Writing Dystopia: Dystopian Fiction: Part 2


โดย นิวัต พุทธประสาท

Part 1 / Part 2 / Part3

การเลือกเสียงเล่า

การเลือกเสียงเล่ามีความสำคัญมากต่อตัวเรื่องเป็นลำดับแรก เพราะมันหมายถึงน้ำเสียงของตัวเรื่องจะก่อขึ้นในตอนนี้ และมันจะไปต่อได้หรือไม่ได้ก็ตรงการเลือกนี้ด้วย บางครั้งที่คุณเขียนเรื่องไปสักระยะ คุณจะรู้สึกตัน บางทีสาเหตุมันอาจจะไม่ใช่เพราะคุณตั้งประเด็นหรือข้อมูลมีไม่พอ แต่คุณอาจจะเลือกน้ำเสียงการเล่าผิดก็ได้

ผมขอฝากแบบฝึกหัดให้ลองกลับไปทำเกี่ยวกับการใช้สรรพนามนะครับ หาเรื่องสั้นที่ยังเขียนไม่จบ จากนั้นลองเปลี่ยนสรรพนามบุรุษต่างๆ ของการเล่าเรื่องดูนะครับ จากที่เขียนเป็น ผมหรือฉัน ก็ลองเปลี่ยนเป็นคุณ หรือจากที่เขา และเธอ ก็เปลี่ยนมาเป็นผม หรือคุณ พอเปลี่ยนแล้วลองกลับมาอ่านดูนะครับ เผลอๆ ว่าอาจจะเขียนเรื่องนั้นไปต่อจนจบก็ได้

ผมมีตัวอย่างบทวิจารณ์ “เสียงเล่าเรื่อง” (narrative voice) ของ อ.ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ มาอ่านให้ฟัง

“เสียงเล่าเรื่อง” (narrative voice) ของ อ.ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ ตัวอย่างบทวิจารณ์ “เสียงเล่าเรื่อง” (narrative voice) ของ อ.ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์

ผมมีความเห็นดังนี้ครับ โชคดีที่มาร์ค ทเวน มีทนายช่วยแก้ต่างงานของเขาไม่ให้ถูกพิพากษาว่าไม่สมจริง ผมอยากเสนอว่าเสียงที่เล่าเรื่องมีความสำคัญดังที่ยกตัวอย่างมาให้ดูกัน เห็นไหมครับว่า “โลกของนิยาย” นั้นมีความสำคัญขนาดไหน โลกของนิยาย นี้ การเล่าเรื่องที่ดูไม่สมจริง แต่กลับสวยงามน่าติดตาม ลองคิดดูนะครับว่า การผจญภัยของฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ จะเป็นอย่างไร ถ้ามาร์ค ทเวนเขียนให้ฮัค เด็กไร้การศึกษามีเสียงเล่าที่หยาบกระด้าง

โลกของนิยาย

(ภาพประกอบ 7,8 และ 9)

อะไรคือโลกของนิยาย โลกของนิยายคืออะไร คุณเคยได้ยินไหมว่าทำไมอ่านหนังสือเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่า เรื่องนี้ดูไม่สมจริงเลย ส่วนคนเขียนก็จะบอกว่าเขาเขียนเรื่องนี้มาจากเรื่องจริงล้วนๆ ไม่มีการแต่งแต้มสีสันลงไปแม้แต่น้อย

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น คำตอบนี้ไม่ยากเลย เพราะนิยาย ไม่ใช่เรื่องจริง เข้าใจใช่ไหมครับว่านิยายไม่ใช่เรื่องจริง นิยายเป็นการผสานความจริงลวงเข้าด้วยกัน นิยายไม่ใช่การเล่าเรื่องที่มีอยู่จริงๆ แม้เรื่องนั้นจะมีส่วนเรื่องจริง โลกของนิยายก็คือการสร้างโลกใบใหม่ที่เหมือนโลกจริงๆ ขึ้นมา โลกใบนั้นประกอบไปด้วย

ตัวละคร

โครงเรื่อง

ฉาก

เหตุการณ์ สถานการณ์

จุดผกผัน ทางแยก 

จุดจบ ไคลแมกซ์

ตัวละครในนิยายมิได้ถือกำเนิดมาจากครรภ์มารดา ดังนั้นจึงไม่ใช่ตัวตนจริงๆ นั่นหมายความว่าเราสามารถที่จะเข้าไปสร้างตัวละครของเราให้โลดโผนโจนทะยานในแบบที่เราต้องการ โดยไม่มีขีดจำกัด #ทั้งผิด #ทั้งถูก

ทำไม ตัวละครของเราจะถูกอิงด้วยเนื้อเรื่องในอีกมิติหนึ่ง ดังนั้นเราไม่ต้องกลัวว่าตัวละครของเราจะหลุดโลกจนไม่เหมือนจริง จงทิ้งความกลัวนี้ไปเพราะมันไม่มีความจำเป็นเลยที่ต้องกลัว โลกของนิยายจะบังคับให้ผู้เขียนไหลลื่นไปกับสถานการณ์ได้ก็ต่อเมื่อ สถานการณ์นั้นอิงอยู่บนหลักความจริง เหมือนนักเขียนเป็นสถาปนิก พวกเขาออกแบบห้องจำลองสถานการณ์ พวกเขาออกแบบและคาดหวังว่าเหตุการณ์สมมตินี้จะก่อขึ้นเป็นภาพของสังคม ภาพเปรียบสังคมจริงๆ มันอาจไม่มีอยู่จริง แต่ดำรงอยู่ด้วยความจริง

ในบางครั้งผู้เขียนอาจพบว่าแม้จะวางโครงเรื่องเอาไว้อย่างดี วางตัวละครเอาไว้อย่างละเอียด แต่ก็พบว่านิยายเรื่องนั้นกลับไปไม่ได้เขียต่อไม่จบ เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เกิดเฉพาะกับนักเขียนหน้าใหม่ แต่เกิดขึ้นได้กับทุกคน สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะ “โลกนิยาย” ที่เราสร้างไม่สามารถสานต่อไปได้ หากสามารถรื้อโครงสร้างของตัวเรื่องได้ก็จงทำเสียตั้งแต่ต้น แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องคิดเรื่องใหม่ๆ

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ผมวิเคราะห์ว่า

1.ข้อมูลในการเขียนไม่เพียงพอ

2.ประเด็นที่จะนำเสนออ่อนเกินไป

3.ตัวละครไม่เป็นธรรมชาติ

ก่อนเริ่มเขียนนิยาย

คุณรู้ไหมว่าต้องการนำเสนออะไร นี่คือหัวใจหลักของการเริ่มต้น เป็นสิ่งที่คุณต้องค้นให้เจอให้ได้ คุณอาจจะมีตัวละครสองสามตัวอยู่ในหัว มีฉากสองสามฉาก หรือมีเรื่องที่จะเขียน แต่ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะนำเสนออะไร เพื่ออะไร นั่นย่อมทำให้นิยายเรื่องนั้นขาดแรงดึงดูด

มันเหมือนว่าคุณต้องรู้ว่าตอนเริ่มเรื่องไปสู่ตอนจบมันเป็นอย่างไร ตอนจบเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันจะพาคุณไปในทิศทางที่ถูกต้อง แม้สุดท้ายเมื่อคุณเขียนจบอาจจะไม่เหมือนดังที่ตั้งใจไว้ แต่ระหว่างเขียนคุณต้องมีภาพนั้นอยู่ในหัวเสมอ

มีนักเขียนหลายคนชอบนำเสนอเหตุการณ์ ชอบสร้างโครงเรื่องที่ซับซ้อน และบางคนก็ไปกับเรื่องแบบนี้ได้ดีเช่นนิยายสืบสวน นิยายแฟนตาซี อาจจะรวมถึงนิยายโรม้านซ์ทั้งหลาย

แต่อย่าลืมองค์ประกอบสำคัญของนิยายก็คือตัวละคร ตัวละครดีๆ หลายตัวทำให้ผู้อ่านผูกพัน รูปแบบของตัวละครที่มีเสน่ห์จะทำให้คุณไม่ต้องคิดถึงโครงเรื่องที่ซับซ้อนมากนัก แน่นอนแม้ในหลักการฟิสิกส์ในโลกของนิยาย ตัวละครต้องผูดสัมพันธ์ไปกับตัวบท ตัวเรื่อง แต่ก็ใช่ว่าจะละเลยการเล่าถึงตัวละครอย่างเข้มข้น ผมอยากเสนอว่างานเขียนยุคใหม่ๆ ได้ทำให้ตัวละครหลายตัวออกมาโลดแล่นได้อย่างมีชีวิตชีวา

ฉาก ฉากในนิยายคือการสร้างโลกที่เสมือนจริงขึ้นมา มันเป็นโมเดลของบ้านเรือน ผมเสนอว่าบางครั้งคุณต้องวาดโครงคร่าวๆ ของฉากนั้น แผนที่ของเมือง แบบแปลนในบ้าน คุณต้องเขียนมันขึ้นมาเพื่อตัวละครจะได้ไม่เดินหลงทางในแผนที่ที่คุณสร้างขึ้น

ผมขอยกตัวอย่างนิยายที่ผมเขียนคือ “ความโดดเดี่ยวทั้งมวลฯ” ผมได้สร้างแผนที่ขึ้นมาโดยอิงจากแผนที่จริงๆ แต่ผมใช้วิธีกระจกเงา นั่นหมายถึงว่าผมอธิบาย หรือบรรยายฉากที่มีอยู่จริงในแบบกระจกเงานั่นเอง หมายความว่าโลกนิยายเหมือนกระจกเงา คุณอาจจะดูแปลกๆ คือมันเหมือนจริงนะ แต่มันก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว เพราะผมไม่ต้องการให้มันเหมือนทุกอย่าง อย่างที่ผมบอกว่ามันไม่มีอะไรจริงเลย แต่มันมาจากของจริง

เช่นเดียวกัน หลายคนสงสัยว่านิยายขนาดสั้นเรื่อง “หิ่งห้อยในสวน” เป็นเรื่องจริงใช่ไหม มันมาจากเรื่องจริงล้วนๆ แต่ไม่ใช่เรื่องจริงที่ผมประสบเจอมา แต่เป็นเรื่องจริงอื่นๆ ที่เกิดขึ้นกับคนอื่น แต่ผม “ผู้เขียน” ไม่ได้เอาเรื่องตัวเองมาเล่าแม้แต่น้อย

เทคนิคของการเล่าคือหัวใจสำคัญอีกประการ เพราะผู้อ่านคือคนที่จะสำรวจในเรื่องเล่านั้น ผมเอ่ยอยู่หลายครั้งในเรื่องที่ว่า ไม่ต้องกลัวความสมจริง เพราะผมไม่เชื่อว่ามันจะต้องเอาเรื่องจริงมาอยู่ในงาน นวนิยาย คือ “เรื่องแต่ง” อย่างนั้นคุณกังวลใจเรื่องใดอีก

คุณเคยพบปัญหาที่คุณไม่อยากพบไหม ตัวละครไม่ต้องการเป็นไปในแบบที่คุณออกแบบ

ถ้าเมื่อใดคุณพบปัญหานี้ คือ #ดี

ทำไมครับ ทำไมถึงดี นั่นคือสัญญาณที่บอกคุณว่าตัวละครของคุณกำลังมีชีวิตจริงๆ ในเรื่องที่คุณออกแบบ คุณจะทำอย่างไรกับตัวละครตัวนี้ดี คุณจะจัดการกับมันอย่างไร แน่นอนว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นง่ายๆ ผมพูดเผื่อว่าเมื่อคุณเจอจะได้รับมือกับตัวละครตัวนี้ถูก คุณจะจัดการกับพวกเขาและพวกเธออย่างไร ให้เป็นไปตามที่คุณคิดเอาไว้แต่ต้น หรือจะให้ตัวละครเป็นไปอย่างที่พวกเขาปรารถนา

คุณต้องชั่งน้ำหนักให้ดี เพราะมันสามารถออกไปได้ทั้งสองทาง และผมก็แนะนำไปมากกว่านี้ไม่ได้ ในบางเรื่องผมก็ให้ตัวละครทำตามที่ปรารถนา บางเรื่องผมก็ทำให้พวกเขาและเธอเดินตามไปอย่างที่ผมกำหนด

ผมตอบไม่ได้ว่าแบบไหนดีกว่ากัน

ทำอย่างไรที่จะทำให้เรื่องสั้น หรือนิยาย มีความเป็นตัวเรา

จะเรียกอะไรดี แบบเฉพาะ ผมครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ แต่มันเป็นปัญหาหนักอกของนักเขียนทั่วโลก เราคิดไหมว่านักเขียนบนโลกใบนี้ก็คิดแบบเดียวกัน คือพวกเขาก็พยายามจะมีรูปแบบเป็นของตัวเอง ดังนั้นอะไรคือรูปแบบของตัวเราเอง สิ่งนั้นคืออะไร ภาษา โครงสร้าง ตัวละคร เรื่องที่จะเล่า ผมเน้นเรื่องนี้บ่อยจัง เปล่าเลยผมยังเชื่อเรื่องที่เราอยากจะเล่าเป็นประเด็นสำคัญเสมอ ผมเชื่อว่าต่อให้เรามีโครงเรื่องแล้ว แต่ขาดเรื่องที่จะเล่าก็เป็นอันจบไป

Part 1 / Part 2 / Part3

ภาพประกอบ