DLS Flatbox Slim Large and FlatSub Stereo-One


เล็กเลิศร็อค

เดือนที่แล้วผมได้รับ DLS Flatbox XL มาทดสอบ พร้อมกับซับวูเฟอร์ Stereo One ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถอ่านได้ใน The Wave ฉบับที่ 102 เดือนกุมภาพันธ์ 2557 และในเวลาไล่เลี่ยกันผมก็ได้รับ DLS Slim Large ซึ่งเป็นรุ่นกลางกลับมาทดสอบอีกครั้ง หากถามผมว่าเมื่อได้ทดสอบตัวใหญ่ไปแล้ว ตัวระดับรองลงมาเสียงจะเป็นอย่างไร ตอนที่ผมไปรับลำโพง Slim Large มาจากออฟฟิศเดอะเวฟ ผมก็มีคำถามนี้ในใจอยู่เหมือนกัน

เมื่อกลับมาถึงบ้านค่อยๆ ยก Slim Large และ Stereo One ขึ้นไปบนห้องฟัง สิ่งที่ผมพบอันดับแรกก็คือว่า Slim Large มีขนาด (ที่ยังอยู่ในกล่อง) เล็กกว่า XL เกือบเท่าตัว รวมถึงน้ำหนักของลำโพง บอกได้เลยว่ามันขนย้ายได้ง่ายกว่า สะดวกกว่า ดังนั้นผมจึงคิดว่าการทดสอบครั้งนี้ควรลดขนาดของห้องลงตามลงมาด้วย แม้ว่ายังคงใช้ซับวูเฟอร์ Stereo One ตัวเดิมก็ตาม

รูปลักษณ์ภายนอกและภายใน

DLS Flatbox Slim Large เป็นลำโพงในแบบแขวนผนัง ออกแบบมาเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดกว้าง 470 mm ยาว 170 mm และหนาเพียง 80 mm น้ำหนักอยู่ที่ 2.83 กิโลกรัมเท่านั้น ต้องถือว่าเป็นลำโพงที่มีน้ำหนักเบา ด้านบนของตัวลำโพงมีช่องสำหรับระบายอากาศจากภายในลำโพง

ลำโพงวูเฟอร์ทำจากกระดาษเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดสามนิ้ว ทวีตเตอร์ซอร์ฟโดม ขนาด 22 mm ความต้านทานอยู่ที่ 8 โอห์ม สนองความถี่ที่ 70-25000 Hz ความไวของลำโพงอยู่ที่ 86 db/1w /1m กำลังขับจากแอมปรีไฟร์ที่ทาง DLS แนะนำอยู่ที่ 30-120 watt

ตัวลำโพงสีขาวหน้ากากผ้าสีดำและมีหน้ากากผ้าสีขาวแถมมาให้อีกอันสำหรับการดีไซน์ตามใจผู้ใช้

ด้านหลังลำโพงตัวพื้นผิวสีดำ ตัวแขวนผนังมีขนาดใหญ่ทำให้สามารถแขวนลำโพงได้ง่าย binding posts แข็งแรงใช้งานง่ายเพียงแค่กดลงไปก็สามารถสอดสายลำโพงเข้าไป เหมาะกับสายลำโพงขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง

Seting และทดสอบ

เนื่องจากห้องฟังเพลงของผมไม่ได้เจาะผนัง จึงจำเป็นต้องตั้ง Slim Large เอาไว้บนขาตั้ง โดยนำไปชิดผนังที่สุด ขาตั้งลำโพงมีความสูงหนึ่งเมตรครึ่ง ผมวางลำโพงทั้งสองข้างห่างกันประมาณ 1.5 เมตร ผมเลือกใช้สายลำโพง Cadas โดยตัวคอนเน็คเตอร์เป็นแบบก้ามปู จากนั้นจึงต่อสายลำโพงไปยัง Stereo One และเชื่อมตัว Stereo One กับไอโฟน 5s ด้วยสายอนาล็อคมินิแจ๊ค 3.5 mm และทางออกเป็นแบบสาย RCA

ผมวาง Stereo One เอาไว้ตรงกลาง โดยเหลื่อมมาทางด้านขวาเล็กน้อย เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว ผมจึงเปิดพาวเวอร์ทางด้านหลัง หากมีกระแสไฟเข้า Stereo One ไฟ Led สีเขียวจะปรากฏตรงแผงควบคุมด้านหน้า

การเซ็ตติ้งซับวูเฟอร์เป็นสิ่งที่ท้าทายเสมอ โดยเฉพาะในระบบ 2.1 Ch ด้วยแล้วมันเป็นความยากระดับพระกาฬ เนื่องจากเราต้องเซ็ตติ้งให้เสียงเบสจากซับฯ ให้กลมกลืนกับลำโพงคู่หน้าให้ได้เนียนที่สุด ดังนั้นตำแหน่งของซับฯ จึงมีความสำคัญเสมอ ผมเรียนว่าท่านผู้อ่านค่อยๆ ฟังและค่อยๆ ขยับตัวซับฯ จากนั้นจะได้ตำแหน่งที่ดีที่สุด

สำหรับแอฟปลิเคชั่นดนตรีที่ผมใช้เล่นในไอโฟน ผมใช้อยู่สองตัวคือ Audio Player ของแมคอินทอช และ Audio ของเดนอน ผมเริ่มจากการเล่นเพลงไปเรื่อยๆ หลายๆ แนว เพื่อที่จะจับแนวทางของ Slim Large แล้วจึงจะเซ็ตติ้งตำแหน่งลำโพงกับซับฯ ไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด

สิ่งที่ผมสามารถสัมผัสถึง Stereo One ก็คือพลังขับของซับฯ ตัวนี้มีพลังขับที่ยอดเยี่ยมมาก เบสลงได้ลึก และมีบาลานซ์น้ำหนักที่ดีมาก การปรับระดับความดังของเบสมีส่วนสำคัญต่อการฟังของแต่ละคน แต่อย่างไรเสียอย่าให้เสียงเบสนั้นล้นจนกลบย่านเสียงอื่นจนหมด

ผมคิดว่า Stereo One เป็นซับฯที่ทำงานได้ยอดเยี่ยมกับชุดของ DLS Flatbox นับตั้งแต่ตัว XL ที่ผมทดลองใช้มาแล้ว เมื่อเล่นกับชุด Slim Large ก็ยังเข้าคู่กันเป็นอย่างดี

ส่วนคู่ลำโพง Slim Large ซึ่งเป็นตัวเล็กลง ทว่ากลับไม่ทำให้ผมผิดหวังแม้แต่น้อย Slim Large ให้รายละอียดเสียงกลางที่เรียบสะอาด จะแจ้ง ตรงไปตรงมา ผมชอบตรงที่มันทำให้ผมลืมรายละเอียดอันงดงามของ XL ไปเสียสนิท เพราะ Slim Large ได้เปรียบเรื่องเสียงเล็กเสียงน้อย เสียงกลางไม่ได้ดูเล็กตามตัว เสียงแหลมมีความพริ้ว แม้จะไม่อ่อนหวานมากนัก แต่ก็ได้เสียงที่ใสสะอาดเป็นประกาย เสียงกลางของ Slim Large ไม่ถึงกับพุ่งตรงไปข้างหน้า หากสังเกตว่าลำโพงเล็กส่วนใหญ่มักจะให้เสียงกลางที่กระด้างเล็กน้อย แต่ Slim Large กลับไม่เป็นอย่างนั้น ผมคิดว่ามันเป้นลำโงที่มีความสมดุลย์มากตัวหนึ่ง

อย่างไรเสีย Slim Large ยังคงชอบที่จะบรรเลงเพลงร็อคสนุกๆ เพลงป๊อปใสๆ หวานๆ น้ำเสียงเพลงร้องผู้หญิงยังคงโดดเด่นอย่างไม่รู้จบ ยิ่งทดสอบ Slim Large เพลงแล้วเพลงเล่าที่เล่นดูเหมือนมันจะสะกดให้ผมเคลิ้มคล้อยได้ไม่ยาก จนบางทีผมคิดว่าหากจัดตำแหน่งลำโพงกันดีๆ มีโอกาสที่จะเป็นลำโพงล่องหนได้เลยทีเดียว

บทสรุป

DLS Flatbox Slim Large and FlatSub Stereo-One ตัวนี้แม้จะเป็นตัวเล็กลงจาก Flatbox XL ตัวที่ผมเคยทดสอบมาแล้ว แต่บอกตามตรงว่าคุณภาพที่ได้นั้นไม่ต่างกันเลยแม้แต่น้อย อาจจะมีเพียงเรื่องรายละเอียดของเสียง ที่ XL ให้ได้มากกว่า และตัว XL ได้เปรียบในเรื่องห้องที่ใช้งานสามารถมีพื้นที่ที่ใหญ่มากได้อย่างสบาย

แต่ถ้าห้องฟังเป็นห้องที่เล็ก Slim Large ได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งถ้าใช้งานร่วมกับ Stereo-One แทบจะสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

DLS Flatbox Slim Large and FlatSub Stereo-One เหมาะกับเพลงหลายหลากแนว ไม่เน้นเฉพาะร็อคหรือป๊อป เพลงแจ๊ส คลาสสิกเคิล หรือเพลงแนวต่างๆ ก็สามารถเล่นได้อย่างสมดุลย์ เสียงเบสของ Stereo One มีความลึก ฟังแล้วไม่แปลกแยกเหมือนชุด 2.1 Ch ทั่วไป สิ่งที่ผมอยากเน้นย้ำก็คือถ้าพื้นที่ใช้สอยของห้องฟังไม่มากนัก Slim Large เป็นตัวเลือกที่ลงตัว ทั้งเสียง และการดีไซน์ที่สวยงาม