Star Wars Episode I: The Phantom Menace (1999)


****

จุดเริ่มต้นของสงครามจักรวาลเริ่มขึ้นเมื่อสหพันธ์การค้าต้องการแยกตัวออกจากสาธารณะกาแลคติก มีการปิดกั้นเส้นทางการค้าระหว่างดวงดาว นาบูได้รับผลกระทบต้องการให้สาธารณะรัฐช่วยเหลือทางด้านกำลังทหารเพราะกำลังถูกรุกราน แต่สาธารณรัฐที่เป็นระบบราชการ สภาสูงสุดเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ความเห็นต่าง คอรัปชั่น และความละโมบต่อผลประโยชน์ทำให้นาบูเสียหายลงเรื่อยๆ จากการถูกรุกราน เจไดเป็นผู้รักษาความสงบของจักรวาล พวกเขามีกำลังน้อย และไม่ใช่ทหาร การเจรจา กับการทูตจึงเป็นหนทางสำคัญ แต่ก็ล้มเหลว เพราะเบื้องหลังทั้งหมดมิได้ต้องการการเจรจา แต่เป็นการยึดอำนาจ

เราจะเห็นได้ว่าจุดเริ่มต้นของมหาสงครามได้เกิดขึ้นเพราะความขัดแย้ง ผลของความขัดแย้งล้วนเกิดจากความต้องการที่จะรวบอำนาจบริหาร หรือถ้าสถานการณ์สุขสงบ ก็ต้องสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้นเพื่อสร้างความหวาดกลัว เมื่อสร้างความหวาดกลัวขึ้นแล้ว ความโกลาหลก็จะนำไปสู่เหตุการณ์วุ่นวาย สุดท้ายประชาธิปไตยก็จะสั่นคลอน เสรีภาพถูกจำกัด เผด็จการก็จะเกิดขึ้น ในห้วงเวลาแบบนี้เราจะเห็นได้ว่าตัวละครตัวไหนกำลังก้าวเดินสู่ด้านมืด แม้แต่เจไดก็ไม่เว้น เพราะพวกเขาก็เป็นเพียงมนุษย์เท่านั้น สามารถถูกครอบงำจากรัก โลภ โกรธ หลง คลั่ง บ้า จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่แม้แต่เจไดก็ไร้หนทางสันติ ญาณวิเศษไม่ได้ช่วยให้จักรวาลรอดพ้นจากความแตกแยก หรือสงครามได้เลย แต่เป็นเพราะความหวาดกลัวต่างหากที่ครอบงำไปทั่วทุกหมู่ดาวเป็นที่เรียบร้อย

The Phantom Menace ถือเป็นภาคต่อเนื่อง จากสตาร์วอร์สไตรภาคปี 77-83 แต่เรื่องราวของเอสพิโซดวันนั้นย้อนไปต้นกำเนิดของสงคราม การก่อเกิด ดาร์ดเวเดอร์-อนาคิน เจ้าหญิงอมิดาลา อาจารย์โอบีวัน มาสเตอร์โยดา สมอเรือที่สามภาคแรกทิ้งเอาไว้ได้ถูกต่อเติมขึ้นนับจากนี้ ผู้เขียนได้ดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกเมื่อเข้าฉายรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เมื่อย้อนกลับมาดูดีวีดีอีกหลายรอบ โดยเฉพาะรอบล่าสุดนี้กลับพบว่า หากละไม่กล่าวถึงเรื่องฝีมือการแสดงของอนาคินในวัยเด็ก แล้วมุ่งไปที่ตัวเนื้อเรื่องทางการเมือง เราจะพบว่า เอสพิโซดนี้เป็นจุดเริ่มต้นบรรพใหม่ของสตาร์วอร์ส โดยเป็นความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ของจอร์จ ลูคัสอย่างแท้จริง ประการแรกสตาร์วอร์สสามภาคแรกนั้นมุ่งเน้นเรื่องราวการผจญภัยเป็นหลัก แต่ในเอสพิโซดวันนั้นลูคัสมุ่งเน้นถึงปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและสังคม การเดินเรื่องที่รวดเร็ว แล้วยังต้องผสมผสานฉากแอคชั่นจึงทำให้ตัวบทอาจจะดูกึกกักไปบ้าง แต่เมื่อกลับมาชมอย่างพิจารณาพบว่ามันมีความลึกที่น่าสนใจไม่น้อย

หากเรามองว่าสงครามจักรวาลนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เราคงจะชี้ไปที่ปัญหาความขัดแย้ง การช่วงชิงทรัพยากร การต้องการครอบงำอำนาจ และปัญหาการคอรัปชันในสภา และความวุ่นวายโกลาหลก็ล้วนแล้วแต่เป็นกลอุบายที่จะทำให้ “คนดี” รวบอำนาจ จัดการกับปัญหา ไม่เว้นแม้แต่สภาเจได ที่พยายามมองหาเหตุผลทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ก็หลุดไม่พ้นที่จะเข้าไปพัวพันต่อการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

การเปลี่ยนตัวผู้นำของสภาพจากวาโลรูม (ได้รับการไต่สวนไม่ไว้วางใจ) มาเป็นพัลพาทีน ซึ่งมีลักษณะแข็งกร้าว และเข้มแข็งทางการเมืองมากกว่าวาโลรูม นั้นถือเป็นจุดเปลี่ยนของสาะารณะรัฐกาแลคติก แล้วก็เป็นเริ่มต้นที่ทำให้สาธารณะรัฐกาแลคติกสั่นคลอนด้วยความไร้เสถียรภาพ ประชาธิปไตยเริ่มถูกสั่นคลอน และก้าวไปสู่อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดทางการเมือง ทหาร อย่างค่อยเป็นค่อยไป ลักษณะเช่นนี้คล้ายๆ กับการก้าวเข้ามามีอำนาจแบบฮิตเลอร์ ของเยอรมันก่อนสงครามโลกครั้งที่สองจะอุบัติขึ้น

ในส่วนสำคัญของเรื่องคือการค้นพบพลังพิเศษของอนาคินโดยเจไดมาสเตอร์ไคว-กอน จินน์ ที่ทาทูอินดินแดนแห่งทะเลทรายแห้งแล้ง แดนป่าเถื่อน ที่รวมของชนเผ่ามากมาย และเป็นดวงดาวที่ไม่ได้เข้าร่วมอยู่กับสาธารณะ ดาวนี้จึงปกครองด้วยอำนาจชนเผ่า แจบบา เดอะฮัทท์ การค้าทาส การพนัน และการสังหารคนจึงไม่ใช่ความผิดอาญา

ไคว-กอน จินน์ ค้นพบอนาคินที่นี่ และต้องการโปรโมตให้เขาเป็นเจไดให้ได้ เพราะตัวอนาคินมีญาณวิเศษที่เหนือกว่าเจไดบางคนเสียอีก แต่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ก็คือ อนาคินไม่อยู่ในกฎของการรับเข้าสู่เจได ตั้งแต่อายุมากเกินไป เป็นมนุษย์มากเกินไป และมองไม่เห็นอนาคตในด้านสว่างเลย แต่สภาก็ไม่อาจต้านทานสิ่งที่ไคว-กอน จินน์ ต้องการได้ ชะตากรรมของอนาคินจึงเดินทางเข้าสู่การฝึกฝนที่จะเป็นเจไดในแบบครึ่งๆ กลางๆ มันเหมือนเขาจะเข้าสู่ศาสนจักร ทว่าอีกฝั่งหนึ่งยังคงเป็นสามัญชน ยิ่งความตายของไคว-กอน จินน์ มาถึงเร็วก่อนที่เขาจะได้ฝึกฝนอนาคินน้อย ทำให้อาคินเคว้งคว้าง อาจจะกล่าวได้ว่า ไคว-กอน จินน์ อาจจะรู้วิธีฝึกฝนอนาคินเพียงผู้เดียว การจากไปของเขาจึงทำให้อนาคตของหนูน้อยผู้มีญาณพิเศษต้องพึ่งพาความไม่เข้าใจนั้นไปตลอดชีวิตว่าตัวเองต้องพบเจอสิ่งใดในอนาคต

Star Wars Episode I: The Phantom Menace จึงเป็นจุดเริ่มต้นของมาหสงครามจักรวาลได้อย่างที่มันควรเป็น เพราะมันได้เปิดโอกาสให้กับความโลภ อำนาจ ความกลัว และยิ่งความกลัวก่อร่างมากขึ้น ความโกลาหลก็บังเกิดได้ไม่ยาก แล้วเมื่อนั้น พวกเขาทั้งหมดก็กำลังเดินทางเข้าสู่ด้านมืด เพื่อไขปัญหาจากความกลัว

Star Wars Episode I: The Phantom Menace written and directed by George Lucas, produced by Lucasfilm and distributed by 20th Century Fox. It is the fourth installment in the Star Wars saga and stars Liam Neeson, Ewan McGregor, Natalie Portman, Jake Lloyd, Ian McDiarmid, Anthony Daniels, Kenny Baker, Pernilla August and Frank Oz.