Zsòfia Boros Harrison Birtwistle & Morton Feldman


เสียงกระซิบแผ่วของแสงเงา

ECM Records เป็นบริษัทแผ่นเสียงสัญชาติเยอรมันที่คนฟังเพลงส่วนใหญ่ทราบดีว่าผลิตผลงานเพลงแจ๊สในแบบที่แตกต่างจากตลาดแจ๊สทางฝั่งอเมริกา ก่อตั้งโดย Manfred Eicher ที่นครมิวนิคตั้งแต่ปี 1969 บริษัทผลิตผลงานในแนวเพลงแจ๊สที่มีความงดงามทางดนตรี ลักษณะของเพลงที่มีความเงียบงัน บ่งบอกถึงความพยายามที่จะทำเพลงให้มีลักษณะมินิมัลลิสต์ นอกจากนั้นยังผสมผสานเครื่องดนตรีจากแอฟริกาและเอเซีย เข้ามาในเพลง ที่สำคัญที่ทำให้ผู้คนจดจำ ECM ได้ก็ด้วยปกแผ่นเสียงที่ออกแบบอย่างสวยงามเรียบง่าย และมีสีสันที่ดูแล้วสงบ

ในช่วงยุคแรกบริษัทอัดแผ่นให้กับนักดนตรีแจ๊สอเมริกันเช่น Mal Waldron โดยเฉพาะ Keith Jarrett ชุดเดี่ยวเปียโนบันทึกการแสดงสดที่ The Köln Concert (1975) กลายเป็นแผ่นเสียงเพลงแจ๊สที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของบริษัท และยังเป็นอัลบัมที่นักฟังเพลงรู้จักกันดี เนื่องจากการอัดเสียงที่ยอดเยี่ยม สด กระจ่าง และมีมิติ แถมการตีความดนตรียังคงสดใหม่ เนื่องจากจาร์เร็ตต์ เป็นนักเปียโนแจ๊สที่ชื่นชอบการด้นสด ซึ่งคนดูจะไม่รู้ว่าเขาจะบรรเลงเพลงอะไรในคอนเสิร์ต

ECM ยังผลิตเพลงมากมายด้วยนักดนตรีคุณภาพจากยุโรป อเมริกา และเอเซีย ไม่ว่าจะเป็น Chick Corea, Paul Bley, Collin Walcott, Jan Garbarek และอีกมากมาย ซึ่งปัจจุบัน ECM ก็ยังคงดำเนินการผลิตผลงานอย่างต่อเนื่องในแนวทางแบบที่ ECM มั่นใจว่าจะสร้างสรรค์เพลงที่มีความหลากหลายทางดนตรีให้ท่านผู้ฟัง

ผู้เขียนขอแนะนำผลงาน ECM New Series ที่น่าสนใจ และเท่าที่หาแผ่นซีดีฟังได้ ผู้เขียนเคยนำเสนอผลงานของคีธ จาร์เร็ตต์ สังกัด ECM ไปแล้วครั้งหนึ่ง นั่นคือผลงานที่คีธบรรเลงเพลงของบาค ซึ่งผลงานชุดนี้ได้จุดประกายให้กับ ECM พอสมควร แม้ว่าผลตอบรับจากผู้ฟังเพลงคลาสสิกไม่อาจต้อนรับในตัวคีธ ซึ่งเป็นนักดนตรีผิวสี แถมยังบรรเลงในแนวทางแจ๊สมาก่อน แต่สิ่งที่ต้องกล่าวอย่างตรงไปตรงมาก็คือ ในวงการเพลงคลาสสิกเองก็แบ่งแยกชนชั้นของนักดนตรีและคีตกวีเอาไว้อยู่มาก ในยุคที่ดนตรีคลาสสิกเฟื่องฟูดนตรีคลาสสิกถูกจำกัดให้บรรเลงในรั้วในวัง ดังนั้นการประชันดนตรีระหว่างเจ้าชายเมืองต่างๆ มิใช่เพื่อแข่งขันว่านักดนตรีหรือคีตกวีคนใดเก่งกว่ากัน ทว่าเป็นการประชันรสนิยมของเจ้านาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าดนตรีคลาสสิกถูกยึดกุมอยู่ในวงจำกัด จนกระทั่งมันได้แพร่กระจายออกมาสู่สาธารณะชน และดนตรีได้พัฒนาดัดแปลงให้มีดนตรีร้อง (Opera และBallet) ยิ่งทำให้ดนตรีคลาสสิกเข้าถึงคนชั้นกลางมากขึ้น การเรียน การสอนดนตรีตั้งแต่ในอดีตจึงถูกบ่มเพาะผ่านสถาบันชั้นสูง รวมถึงคีตกวีก็ล้วนต้องจบมาจากสถาบันเหล่านั้นจึงเป็นที่ยอมรับในแวดวง กระนั้นเมื่อก้าวสู่ศตวรรษใหม่ ดนตรีคลาสสิกได้อ่อนแรงลงไปมาก ประจวบกับแนวคิดทางด้านเสรีนิยม ได้พัฒนาหัวใจของคนชั้นกลางในเมือง ดนตรีคลาสสิกแม้ยังมีขนบของมัน ทว่าขนบเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมากขึ้น

สำหรับชุดแรกที่ผู้เขียนขอนำเสนอก็คือผลงานเดี่ยวกีตาร์คลาสสิกโดย Zsòfia Boros ในอัลบัม En otra parte โซเฟียเป็นนักกีตาร์คลาสสิกรุ่นใหม่ เธอเกิดที่กรุงปราก มีผลงานอัลบัมยังไม่มากนัก แต่ในปัจจุบันเดินสายการแสดงคอนเสิร์ตทั่วยุโรปอย่างต่อเนื่อง ผลงานกับ ECM ชุดนี้ถือเป็นอัลบัมเปิดตัวที่งดงาม เสียงกีตาร์ของเธอเหมือนบทกวี ช่องว่างระหว่างโน๊ตที่เต็มไปด้วยความเงียบ มันเป็นรูปแบบงดงามราวกับทอดถอนด้วยเงาของความมืดมิด

ในอัลบัมชุดนี้เธอนำบทเพลงของหลายศิลปินมาเรียบเรียงเสียงประสาน โดยเฉพาะผลงานของ Leo Brouwer นักแต่งเพลง ผู้ควบคุมวง และนักกีตาร์ชาวคิวบา เธอเขียนระลึกเอาไว้ว่าตอนที่เธออายุสิบห้า ได้ไปชมคอนเสิร์ตของลีโอ เบราเออร์ เพลง Un dia de noviembre (แทรคที่ 4) ทำให้เธอไม่เคยลืม มันกลายเป็นความทรงจำที่ติดตรึง เมื่อโบรอสซื้อเทปคลาสเซ็ตของลีโอมาฟัง ยิ่งทำให้เธออยากจะเล่นกีตาร์ให้เหมือนอย่างที่ลีโอเล่น

Un dia de noviembre เป็นบทเพลงที่ไพเราะมากเพลงหนึ่ง แนวเพลงแสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกที่อ่อนหวาน เทคนิคกีตาร์ที่ยอดเยี่ยมของโบรอสเปี่ยมพลัในด้านงดงาม ไม่แปลกเลยที่เพลงนี้จะกลายเป็นเพลงในความทรงจำของเธอ

อัลบัม En otra parte เป็นผลงสนที่ผู้เขียนขอแนะนำท่านที่รักเสียงกีตาร์คลาสสิก ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด มันสวยงามมากชุดหนึ่งที่สามารถฟังเพื่อความเพลิดเพลิน ผ่อนคลาย พลังกีตาร์ที่แสดงถึงความสงบ มุ่งมั่น ลื่นไหล การบันทึกเสียงปราณีต ทำให้เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกของบทเพลงได้ถึงใจกลางหัวใจ นี่เป็นอัลบัมที่ผู้เขียนขอแนะนำ

ชุดที่สองเป็นผลงานของ Morton Feldman ในบทเพลง Violin and Orchestra โซโลไวโอลินโดย Corolin Widmann  บรรเลงเพลงโดยวง Frankfurt Radio Symphony กำกับวงโดย Emilio Pomarico

มอร์ตัน ฟิลด์แมน เป็นนักแต่งเพลงชาวนิวยอร์ค ครอบครัวเป็นชาวยิว-รัสเซียอพยพมาจากกรุงเคียฟ เขาเรียนดนตรีที่ New York School ซึ่งเป็นโรงเรียนที่จอห์น เคจ, คริสเตียน วอล์ฟ และเอร์ล บราวน์ เรียนอยู่ โดยบุกเบิกแนวดนตรีที่เรียกกันว่า indeterminate music ซึ่งเป็นดนตรี experimental (แนวทดลอง)

Carolin Widmann เป็นนักไวโอลินชาวมิวนิค ปัจจุบันเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไวโอลินที่มหาวิทยาลัยดนตรีและละครแห่งเมืองไลฟ์ซิก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเมืองหลวงของดนตรียุโรป และเธอยังได้รับการโหวตให้เป็นนักดนตรีแห่งปีในปี 2013 การเลือก คาโรลิน วิดมสนน์มาบรรเลงในอัลบัมชุดนี้ คงเป็นเพราะว่าเธอสามารถตีความดนตรีสมัยใหม่ได้โดยการตั้งคำถามกับบทเพลง

ดนตรีของฟิลด์แมน นำเสนอแนวดนตรีในรูปแบบ expressionism ผสานในรูปแบบศิลปะ abstract ซึ่งรูปแบบศิลปะทั้งสองมีความสอดคล้องกันกับดนตรีในแบบที่ฟิลด์แมนนำเสนอ กล่าวคือทำให้ผู้ชมได้ฟังดนตรีในประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยรูปแบบที่ไม่อาจคาดเดาถึงท่วงทำนอง เมโลดี้ จังหวะ หรือเสียงประสาน ดนตรีคลาสสิกในรูปแบบเดิมนั้นให้ความสำคัญกับท่วงทำนองเสนาะ ทว่า indeterminate music เป็นดนตรีที่ทำให้ดนตรีกลายเป็นภาพที่มีความหมายเกินกว่าหนึ่ง มันถูกสร้างนัยยะผ่านทางเสียง เหมือนคลื่นดนตรีที่กลายเป็นกระแสแห่งคลื่นเสียง ไวโอลินบรรเลงด้วยสัญญะทางเสียง มุ่งเน้นให้เข้าใจถึงด้านในสุดของกระแสสำนึกอันสับสนวุ่นวาย

อัลบัมชุดนี้ของฟิลด์แมน และเสียงไวโอลินโดย วิดมานน์ นั้น ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลง แม้ว่าผู้ฟังอาจจะงงงวยอยู่บ้าง แต่สำหรับผู้เขียนมันเป็นความท้าทาย มันเหมือนแสงเงาในความมืด และสีดำทาบทับซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนความมืดดังกล่าว ความท้าทายนี้คือก้าวสำคัญของนักฟังเพลงที่จะไม่ยอมติดอยู่กับท่วงทำนองเดิม

อัลบัมที่สาม Harrison Birtwistle: Chamber Music ชุดนี้แตกต่างไปจากสองชุดที่เสนอไปแล้ว แต่ก็ยังมีลักษณะของการบรรเลงในแบบ experimental ผสมผสานแนวทางดนตรีในแบบ expressionism สอดผสานกันอย่างกลมกลืน

เซอร์ แฮริสัน เบิร์ตวิสเทิล เป็นชาวอังกฤษ เกิดในแลนคาสเชียร์ ห่างจากเมืองแมนเชสเตอร์ไปทางเหนือราวยี่สิบไมลส์ เขาได้แรงบันดาลใจทางดนตรีมาจากแม่ โดยตอนอายุเจ็ดขวบเขาเริ่มต้นจากคาลิเนต โดยเล่นในวงท้องถิ่นที่มีแนวดนตรีแบบวงดุริยางค์ (เล่นเพลงมาร์ชเป็นหลัก) เข้าเรียนดนตรีจริงจังในปี 1952 ที่วิทยาลัยดนตรีโรยัลแมนเชสเตอร์ โดยเรียนคาลิเนตที่เขาถนัด ในเวลานั้นเขาอยู่ในกลุ่มที่หัวก้าวหน้าทางดนตรีได้พบกับ Peter Maxwell Davies, Alexander Goehr, John Ogdon และ Elgar Howarth

ดนตรีของแฮริสัน เบิร์ตวิสเทล เป็นดนตรีสมัยใหม่ ทว่าเขายังผสมผสานรูปแบบดนตรีในยุคคลาสสิกเข้ามาในส่วนผสม ในชุด Chamber Music เขาเซ็ตแนวทางดนตรีในรูปแบบแชมเบอร์มิวสิค อันประกอบไปด้วย ไวโอลิน บรรเลงโดย Lisa Batiashvili เชลโล บรรเลงโดย Adrian Brendel เปียโน บรรเลงโดย Till Fellner โดยมีสองนักเรียงเสียงโซปราโน โดย Amy Freston และ นักร้องเสียงบาริโทน โดย Roderick Williams

Chamber Music ประกอบด้วยเพลงสี่เพลง เพลงแรกและเพลงสุดท้าย Three Settings of Lorine Niedecker (แทรคที่ 1-3) และ Nine Settings of Lorine Niedecke (แทรค 10-18) ประกอบด้วยเสียงโซปราโนกับเชลโล ซึ่งให้เสียงที่ต่ำลึกของเชลโลผสมผสานกับเสียงโซปราโนได้อย่างลงตัว Lorine Niedecker เป็นกวีหญิงชาววิสโคซิน เพลงบทนี้จึงเป็นมากกว่าอนุสรณ์แห่งความทรงจำด้วยบทกวีของ Lorine Niedecke

เพลงที่สอง Trio อาจกล่าวได้ว่าบทเพลงนี้เป็นตัวแทนดนตรีของ เบิร์ตวิสเทล แนวทางดนตรีในเพลงทริโอ เปียโน ไวโอลิน และเชลโล มีพื้นฐานมาจากบรามส์ ทว่าเบิร์ตวิสเทลได้ผสมผสานแนวทางสมัยใหม่เข้าไปในบทเพลง

เพลงที่สาม Bogenstrich – Meditations on a poem of Rilke: Rainer Maria Rilke เป็นนักเขียนกวีคนสำคัญชาวออสเตรีย นักอ่านชาวไทยรู้จักเขาดีจากหนังสือเรื่อง “จดหมายถึงกวีหนุ่ม” (Letters to s Young Poet) บทเพลงดังกล่าวเป็นมากกว่าดนตรี ทว่าเป็นตัวแทนของวิญญาณแห่งศิลปะ วรรณกรรม คีตกวี บทกลอน เป็นการเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย มันมิได้ถูกทำให้สูงส่ง แต่แสดงให้เห็นถึงการผสมผสาน การไปด้วยกันกับยุคสมัยที่ปรารถนาจะนำเสนอจุดมุ่งหมายอันน่าเคารพต่อโลกที่เปลี่ยนแปลง

นี่คือสามอัลบัมตัวอย่างของ ECM NEW SERIES ที่ผู้อ่านจะได้รับรสอารมณ์ดนตรีร่วมสมัย