The Limits of Control: La vida no vale nada


 

จิม จาร์มุชเป็นผู้กำกับหนังชาวอเมริกันที่ทำหนังได้อย่างบรรเจิดที่สุดคนหนึ่งของโลกภาพยนตร์ เขาไม่ใช่คนทำหนังฮอลลีวู๊ด หนังที่เขาทำไม่ใช่หนังศิลปะใต้ดิน หนังของเขาไม่ใช่หนังชีวิตดรามา เขาไม่ได้ทำหนังที่คนดูต้องซาบซึ้ง ร้องไห้ เสียใจ ร้าวราน หรือสนุก แต่หนังของจาร์มุชเป็นบางอย่างที่อยู่นอกเหนือระบบความเข้าใจของคำว่าหนัง หากเรานิยามคำว่าภาพยนตร์ด้วยมิติของความเข้าใจว่าเป็นสื่อแขนงที่เจ็ดอันทรงพลังต่อการเปลี่ยนแปลงโลก หนังของจาร์มุชสามารถไปไกลกว่านั้นอีกหลายเท่า

The Limits of Control ไม่ใช่หนังที่ดีที่สุดของจาร์มุช แต่บังเอิญมันมีขายเป็นแผ่นลิขสิทธิ์ในเมืองไทย ที่ผู้เขียนเองก็งงว่ามีคนซื้อเข้ามาจัดจำหน่ายด้วยสาเหตุใด ไม่ว่าเหตุผลใดช่างมันเถิด ผู้เขียนนึกในใจว่าหากมีแบบนี้บ่อยๆ ก็ดีเหมือนกันเพราะเป็นคนไม่ชอบการโหลดหนังเอาเสียเลย ชอบดูหนังแผ่นมากกว่า แต่เมื่อได้ดู The Limits of Control แล้วต้องกลับมานอนนึกอยู่หลายคืนว่าทำไมถึงได้ชอบหนังเรื่องนี้เอามากๆ ทั้งที่มันดูไม่สนุกเลย

จนกระทั่งได้คำตอบว่า เมื่อดูจบแล้วผู้ชมต้องตั้งคำถาม นี่คือสิ่งสำคัญอันดับแรกของการชม คำถามแรกที่ผู้เขียนถามกับตัวเองก็คือ หนังจงใจให้เป็นหนังล้อเลียนเสียดสีหนังแอคชั่นสายลับ ผู้ชมคงคุ้นเคยหนังอย่าง James Bond, Mission: Impossible, Bourne ซึ่งหนังเหล่านี้เล่าเรื่องราวของนักสืบ มือปืน สายลับ ที่ทำภารกิจต่างๆ ให้ลุล่วง และคนเหล่านี้ก็มักจะถูกเล่นงานจากคนในสังกัดเดียวกันเสมอ The Limits of Control ก็เช่นกัน เพียงแต่หนังเล่าเรื่องในแบบลึกลับ เงียบเชียบกว่า

ตัวเอกของเรื่อง Lone man (Issac De Bankole) มารับบทตัวกลางที่จะถ่ายเทของบางอย่างให้อีกฝ่าย ในฉากแรกที่โลนแมนไปรับงานที่สนามบินนั้นเป็นฉากที่ฮามาก ในฐานะที่ดูหนังมาพอสมควรแล้วมันควรจะถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่ของหนังตลกเสียดสีที่ทำออกมาได้อย่างเหนือชั้น และการปล่อยมุกไม่ใช่การสร้างวลีกรรมให้กับตัวละคร ทว่าเป็นการกระทำที่จริงจังอย่างเข้มข้น

บางครั้งผู้ชมมักจะมีมายาคติกับหนังเกี่ยวกับนักสืบ-มือปืน ดังนั้นภาพดังกล่าวจึงเป็นภาพจำติดตาไปชั่วชีวิต เมื่อมันถูนำกลับมาเสนออีกครั้งในแบบที่จริงจังเข้มขรึมใน The Limits of Control กลับทำให้นึกขบขันย้อนแยงกับความเป็นจริง หนังจึงเหมือนกระจกส่องไปยังหนังที่เคยนำเสนอเรื่องราวแนวนี้ การอุบัติซ้ำเช่นนี้เป็นการตอกย้ำและวิจารณ์หนังกระแสหลักที่มักจะมีความซ้ำซากเช่นนั้น

ยิ่งหนังเดินลึกเข้าไปในใจกลางเรื่อง ผู้ชมจะยิ่งสัมผัสถึงความซ้ำซากในชีวิตประจำวันของโลนแมนผู้เปลี่ยวเปล่าไร้อารมณ์ โลนแมนไม่นอน ตอนเช้าเขาจะรำมวยจีน เดินออกไปรอ ณ​ จุดนัดหมาย สั่งเอสเพรสโซสองแก้วเสมอ เขาจะพบเฮลิค็อปเตอร์บินอยู่เหนือหลังคาตึกของเมืองเสมอ คนที่มาพบเขามักจะเป็นคนประหลาด ถือกล่องใส่ไวโลลิน กล่องกีตาร์ พวกเขามักจะเริ่มต้นด้วย รหัสคำถามเช่น “คุณพูดภาษาสเปนไม่ได้ใช่ไหม” แล้วต่อด้วยคำคมๆ พูดถึงศิลปะ หนัง และชีวิต เมื่อจะแยกจากไปพวกเขาจะแลกเปลี่ยนกล่องไม้ขีดไฟซึ่งมีรหัสตัวอักษร ซึ่งคนดูไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร โลนแมนจะทำลายกระดาษที่เขียนรหัสด้วยการกลืนลงกระเพาะ เมื่อมีเวลาว่างเขาจะเข้าไปดูงานศิลปะ ทั้งภาพเขียน ระบำสเปน เขามีความสุขกับงานศิลปะ และไม่แตะต้องสิ่งยั่วยวนใจ

ในภารกิจเขาได้พบสาวเปลือย (Paz de la Huerta) คือนำเพชรไปให้ ก่อนที่โลนแมนจะเคลื่อนย้ายไปที่อื่นเธอพยายามนอนกับเขา ทว่าเขาไม่สนใจ เหมือนเป็นชายตายด้าน เธอพูดกับเขาว่า “คุณชอบชูเบิร์ตไหม” ซึ่งมันไม่ได้มีความหมายอะไรมากไปกว่าความว่างเปล่า

หนังมาถึงจุดผกผันเมื่อโลนแมนพบว่าภารกิจที่เขาทำล้มเหลว และองค์กรกำลังไล่ล่าเขา โดยบีบให้เขาต้องดิ้นรนรักษาชีวิต และแก้แค้น เขาได้ไปถึงรังขององค์กร โดยรถกระบะที่เขียนประโยคหนึ่งเอาไว้ที่กระบะหลังว่า La vida no vale nada ซึ่งหมายความว่า “ชีวิตมีความหมายอะไร” เพียงพันนซ์ไลน์ที่เขียนบนกระบะหลังรถ ก็ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงมีดที่กรีดลงบนเนื้อ จาร์มุชมีมุมมองของหนังที่แตกต่างจากคนอื่น และเขาไม่ค่อยอ่อนข้อให้กับคำถามที่ว่าทำไมถึงต้องทำหนังแบบนี้ ทำไมเขาไม่ทำในแบบธรรมดา ซึ่งนี่คือสิ่งที่เรากำลังพูดถึง เพราะมันจะไม่มีค่าอะไรเลยถ้าเขาทำหนังแอคชั่นธรรมดา ดังนั้นคุณค่าของหนังเร่องนี้จึงอยู่ตรงที่ว่า มันไปปลดปล่อยพลังตรงที่หนังเดินเรื่องแบบไม่ปะติดปะต่อ ไม่รู้เรื่อง ไม่สมเหตุผล และกักกันทุกฉากสัญลักษณ์ให้ไร้ความหมาย เว้นแต่ว่าเราจะยัดจินตนาการของเราเข้าไปอย่างไร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s