ชวนอ่าน: ความโดดเดี่ยวทั้งมวลที่ไม่มีใครสังเกตเห็น


บทความจาก primitivesoul

 

ความโดดเดี่ยวทั้งมวลที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
นิวัต พุทธประสาท
สำนักพิมพ์ เม่นวรรณกรรม, 2555

นวนิยายเล่มหนา ภาษาเรียบนิ่งละมุนละไม เริ่มเรื่องด้วยความตาย เล่าถึงการตามหาสิ่งสูญหาย ลงท้ายด้วยความฝัน

ตัวละคร ‘ผม’ จัดประเภทได้เป็นมนุษย์โรแมนติก ผู้นิยมอารมณ์มากกว่าเหตุผล ดิ่งลึกในความหมองหม่นของชีวิต เต็มไปด้วยความสับสนและคำถาม
จำลองบุคลิกของคนร่วมสมัย ที่คุณค่าสูงสุดให้ยึดถือมิใช่เรื่องสูงส่งอย่างศาสนา มิใช้เรื่องหยาบอย่างเงินตรา เป็นคนตรงกลางที่ยังไม่สามารถแสดงภาพลักษณ์ชัดเจนของอุดมคติที่เขายึดมั่น เคยเห็นคนที่ดื้นรนและล้มเหลว ในส่วนลึกเขาอยากจะดิ้นรนเช่นนั้นบ้างแต่ก็บอกตัวเองว่ามันเป็นเรื่องโง่เขลา

หนังสือเล่มนี้โฟกัสไปที่ช่วงขณะชีวิตของตัวละครฐานะต่ำต้อยในโมงยามของความตกต่ำ ผู้อาศัยในสังคมขาลง พื้นดินสั่นคลอนในความรุนแรงบางเบาขนาด 2 ริกเตอร์

คนอื่นไม่รู้สึกแต่ ‘ผม’ รู้สึก

และนั่นทำให้ ‘ผม’ เป็นตัวเอกของนวนิยายเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีบุคลิกอื่นใดโดดเด่นน่าจดจำ ชอบเสพดนตรีแจ๊ซ รักที่จะบรรจงวางแผ่นไวนิลบนเครื่องเล่นแล้วละเลียดฟังในขณะทำอาหาร ทั้งหมดนี้บอกว่าเขาเป็นคนที่ประณีตกับชีวิต

‘ผม’ ดำรงอยู่อย่างแปลกแยกเดียวดาย ความโดดเดี่ยวหม่นหมองของเขาไม่สามารถสื่อถึงใครคนอื่น

นักปฏิบัติที่นิยมหลักฐานเชิงประจักษ์ จะไม่มีทางเห็นใจตัวละครตัวนี้ ความฟูมฟายเหล่านั้นจะสื่อไม่ถึง ปัญหาที่เกิดขึ้นจะไม่ถูกนับว่าเป็นปัญหา

‘ผม’ ถูกกระทำด้วยแรงที่มองไม่เห็น ท่วมท้นรุนแรง ในช่วงครึ่งเล่มหลัง ผู้เขียนบรรจงสอดแทรกถ้อยอธิบายถึงกระบวนการฆ่าตัดตอนความฝัน รวมทั้งการกล่อมเกลาคนทั้งสังคมให้คิดอย่างเดียวกัน ตัวละครชื่อ วันเพ็ญ ไม่มีฝัน คือรูปธรรมชัดเจนที่ผู้เขียนยกขึ้นมา นักปฏิบัติที่พึงใจกับสิ่งที่เห็นด้วยตา อาจจะเริ่มเข้าใจขึ้นมาเล็กน้อยว่า ‘ผม’ กำลังมีปัญหา (ปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเล็กน้อยกะจ้อยร่อยหรือมหึมา)

แต่นักปฏิบัติจะยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าควรจะ ‘ปฏิบัติ’ ต่อปัญหานี้เช่นไร

บางช่วงของพลอตเห็นได้ชัดว่ารับอิทธิพลจาก ฮารุกิ มูราคามิ โดยส่วนตัวเชื่อว่าผู้เขียนตั้งใจสะท้อนภาพจิตวิญญาณร่วมสมัย และอาจจะเป็นการเสียดเย้ยสองชั้น เพราะนวนิยายเล่มนี้น่าจะกำลังสื่อสารถึงคนพันธุ์ใกล้ๆ กัน คนประเภทที่พึงใจจะหยิบนวนิยายหนาๆ มานั่งอ่านโดยมิได้หวังว่าสิ่งนั้นจะนำมาซึ่งความรู้ที่สามารถนำไปใช้ทำมาหากิน คนประเภทที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่ในอาร์ทแกลลอรี่และไม่อินังขังขอบจะต้องเข้าใจความหมายของภาพเขียน คนประเภทที่รู้สึกกับเรื่องที่คนอื่นไม่รู้สึกและลึกๆ แล้วพึงใจในความต่างนี้แม้จะทำให้เขาโดดเดี่ยวขมขื่นก็ตาม คนที่เคว้างคว้างและมีจริตความชอบแบบหนึ่ง

ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขาล้วนทุกข์ทนแต่ไม่ได้แสดงอาการทุรนทุราย คำว่ากัดฟันสู้ตายไม่เคยปรากฏ เมื่อถึงเวลา เขาจะสมัครใจเดินช้าๆ ลงทะเลด้วยซ้ำ

แต่ถึงอย่างนั้นผู้เขียนก็สามารถทำให้พล็อตแบบนี้กลายเป็นของตัวเองอย่างอยู่มือด้วยบรรยากาศที่แตกต่าง (ลองดูภาพปกเป็นตัวอย่าง คุณอาจจะสัมผัสบรรยากาศกึ่งหมองกึ่งฝันอันยากอธิบาย)

ส่งผ่านเนื้อสารสะท้อนภาพสังคมไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านในลีลาแข็งกร้าว  ประหนึ่งก้อนความคิดที่ถูกเขวี้ยงออกมาโดนกบาลคนอ่านหัวแตกได้ แต่ห่มคลุมด้วยความนุ่มของภาษา

ความโดดเดี่ยวทั้งมวลที่ไม่มีใครสังเกตเห็น เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ของผู้ที่ยังไม่หมดรักในวรรณกรรม ทั้งชิ้นงานและการนำเสนอที่ตีพิมพ์จำนวนน้อย (500 เล่ม) และจัดจำหน่ายทั้งในแบบ hard copy และ digital e-book

เป็นแรงอีกเฮือกหนึ่งของปลาตัวเล็กๆ ที่น่าสนับสนุน

แม้ว่าอาจจะไม่มีใครสังเกตเห็น…