เพลงแจ๊ซในงานเขียนของมูราคามิ


โดย สิเหร่

นิยายเรื่อง Dance Dance Dance ตีพิมพ์เมื่อปีค.ศ.1988 ว่าไปแล้วก็เสมือนบทสรุปของไตรภาคแห่งมุสิก มูราคามิยังคงใช้ตัวละครที่แทนตัวเองว่า “ผม” อันเป็นตัวเอกจากไตรภาคแห่งมุสิก ในบทที่ 30 บรรยายฉากภายในบาร์ที่อบอวลด้วยเสียงเพลง…

“เราไปที่บาร์ฮาเลคูวานี บาร์ในอาคาร มิใช่บาร์ริมสระน้ำ คราวนี้ผมสั่งมาร์ตินี ยูกิเลมอนโซดา เราเป็นลูกค้าเพียงสองคนในนั้น นักเปียโนหัวโล้นนิ่วหน้าในมาดรัคมานินอฟ นั่งหลังตรงหน้าแกรนด์เปียโน เล่นเพลงมาตรฐาน Stardust, But Not For Me, Moonlight In Vermont เล่นได้เยี่ยมไม่มีที่ติ แต่ขาดไร้ประกาย…”*

บทเพลงทั้งสามบนบาทวิถีแจ๊ซ ถือเป็นเพลงในระดับคลาสสิก ที่มีนักดนตรีนำมาตีความตามแบบของตัวเองกันตลอด

เริ่มจาก Stardust บัลลาดแจ๊ซ เป็นงานเขียนของโฮกีย์ คาร์ไมเคิล ซึ่งจอห์น โคลเทรน (เทเนอร์ แซ็กโซโฟน) นำมาเรียบเรียงใหม่ รวมอยู่ในอัลบั้มชุด Stardust สังกัดเพรสทีจ เร็คคอร์ด ออกเมื่อปีค.ศ.1958 ร่วมกับนักดนตรีอย่างเรด การ์แลนด์ (เปียโน) พอล แชมเบอร์ส (เบส) จิมมี ค็อปป์ (กลอง) และวิลบูร์ ฮาร์เดน (ทรัมเป็ต,ฟลูเกลฮอร์น) เป็นเพลงที่มีท่วงทำนองไพเราะ เนิบช้า เซาะลึกเข้าไปในจิตใจได้เข้มข้น ยิ่งเสียงเทเนอร์ แซ็กโซโฟนของโคลเทรน อัดแน่นด้วยจิตวิญญาณ เล่นทำนองไปพร้อมกับเสียงเบสกับกลอง ยิ่งทำให้มิติเพลงงดงาม เช่นเดียวกับช่วงวิลบูร์เดี่ยวทรัมเป็ต เหมือนจะกดทับความรู้สึกโหยหาได้ปวดร้าว ก่อนจะส่งทอดให้การ์แลนด์ พลิ้วพรมนิ้วบนคีย์เปียโน ไหลไปกับกระแสความรู้สึกได้ลึกซึ้ง ช่วงแชมเบอร์สสีสายเบส เคี่ยวเอาความรู้สึกภายในออกมากับท่วงทำนอง มันกดทับให้จิตใจหนักอึ้งไปกับความรู้สึกโดดเดี่ยว ในอัลบั้มชุดนี้ยังมีเพลง Time After Time, Love Thy Neighbor และ Then I’ll Be Tired Of You

ผลงานชุดนี้ถือเป็นงานยุคแรกของจอห์น โคลเทรน

ส่วนเพลง But Not For Me งานเขียนของจอร์ช และไอรา เกิร์ชวิน เพลงบัลลาดแสนงดงาม จอห์น โคลเทรนบันทึกเพลงนี้ในอัลบั้มยอดเยี่ยมชุด My Favorite Things สังกัดแอตแลนติก เร็คคอร์ด ออกเมื่อปีค.ศ.1960 นอกจากโคลเทรนเป่าเทเนอร์ แซ็กโซโฟนแล้ว ยังประกอบด้วยแม็คคอย ไทเนอร์เล่นเปียโน สตีฟ เดวิสเล่นเบส และอัลวิน โจนส์เล่นกลอง

นี่เป็นผลงานยุคที่สองของจอห์น โคลเทรน

สำหรับเพลง Moonlight In Vermont เป็นเพลงในอัลบั้มชื่อเดียวกัน บันทึกเสียงระหว่างวันที่ 11 มีนาคม ถึงเดือนสิงหาคม ค.ศ.1952 สังกัดรูสต์ เร็คคอร์ด เป็นอัลบั้มชุดแรกของจอห์นนี สมิธ นักกีตาร์คูลแจ๊ซระดับตำนาน นิตยสารดาวน์ บีทเชิดชูให้เป็นอัลบั้มแจ๊ซยอดเยี่ยมแห่งปีค.ศ.1952

จริงๆ แล้วเพลงบทนี้เป็นเพลงยอดนิยมประจำตัวนักร้อง มากาเร็ต ไวติง เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในต้นทศวรรษที่ 1950 สมิธนำมาเรียบเรียงสำหรับกีตาร์ที่มีสำเนียงอ่อนช้อย อิ่มเอิบไปด้วยความงดงาม แม้เพลงบทนี้จะมีโครงสร้างซับซ้อน ประกอบด้วย A A B A ฟอร์มจากแพทเทิร์น 6 6 8 8 บาร์ ด้วยความจริงใจที่ยึดติดกับความเรียบง่าย สมิธทำให้ทำนองเพลงเชิดใกล้กับการอิมโพรไวส์ เกี่ยวยึดกับความกลมกลืน พร้อมกับพัฒนาโทนเรียบง่ายแสนงดงาม มีความสดใสชัดเจน ผ่านทุกเสียงจากเครื่องดนตรีที่ร่วมเล่นกันออกมา

อัลบั้มชุด Moonlight In Vermont สมิธใช้นักดนตรีค่อนข้างมาก แต่เฉพาะเพลงนี้ สมิธเล่นกีตาร์ ยังมีสแตน เก็ตซ์เป่าเทเนอร์ แซ็กโซโฟน เอ็ดดี ซาฟรานสกีเล่นเบส แชนฟอร์ด โกลด์เล่นเปียโน และดอน ลามอนด์เล่นกลอง เสียงกีตาร์ให้ความนิ่มนวล สอดกลืนกับเสียงเทเนอร์ แซ็กโซโฟนของเก็ตซ์ ผลักดันอารมณ์ได้ลุ่มลึก อัดแน่นด้วยความรู้สึกถวิลหาและเหงาเศร้า ราวแสงสะท้อนเงาจันทร์บนฟากฟ้า เป็นบทเพลงโรแมนติกที่ติดตรึงเข้าไปในความรู้สึกได้ดี เสียงกีตาร์ของสมิธแอบเร้นไว้ด้วยอารมณ์ละเมียดจากภายใน แต่ชัดเจนด้วยสำเนียงเรียบง่ายและจริงใจ ไม่ต่างไปจากช่วงเอ็ดดีเดี่ยวเบสอันหม่นเศร้า ทำให้บรรยากาศท่วงทำนอง ติดตรึงอยู่ในกระแสสำนึกได้อย่างไม่รู้ลืม…

(*บทบรรยายสำนวน นพดล เวชสวัสดิ์)