ความทรงจำที่ไม่อาจลืม

มีเพียงความทรงจำเท่านั้นที่ทำให้ตัวตนของมนุษย์ดำรงอยู่ หากปราศจากความทรงจำแล้ว มนุษย์ก็เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเร่ร่อนทางจิตวิญญาณ ไร้หัวใจ ไม่เคยรู้สึกถึงความเจ็บปวด ไม่เคยรู้สึกเหงา คิดถึง รัก เกลียด แค้น และอีกหลายๆ สิ่งที่ทำให้ความทรงจำกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของการมีชีวิตอยู่

หากจะกล่าวว่า Ashes of Time ของหว่องกาไวเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ดูยากที่สุดก็คงจะใช่ เพราะตัวเนื้อเรื่องมิได้จัดลำดับเวลาเอาไว้ในแบบที่ผู้ชมคุ้นเคย แต่เรียงลำดับตามแต่ตัวหนังต้องการ ซึ่งผู้เขียนพบว่าการเล่าเรื่องเช่นนี้กลายเป็นต้นแบบหนังของหว่องกาไวในเรื่องต่อๆ มา จนเป็นเอกลักษณ์ของเขา การเล่าเรื่องเช่นนี้ทำให้ผู้ชมปะติดปะต่อเรื่องราว คล้ายๆ กับความทรงจำของมนุษย์ นั่นก็คือจำเรื่องราวออกเป็นท่อนๆ ตอนๆ มิใช่การจำเรื่องราวในแบบเป็นตัวเรื่อง (story) สมองมนุษย์เราจะปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ ที่กระท่อนกระแท่นนั้นเข้าด้วยกัน ราวกับการต่อจิ๊กซอว์ไปเองตามธรรมชาติ

Ashes of Time ต่างจากหนังกำลังภายในเรื่องอื่นๆ หนังกำลังภายในของฮ่องกงส่วนใหญ่มักจะเป็นการเดินทางของเหล่าจอมยุทธ หรือที่เรียกกันว่า “ท่องยุทธภพ” สำหรับผู้เขียนหนังท่องยุทธภพมีแนวทางของหนังตะวันตกอยู่สองสามแนว แนวแรกคือ Road Movie คือการเคลื่อนย้ายไปตามที่ต่างๆ การเดินทางพเนจรไปพบสถานที่ผู้คนเพื่อค้นหาความหมายชีวิต แนวทางที่สองคือหนังคาวบอยตะวันตก ซึ่งมีลักษณะของ “คนนอก” ที่ต้องต่อสู้กับอำนาจ บางครั้งเป็นการต่อสู้กับกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม หรืออาจจะต่อสู้กับอำนาจเถื่อนก็ได้ แนวทางที่สามคือการเชิดชูวีรบุรุษ ซึ่งจุดนี้หนังจีนกำลังภายในทำออกมาได้ลึกซึ้ง ส่วน Ashes of Time นั้นเพิ่มเติมบทรักหลายเส้าเข้ามาในหนัง รวมถึงกระแสสำนึกของตัวละครทำให้ผู้ชมเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกด้านลึกได้ดียิ่งขึ้น

หนังเรื่อง Ashes of Time แบ่งออกเป็นบท ก่อนเข้าสู่บทแรก เป็นบทรำพึงรำพันของ อ้าวเอี้ยงฮง (เลสลี่จาง) นายหน้าค้าความตายแห่งทะเลทรายไร้ขอบเขต ทุกๆ ปี ในเดือนที่หก อึ้งเอี้ยซือ (เหลียงเจียฮุย) จะนำข่าวจากทิศตะวันออกมาสู่อ้าวเอี้ยงฮง และในครั้งนั้นเขาได้ดื่มสุราเมามายหรรษาเข้าไป การดื่มเหล้าเมามายหรรษาทำให้ความทรงจำของเขาหายไป ระหว่างทางกลับเขาได้พบมู่หยงเยียน (หลิงชิงเสีย) เธอเกือบจะสังหารอึ้งเอียซือ ด้วยดาบ เนื่องจากอึ้งเอี้ยซือเคยสัญญาว่าถ้าเธอมีน้องสาว เขาจะแต่งงานกับน้องสาวของเธอ ในบทนี้ดีมากๆ ตรงที่หลิงชิงเสีย เล่นเป็นสองตัวละครคือมู่หยงเยียนตัวพี่กับตัวน้อง บทหนังได้แสดงถึงความขัดแย้งทางความคิดของคนๆ เดียวกันที่งดงามมากๆ เราจะเห็นความขัดแย้งทางความคิดที่มนุษย์เราไม่สามารถละไปจากมัน ดังตัวบทที่ว่า “ธงไม่สะบัด ลมก็ไม่พัด จิตใจมนุษย์ล้วนกำหนดขึ้นเอง”

บทที่สอง นักดาบตาบอดนิรนาม (เหลียงเฉาเหว่ย) ต้องการเดินทางไปเกาะดอกท้อเพื่อชมความงามก่อนที่ตาของเขาจะบอดสนิท แต่เงินของเขากำลังหมดลง จึงต้องให้อ้าวเอี้ยฮงช่วยแก้ปัญหา อ้าวเอี้ยฮงเสนอให้เขาจัดการกับโจรขโมยม้าที่กำลังจะมาถึงหมู่บ้าน การรอคอยของเขาทำให้การมองเห็นของนักดาบตาบอดลดลงเรื่อยๆ ขณะเดียวกันหญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่งมาขอร้องให้อ้าวเอี้ยฮง ช่วยแก้แค้นแทนเธอเพราะครอบครัวของเธอโดนโจรสังหาร อ้าวเอี้ยฮงไม่รับปากกลับบอกว่า ไม่มีนักดาบคนใดแก้แค้นด้วยค่าจ้างเพียงไข่หนึ่งตระกร้า “การแก้แค้นมีราคาของมัน” และเขายังบอกกับเธอว่าแท้แล้วเธอต้องการแก้แค้นหรือไม่มีอะไรทำกันแน่

จนกระทั่งนักดาบเท้าเปล่า “อั๊งซิก” (จางเชี้ยโหย่ว) มาถึงหมู่บ้าน เขากลับช่วยสาวชาวบ้านแก้แค้นแต่ตัวเองต้องมาเสียนิ้วมือของตนไป ในตอนนี้มันดีมากตรงที่การตอกย้ำในเรื่องความแค้นที่มีราคา บางครั้งการแก้แค้นอาจจะไม่ต่างจากการไม่มีอะไรจะทำก็ได้ สิ่งที่อั๊งซิกทำให้อ้าวเอี้ยงฮงเห็นก็คือ อั๊งงซิกแตกต่างจากเขา อั๊งซิกไม่ได้ถือตนไม่ได้มีรูปแบบ และเป็นการตอกอ้าวเอี้ยงฮงว่า “ไร้หัวใจ”

ในบทสุดท้ายเป็นเรื่องราวของอ้าวเอี้ยงฮงอันเป็นบทสรุปของเรื่อง และตัวหนังก็ทำออกมาได้ดีมากๆ ในเรื่องของความในใจจอมยุทธที่หยิ่งยโสในเรื่องทิฐิมานะของตน โดยเฉพาะการถือตนเรื่องความรักที่พยายามจะปฏิเสธตลอดเวลาว่ามิได้มีผลต่อจิตใจ ทว่าความเหงาของจอมยุทธได้เกาะกินอ้าวเอี้ยวฮงไม่ต่างจากคนอื่น ในทะเลทรายที่เขาอาศัย เขาไม่เคยรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง วันเวลากัดเซาะเขาจนอ่อนแอ การหนีของเขาทำให้เขาต้องพบแต่ความว่างเปล่า เมื่อเขาไม่ได้ข่าวจากทิศประจิม อึ้งเอี๊ยซือมิได้มาอีกแล้ว เขาทราบข่าวคนรักของเขาได้ตายลงอย่างช้าๆ ด้วยการตรอมใจ ภาพที่เขาเห็นในทะเลทรายคือภาพเปลวไฟ “อาชาขยับ เพลิงโหมเผาผลาญ มุ่งกลับสู่ประจิน” อ้าวเอี้ยงฮงเดินทางกลับเขาอูฐขาว เขาพบว่าแท้แล้วเขาหนีมาชั่วชีวิตเพราะเพียงต้องการลืม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

About นิวัต พุทธประสาท

นิวัต พุทธประสาท ปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ มีคอลัมน์ประจำที่ Hamburger และ The Wave Magazine แล้วยังเป็นช่างภาพสมัครเล่น โดยภาพถ่ายนักเขียนได้ตีพิมพ์ตามหนังสือพิมพ์ - นิตยสาร สนใจเรื่องราวสังคม การเมือง ชีวิต ขณะเดียวกันก็ชื่นชอบดนตรีคลาสสิก แจ๊ส ชอบดูหนัง นอกจากนั้นยังสนใจเรื่องเครื่องเสียง แผ่นเสียงมากเป็นพิเศษ นิวัตมีผลงานทั้งเรื่องสั้น นิยาย และบทความ ผลงานที่ตีพิมพ์รวมเล่มแล้วได้แก่ ไปสู่ชะตากรรม, ใบหน้าอื่น,​วิสัยทัศน์แห่งปรารถนาและความตาย, ขอบฟ้าเหตุการณ์, ลมหายใจอุบัติซ้ำ, แสงแรกของจักรวาล, หิ่งห้อยในสวน และ ความโดดเดี่ยวทั้งมวลที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

หมวดหมู่

Action, แสงกระทบฟิล์ม, Beauty is a Rare Thing, Drama, Film, Mystery, Romance, Suspense

ป้ายกำกับ

, , , , ,