Chopin and Schumann- Études: Ragna Schirmer Piano


 

โชแปง และชูมันน์ เป็นสองคีตกวีที่ผู้ฟังส่วนใหญ่รู้จัก ทั้งสองท่านเกิดร่วมยุคเดียวกัน เกิดในปีเดียวกัน คือ คศ. 1810 โชแปงเกิดวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ส่วน ชูมันน์ เกิดวันที่ 8 มิถุนายน โชแปงเป็นชาวโปล หรือโปแลนด์ ส่วนชูมันน์เป็นชาวเยอรมัน ชื่อเสียงเรียงนามของทั้งคู่ก็็สูสีไม่แพ้กัน ทั้งสองมีผลงานจำนวนมาก โชแปงอายุสั้นกว่าชูมันน์เล็กน้อย โชแปงเสียชีวิตในวันที่ 17 ตุลาคม 1849 ที่ปารีส ชูมันน์ เสียชีวิตที่เมืองเอนเดนิคในเยอรมันวันที่ 29 กรกฎาคม 1856 ห่างกันเพียงเจ็ดปีเท่านั้น

โชแปงทิ้งเปียโนคอนแชร์โต้เอาไว้สองชิ้น และผลงานเพลงอีกมากมาย ว่ากันว่ามันเป็นเปียโนคอนแชร์โต้ที่เป็นหัวใจของยุคโรแมนติคเลยก็ว่าได้ ทั้งสองบทเพลงเต็มไปด้วยความงดงามไพเราะ กลายเป็นต้นแบบของดนตรีในยุคต่อมา ทว่าผลงานที่น่าทึ่งที่สุดของโชแปงคือเปียโนโซโลในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเปียโนโซนาต้า น็อคเทิร์น วาริเอชั่นอีกมากมายมหาศาล ผลงานเหล่านั้นถูกกล่าวขานว่าเป็นสุดยอดมันสมองของคีตกวีอย่างโชแปง เพราะถึงที่สุดแล้วมันทำให้ผู้ฟังทั้งในอดีตและปัจจุบันจดจำเขาได้อย่างมิลืมเลือน

ส่วนชูมานน์ นั้นมีผลงานที่โดดเด่นเช่น ซิมโฟนี่ทั้งสี่บท และ Manfred Overture ที่ประสบความสำเร็จมาก แม้ระหว่างเขียนจะต้องพบกับปัญหาเรื่องสุขภาพและเจ็บป่วยอย่างหนัก Manfred Overture เป็นผลงานที่โดดเด่นยิ่งนัก ได้รับการเล่นบันทึกเสียงเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน

ชั่วชีวิตของโชแปงตั้งแต่เกิดโชคดีกว่าชูมันน์นิดหน่อย โชแปงเกิดมาในครอบครัวที่ดีมีฐานะ เขาจึงได้รับการเลี้ยงดูอย่างประคบประหงมเป็นอย่างดี เขาเป็นนักเปียโนมากพรสวรรค์ เรียนจบที่โรงเรียนดนตรีในวอซอร์ ออกเดินทางไปทั่วยุโรป ตั้งแต่เวียนนา เยอรมัน และพยายามเดินทางเข้าอังกฤษ แต่ก็ถูกงดวีว่าเนื่องจากเป็นคนเชื้อสายโปล ในที่สุดก็เดินทางไปพำนักในปารีส ซึ่งที่นั่นต้อนรับเขามากกว่าเวียนนาด้วยซ้ำ

โชแปงได้คบหามิตรสหายที่เป็นคีตกวีด้วยกันมากมาย ตั้งแต่ เมนเดลโซห์ล ลิสต์ และ ฮิลเลอร์ เมื่อครั้งที่อาศัยในปารีส เขาร่วมแสดงกับนักเปียโนชั้นเลิศ โดยเล่นเพลงของบาค ที่ปารีสโชแปงคบหากับคนชั้นสูง พ่อค้า คหบดี และได้รู้จักแฮคเตอร์ แบร์ลิออซ คีตกวีชาวฝรั่งเศส บางช่วงของชีวิตพบเจอกับอุปสรรคในเรื่องเงินทอง โดยเฉพาะในช่วงสงคราม ที่มีเงินไม่พอกับค่าจับจ่าย แถมยังเริ่มมีอาการป่วย เขาอยู่ในปารีสจนกระทั่งเกิดการปฏิวัติในเดือนกุมภาพันธ์ พระเจ้าหลุยส์ ฟิลิปป์สละราชบัลลังค์ ช่วงดังกล่าวลูกศิษย์ของเขาชักชวนให้โชแปงไปแสดงดนตรีในอังกฤษ เขาตอบตกลงทันทีและเดินทางไปแสดงในหลายเมือง ได้รับการตอบรับการแสดงอย่างดีไม่ต่างจากที่ปารีส เมื่อเขาหวนสู่ฝรั่งเศส เขาก็เริ่มมีอาการป่วย-หมดแรง และทนทุกข์ด้วยโรควัณโรคจนสิ้นชีวิต เมื่อโชแปงสิ้นลมหายใจ เขาสั่งเสียให้เล่นเพลง Requiem ของโมสาร์ท และเพลง Funeral March ที่เขาแต่ง

ส่วนชีวิตของโรเบิร์ต ชูมันน์ มีชีวิตที่ลำบากขัดสนกว่าโชแปงมาก เขามีชีวิตที่เต็มไปด้วยบาดแผล เพราะเป็นคนอ่อนไหวต่อความรู้สึก บิดาของชูมันน์มีอาชีพขายหนังสือและหนังสือพิมพ์ ทำให้ชีวิตของชูมันน์ตั้งแต่เยาว์วัยอยู่กับหนังสือ เขาชื่นชอบการอ่านเป็นอย่างมาก และมีนักประพันธ์ในดวงใจอย่าง เซอร์ วอลเตอร์ สก็อต แล้วยังชอบอ่านบทกวีโรแมนติคชาวเยอรมันอย่าง อี.ที.ดับบลิว.ฮอฟฟ์มันน์ ทว่ากวีที่ชูมันน์ชื่นชอบมากที่สุดคือ ฌอง ปอล ริชเตอร์ ครั้งหนึ่งเพื่อนของชูมันน์วิจารณ์ผลงานของริชเตอร์ในทางเสียหายเขาถึงกับโกรธเลิกพูดกันเลยทีเดียว

ชูมันน์เรียนเปียโนตั้งแต่หกขวบ แสดงพรสวรรค์ทางดนตรีตั้งแต่ยังเล็ก แต่เมื่อบิดาเสียชีวิตตั้งแต่อายุสิบหก ทำให้เขาขาดที่พึ่งทางด้านการเงิน และชีวิตก็ขึ้นๆ ลงๆ ทางด้านเศรษฐกิจ อายุ 24 เขาได้จัดทำหนังสือขึ้นมาหนึ่งเล่ม เป็นหนังสือเกี่ยวกับการวิจารณ์ดนตรี โดยรวบรวมเพื่อนๆ นักดนตรี นักเขียนจากเมืองไลฟ์ซิก โดยตั้งชื่อว่า The New Journal of Music ชูมันน์ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการของเล่ม โดยยึดมั่นที่จะเขียนถึงความจริง และไม่ยอมเป็นกระบอกเสียงให้ใครคนใดคนหนึ่ง นอกจากนั้นเขายังเขียนคอลัมน์ในหนังสือดังกล่าวโดยใช้นามปากกามากมาย หนังสือฉบับนี้เป็นที่ยอมรับจากคีตกวีและนักดนตรีมากมาย ตั้งต่โชแปง ลิสต์ แบร์ลิออซ บรามส์ ชูเบิร์ท เวเบอร์และอีกมากมาย

ชูมันน์ได้รับเชิญให้ไปกำกับวงที่ดุสเซลดอฟ เขาไม่ใคร่จะชอบที่นั่นเพราะบ้านของเขาใกล้กับโรงพยาบาลโรคจิต ทำให้เขาตระหนักว่าสักวันเขาอาจจะต้องจบชีวิตในที่แห่งนี้ ช่วงดังกล่าวบรามส์คีตกวีหนุ่มได้เข้ามาทำความรู้จักกับเขา ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายทางอารมณ์ลงไปได้มาก เขาปลุกปั้นบรามส์ผ่านหนังสือที่เขาเป็นบรรณาธิการจนบรามส์มีชื่อเสียง แต่กระนั้นอาการโรคประสาทของชูมันน์ก็มิได้สร่างซาลงไป เขาต้องเข้าไปรักษาในโรงพยาบาล จนกระทั่งหนีออกมา ระหว่างหนีเขามองไปยังแม่น้ำไรห์ และตัดสินใจจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย น้ำที่เชี่ยวกรากและเย็น ทว่าเขายังมีชีวิต กลับมารักษาตัวและป่วยอีกสองปีจึงสิ้นลมอย่างทรมาน

ในคอลัมนนี้ผมขอนำเสนอผลงานชั้นเลิศของสองคีตกวีที่มีชีวิตอยู่ในช่วงเดียวกัน นั่นคือผลงานในรูปแบบเปียโนโซโล คำว่า Études เป็นภาษาฝรั่งเศสมีความหมายว่า “การศึกษา” แต่เมื่อนำมาเป็นองค์ประกอบทางดนตรี หมายถึงบทเพลงที่แต่งขึ้นช่วงสั้นๆ ออกแบบโครงสร้างทางดนตรีให้มีความยาก เพื่อเป็นแบบฝึกทักษะของนักดนตรี Études เกิดขึ้นในต้นศตวรรษที่ 19 และเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะงานของโชแปง ลิสต์ และเดอบุชชี

ผลงานชุดนี้เป็นผลงานเปียโนโดย Ragna Schirmer เธอเป็นนักเปียโนชาวเยอรมัน เกิดในปี 1972 ที่ Hidesheim ศึกษาดนตรีที่มหาวิทยาลัยดนตรีและการละครในฮันโนเวอร์ ก่อนจะไปศึกษาต่อที่ปารีส เธอเป็นนักเปียโนฝีมือดี ได้รับการยกย่องในรางวัลต่างๆ มากมาย ในอัลบัมนี้เธอเลือกสองผลงานของโชแปง และชูมันน์ ซึ่งน่าสนใจมาก เป็นการหยิบนักดนตรีในช่วงเวลาเดียวกันมานำเสนอ ผ่านการตีความในแบบของเธอ

ในช่วง 1-12 แทรคแรก เป็นผลงานของโชแปง โดยเพลงทั้งหมดเป็นเพลงสั้นๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการประพันธ์เพลงของโชแปง แต่สิ่งที่ผู้ฟังได้รับจาก Ragna Schirmer เธอเล่นเพลงของโชแปงได้อย่างลื่นไหล สวยงาม ในแทรคแรก Etueden op. 10 Nr. 1 C-Dur: Allegro, legato ฝีมือการบรรเลงทั้งสองมือทำได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ในแทรคต่อมาก็เช่นกัน การแยกประสาท การคุมจังหวะ และการโซโลที่มือซ้าย ยิ่งฟังยิ่งน่าทึ่ง

Études ของโชแปงถือเป็นรากฐานของระบบการเล่นสมัยใหม่ ทั้งทางด้านเทคนิค ความรุนแรง และถือเป็นการปฏิวัติทางด้านดนตรี มันเป็นดนตรีที่เต็มไปด้วยความท้าทายเป็นอย่างมาก โชแปงได้ทำให้ผลงานชิ้นนี้มีความนิยมอย่างรวดเร็วเมื่อตีพิมพ์โน้ตเพลงออกไป อาจจะกล่าวได้ว่ามันเป็นความท้าทายต่อนักเปียโนไม่น้อยเลยทีเดียว แล้วถ้าหากใครชอบแนวหวานของโชแปง ในแทรกที่ 9 Nr. 9 f-Moll: Allegro, molto agitato และ Nr. 11 Es-Dur: Allegretto เป็นสองวาริเอชั่นที่มีความงดงาม อ่อนหวานเป็นอย่างยิ่ง

ในส่วนของ ชูมันน์นั้น เริ่มในแทรคที่ 13-32 ชูมันน์เขียน เพลง Études ขึ้นมาเพราะได้รับอิทธิพลจากดนตรีทางฝรั่งเศส ขณะเดียวกันยังแฝงสไตล์ในแบบบีโธเฟ่นเอาไว้ ในแทรคที่ 13 Thema Andante เราจะเห็นถึงความเศร้าสร้อย ในแบบที่บีโธเฟ่นเคยทำมา ชูมันน์เขียน Études ต่างจากโชแปงพอสมควร แนวทางของทั้งสองท่านต่างกันมาก แต่ก็ทำให้เข้าถึงดนตรีได้อย่างดี อาจจะกล่าวได้ว่าปรัชาญาทางดนตรีของชูมันน์ที่ได้มาจากวรรณคดีนั้น ทำให้เขาแต่งเพลงออกมาได้อย่างลุ่มลึก โดยฝังหัวใจสำคัญของความรู้สึกทางวิญญาณลงไปสู่แกนกลางของดนตรีนั่นเอง

Chopin and Schumann- Études: Ragna Schirmer ชุดนี้จึงเป็นอัลบัมที่น่าสนใจสำหรับหามารับฟังเป็นอย่างยิ่ง นอกจากบรรเลงได้ดีแล้ว ยังมีคุณค่าทางดนตรีเกินกว่าจะบรรยายออกไปเป็นตัวหนังสือ