อีกวันแสนสุขในปี 2527: smooth jazz stories


อ่านจบแล้ว รวดเดียวจบเพราะเป็นหนังสือเล่มบางๆ สิ่งที่เขียนต่อไปนี้ไม่บังอาจเรียกว่าคำวิจารณ์หรือรีวิว เอาเป็นว่าแค่บันทึกไว้ละกันว่าอ่านแล้วรู้สึกยังไงกับมันอาจเพราะเห็นหลายคนพูดถึงมาก่อนว่ามันใช้แบ็กกราวน์เรื่องการเมืองในช่วงที่ผ่านมาเป็นตัวเดินเรื่อง ทำให้เกิดความคาดหวังบางอย่างต่อมันโดยไม่รู้ตัว (ซึ่งไม่ดีเลย ไม่ควร) ผลสรุปคืออ่านจบแล้วรู้สึกว่า “ก็ดี” แต่ไม่ได้รู้สึกวี๊ดว้าย สุดยอด อะไรขนาดนั้น เราอาจคาดหวังไปเองว่าแบ็กกราวน์การเมืองจะแทรกเข้ามาเยอะกว่านี้ คมคายกว่านี้ หรือบาดลึกกว่านี้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องผิดพลาดอะไรของผู้เขียน เป็นแค่เรื่องความคาดหวังส่วนตัวของคนอ่านมากกว่าที่ตั้งไว้ล่วงหน้า (ซึ่งไม่ถูกต้อง)อ่านงานชิ้นนี้แล้วอดไม่ได้จริงๆที่จะนึกถึง ยูโทเปียชำรุด ภาษา สำนวน การเดินเรื่อง การตัดฉากต่างๆ มันเป็นกลิ่นและอารมณ์ที่คุ้นเคย เพียงแต่มันบางกว่า มันไม่เข้มข้นเท่า จำได้ว่าเคยเปรียบยูโทเปียฯ เหมือนเป็นเพลงแจ๊ซไซคีเดลิกที่หม่นหมอง ฟังยาก บรรเลงดนตรีโคตรเทพ เทคนิคแพรวพราว — เล่มนี้คงเป็น smooth jazz ที่มีกลิ่นอายของแจ๊ซอยู่เหมือนเดิม แต่ฟังง่ายขึ้น เนื้อหาเบาขึ้น — ซึ่งมันก็ยิ่งกลายเป็นการตอกย้ำ (สำหรับตัวเรา) ว่าไอ้ยูโทเปียชำรุด นี่แม่งเป็นงานระดับขึ้นหิ้งจริงๆ พูดเพื่อให้เห็นภาพ เราอ่านยูโทเปีย แค่รอบเดียว และอ่านนานมากแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังจำตัวละครผู้หญิงที่เป็นแฟนฆาตรกร หรือผู้ชายที่รักเด็ก ได้อยู่ มันยังติดอยู่ในหัวจนถึงตอนนี้ ขณะที่ตัวละครในเล่มนี้ อีกไม่นานก็คงลืมมัวแต่เปรียบเทียบไปไกล กลับมาพูดถึงเล่มนี้บ้าง — คนเขียนยังคงทำในสิ่งที่ถนัดได้ดีเหมือนเดิม นั่นคือการทำให้เราอ่านหนังสือแล้วรู้สึกเหมือนดูหนัง (ซึ่งนี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้มนุษย์ไม่อ่านหนังสืออย่างเรา อ่านหนังสือของเขาได้จบเล่ม) ภาษาที่ใช้มันสร้างภาพในสมองให้เหมือนการดูภาพยนตร์ มันตัดฉากอย่างรวดเร็ว มันเล่าเรื่องด้วยมุมมองของบุคคลที่สาม (aka มุมกล้อง) ไม่ใช่บุคคลที่หนึ่ง หรือสอง (ไม่มีบทพูด)เราคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุด น่าประทับใจที่สุด แต่มันยังดันไปไม่สุด ของเรื่องในเล่มนี้ไม่ใช่ประเด็นการเมือง (หรือสัญญะใดๆที่ผู้เขียนอาจจงใจแทรกเข้ามา) แต่เราประทับใจกับความ “จริง” ของชีวิตของตัวละคร รายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่มัน “จริง” และ “บาดลึก” ของตัวละครแต่ละตัวนั้นน่าประทับใจมากๆ และเป็นสิ่งที่เราชอบมากๆในงานของผู้เขียน และมันจะไปสุดกว่านี้ถ้าสิ่งเหล่านั้นถูกตอกย้ำให้คม เข้ม หรือลึก ลงไปมากกว่านี้โดยไม่ต้องไปวุ่นวายกับสถานการณ์การเมืองที่เป็นแบ็กกราวนด์ (พูดถึงตรงนี้ก็รู้สึกอีกแล้วว่ากูคงชอบยูโทเปียชำรุดมากจริงๆสินะ)

ชอบชีวิตของแม่มากที่สุด อ่านแล้วอินสัสๆ
ชอบฉาก “ดับร้อน” ด้วยขวดน้ำจากตู้เย็นมากที่สุด
อ่านจบท่อนนั้นแล้วพูดกับตัวเองว่า ไอ้เหี้ย คิดได้ไง บรรยายได้ไง

สิ่งที่เสียดายคือประเด็น existential ของลูกชาย
เรารู้สึกว่าประเด็นนี้สวยงามมาก น่าสนใจดีมากๆ
แต่มันไม่ถูกขับดันให้ลึก ให้ไกล และให้หนัก อย่างที่มันสามารถเป็นได้

สรุป — มันคือเพลงป๊อบแจ๊ซดีๆ ชุดหนึ่ง เหมาะกับแฟนหน้าใหม่ ฟังง่าย อ่านง่าย ควรอ่านเล่มนี้ก่อนอ่านยูโทเปียชำรุด

ปล. — ไม่ช่วยเขียนขายของเพราะแม่งขายดีอยู่แล้ว

ปล2. — สั่งหนังสือออนไลน์กันเถิดครับ เล่มนี้ผมสั่งกับ Readery วันเดียวก็ได้ของแล้ว สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเบียดเสียดกันไปงานหนังสือ ไม่ต้องง้อพื้นที่ชั้นวางของร้านหนังสือในห้าง

Readery ส่งของมาปราณีตมากๆ แพ็คหนังสือมาแบบว่ากูแกะนานมากกว่าจะแกะได้ แน่หนา ปราณีต หน้าเว็บอินเตอร์สุดๆ สวยกว่า Amazon อีก

bottom