแนนสัดส่วนดูหนัง-ฟังเพลง 70 ต่อ 30 ซึ่งผมเชื่อว่าการฟังเพลงผ่าน AVR 70 ก็ทำได้ไม่เลวนัก 

Harman Kardon AVR 70 เป็นรีซีฟเวอร์ที่ครบเครื่อง และเล่นง่าย ไม่ซับซ้อนจนน่าปวดหัว และที่สำคัญคุณภาพเสียงในแบบฮาร์แมน การ์ดอน ยังครบถ้วนไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นทางเลือกแรกสำหรับนักเล่น