โดย ดอกฝน

ว่ากันว่าในสายวรรณกรรมเชิงสร้างสรรค์ งานประเภทหนึ่งที่เขียนได้ยากยิ่งคืองานที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการเมืองในแต่ละสังคม ไม่ว่าจะเป็นวรรณกรรมการเมืองเต็มตัว หรือวรรณกรรมที่ใช้เหตุการณ์ต่างๆ ทางประวัติศาสตร์ ทั้งที่เกิดขึ้นมายาวนาน หรือกำลังโรมรันจนฝุ่นฟุ้งตลบอยู่มาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวโดยเฉพาะในสภาวะที่เส้นแบ่งระหว่างความจริงความลวงดูเลือนรางเช่นปัจจุบันที่1+1 ไม่ได้มีความหมาย = 2 เสมอ สิ่งที่เห็นไม่ได้เป็นเพียงสีขาว-ดำ ความดี-ความเลว หรือมีเฉพาะขั้วตรงข้ามปรากฏตรงหน้าอีกต่อไปหลายคนรอให้ฝุ่นหายตลบ ด้วยเหตุผลที่คงมีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่จะรู้ความจริง อีกหลายคนเลือกที่จะบันทึกสถานการณ์ที่เห็นด้วยความรู้สึกที่มี ผ่านข้อเท็จจริงที่ไตร่ตรองตามแต่ละวิจารณญาณ

และไม่บ่อยครั้งนักที่จะมีวรรณกรรมแนวนี้ ซึ่งสามารถสั่นสะเทือนอารมณ์ของคนอ่านได้ เช่นที่นิยายขนาดสั้น 2 เล่มอย่าง “รัตติกาลของพรุ่งนี้” โดย นิวัต พุทธประสาทและ “อีกวันแสนสุขในปี 2527” โดย วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา ทำได้

ท่ามกลางความมืดมิดแห่งคืนวัน “รัตติกาลของพรุ่งนี้” นำเสนอเรื่องราวของความทรงจำที่สูญสลายไปอย่างลึกลับ แต่เมื่อยิ่งตามหาว่าตัวคุณคือใคร ก็ยิ่งพบเรื่องอัศจรรย์ เพราะที่จริงแล้วความทรงจำเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหนเลย ทว่ามีการผลิตซ้ำ เพื่อที่จะลืม เกิดขึ้นแล้วสูญสลายอย่างนับครั้งไม่ถ้วน

แม้จะยังคงเสน่ห์ของเรื่องราวลึกลับสไตล์นิวัต ที่ทิ้งภาพกระจัดกระจายให้คนอ่านไล่ต่อจิ๊กซอว์ได้เช่นเดิม ทว่าสัญลักษณ์ในเรื่องนี้กลับทำให้ถึงเรื่องราวบางอย่างที่เกิดขึ้นจริงและอาจจะเกิดขึ้นอีกถ้าหากวันนี้สยบยอม ราวกับพรุ่งนี้จะมีเพียงรัตติกาลที่รอคอยอยู่

แสงเจิดจ้าของพระอาทิตย์เมื่อราว 30 ปีก่อน สาดส่องไปยังชิ้นส่วนชำรุดของตัวละครใน “อีกวันแสนสุขในปี 2527” ชีวิตที่แปลกแยกของพวกเขา นำเราไปสู่ความจริงที่เจ็บปวดยิ่งกว่าถูกเข็มแหลมคมนับร้อยนับพันทิ่มแทง ท่ามกลางกงล้อประวัติศาสตร์ที่หมุนวน

ถ้าคุณยังเศร้าตรมกับความแหว่งวิ่นที่เกิดขึ้นทั้งหมดในบางห้วงของบันทึกแห่งสามัญชนโปรดดีใจเถอะเพราะนั่นแปลว่าคุณยังมีหัวใจ หัวใจที่ร้าวรานกับความเจ็บปวดของคนอื่น กับบาดแผลจากความขัดแย้งที่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรถึงจะตกสะเก็ด

นิยายขนาดสั้น 2 เล่มนี้ทำหน้าที่ที่วรรณกรรมควรทำได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่เพียงส่องสะท้อน หากยังตั้งคำถามถึงความจริง-ความลวงที่เกิดขึ้นนอกเหนือสายตาของเรื่องเล่า ผ่านอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยเป็นเรื่องเล่าที่ฉุดกระชากคนอ่านให้ตกหลุมและดิ่งลึกไปกับทุกๆ สิ่งที่โลดแล่นอยู่บนหน้ากระดาษ เราไม่สามารถถอนสายตาไปจากบรรทัดใดได้จนกว่าหน้าสุดท้ายจะปิดลง เพราะทุกเรื่องราว ทุกตัวละคร ล้วนสัมผัสใจและกระทบความรู้สึกอย่างรุนแรง คงจะเสียมารยาทอย่างร้ายกาจ หากเราลุกออกมากลางคันระหว่างที่พวกเขากำลังเต้นรำในจังหวะต่างๆ ด้วยท่วงทำนองแห่งชีวิตให้เราชม 

ท่ามกลางการสยบยอม จนเคยมีการตั้งคำถามถึงหน้าที่ของนักเขียนมาแล้ว เชื่อเถอะว่ายังมีนักเขียนรุ่นกลาง รุ่นใหม่ซึ่งเป็นปัจจุบันและอนาคตขอวงวรรณกรรมไทยอีกไม่น้อย ที่เฝ้ามองปรากฏการณ์ทั้งหมดอย่างครุ่นคิด และแปรออกมาเป็นวรรณกรรมชิ้นงาม ซึ่งยังคงรักษาหน้าที่ของการส่องสะท้อนและการตั้งคำถามเอาไว้อย่างที่ควรจะเป็น อย่างเช่น 2 เล่มนี้

เปี่ยมพลังอย่างที่วรรณกรรมควรจะเป็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

Alternative Writers, บทความ, สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม, Book Review, Drama, Fiction Extended, Mystery, Romance, Shakespare Book Shop, Suspense

ป้ายกำกับ

, , , , , , , , , , , , , , , , ,