Warning: include_once(/home/porcupin/public_html/wp-content/plugins/wp-super-cache/wp-cache-phase1.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/porcupin/public_html/wp-content/advanced-cache.php on line 22

Warning: include_once(): Failed opening '/home/porcupin/public_html/wp-content/plugins/wp-super-cache/wp-cache-phase1.php' for inclusion (include_path='.:/usr/local/php71/pear') in /home/porcupin/public_html/wp-content/advanced-cache.php on line 22
The End of the F***ing World - Porcupine Books
The End of the F***ing World

The End of the F***ing World

#The End of the F***ing World

##เมื่อโลกมันโหดร้ายกว่าในหนัง

เจมส์ (Alex Lawther) เด็กหนุ่มอายุ 17 คิดว่าตัวเองเป็นโรคจิต มือของเขาโดนลวกด้วยน้ำมันร้อน กลายเป็นแผลเป็นในชีวิต เขาฆ่าสัตว์ตั้งแต่อายุแปดขวบ ในตอนเด็กเขาเห็นแม่ฆ่าตัวตายโดยการขับรถลงไปในน้ำ เขาเติบโตมากับพ่อที่ไม่เคยรู้จักเขาเลย เขาเชื่อว่าในชีวิตต้องการฆ่าใครสักคนจริงๆ จนกระทั่งได้พบ อลีสซา (Jessica Barden) เด็กสาวที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ในโรงเรียน ทั้งสองเริ่มออกเดตกัน เจมส์คิดว่าเขาได้พบกับเหยื่อแล้ว เขาจะฆ่าเธอ แต่ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองค่อยๆ ก่อขึ้นอย่างช้าๆ ขณะที่อลีสซาเธออยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง ครอบครัวชนชั้นกลางเพ้อฝัน เธอรู้สึกแย่กับสิ่งที่แม่ทำกับเธอ กับความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอย อลีสซาเป็นคนที่เอาแต่ใจ มีความกล้าหาญ และตัดสินใจเด็ดเดี่ยว เธอกับเจมส์จึงวางแผนที่จะหนีออกไปจากเมืองนี้ หนีไปจากโลกที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ไร้รัก และน่าเบื่อ เจมส์ขโมยรถคันโปรดของพ่อ พวกเขาขับไปได้ไม่ไกลรถก็ประสบอุบัติเหตุระเบิดเป็นจุล ทั้งสองยังคงเดินหน้าต่อ อลีสซาต้องการไปหาพ่อของเธอ ระหว่างทางทั้งคู่ไปพบบ้านหลังหนึ่งที่ไม่มีคนอยู่มานานสักระยะหนึ่ง จึงบุกรุกเพื่อไปพักชั่วคราว ทั้งสองขโมยเหล้า เปิดแผ่นเสียง

เจ้าของบ้านคือ ดร. ไคล์ฟ เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยสอนวิชาปรัชญา ผู้เขียนหนังสือวิเคราะห์ Existentialism เจมส์ไปพบภาพถ่าย และวีดีโอส่วนตัวของเขาทำร้าย และฆาตกรรมเด็กสาวที่เขามีเซ็กซ์ด้วย คืนหนึ่ง ดร. ไคล์ฟ เดินทางกลับมาบ้านพบอลีสซานอนบนเตียง เขาบอกให้เธอสงบใจ เขาต้องการข่มขืนเธอ เจมส์ซึ่งหลบอยู่ใต้เตียงพร้อมมีด เข้าไปช่วยอลีสซา และนั่นทำให้เขาได้ฆ่าคนตายคนแรกจริงๆ

The End of the F***ing World เป็นหนัง Black Comedy–Coming of Age–Road movie ที่สะท้อนภาพตัวละครที่สั่งสมความเจ็บปวดจากครอบครัวและคนรอบข้างมาทีละน้อย ผ่านคืนวันที่ไร้เดียงสา (Virgin ของอลีสซาและเจมส์) ทั้งสองค้นหาความรักจากตัวเอง ผู้คน ขณะเดียวกันก็จ่อมจอมไปกับโลกไร้เหตุผลของผู้ใหญ่ พวกเขาคิดว่าชีวิตทั้งชีวิตเต็มไปด้วยภาวะไร้สาระ พวกเขาถูกกักอยู่ภายใต้ร่างกายที่ไม่เคยเป็นอิสระ หรืออาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด หรือเป็นเพียงการผลิตซ้ำวาทกรรมว่าด้วยเสรีภาพ แท้จริงมันอาจไม่มีเลยจนกระทั่งความตาย การทำอะไรตามใจเสรีเป็นเพียงความเพ้อฝัน
วิญญาณเจ็บป่วย เหนื่อยหน่าย ไม่มีชีวิตชีวา ไม่รู้อนาคต ไม่มีความหวัง กลายมาเป็นบุคลิกที่ตัวเอกทั้งสองแสดงออกมา ทั้งต่อต้านสังคม ทั้งแสดงออกอย่างเย็นชา ทว่าเต็มไปด้วยความกร้าวร้าว เหมือนผู้ชมกำลังดูหายนะของตัวละครคู่หูที่ค่อยๆ สร้างสถานการณ์เลวร้ายทับถมตนเองไปเรื่อยๆ

เหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาเดินทางมาไกลถึงบ้าน ดร.ไคล์ฟและสังหารเขานั้น เป็นเหมือนการบอกว่าตัวตนและจิตวญญาณของพวกเขาได้ถูกปลุกจากจุดเดิม ก้าวข้ามไปอีกจุดหนึ่ง พวกเขาหนีออกจากสถานที่เกิดเหตุ ทิ้งภาพ และวีดีโอของ ดร.ไคล์ฟ เอาไว้เพื่อเปิดเผยตัวตนของเขา เป็นการอำพรางคดี การหนีจึงไม่ได้เป็นเพียงการแค่ก้าวข้าม แต่เป็นการจุติตัวตนในปัจจุบันให้ชัดเจนขึ้น พวกเขามองเห็นอิสรภาพที่จะมีชีวิตอยู่ ทั้งในแง่ที่พวกเขาจะไม่ยอมโดนกักขังจากเงื้อมมือกฎหมาย หรืออย่างน้อยพวกเขาได้พบจุดร่วมหนึ่งของการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปในสังคมนี้

หนังเปิดเผยให้เราตระหนักถึงการมีอยู่ แม้มันจะไร้สาระแค่ไหน มนุษย์ก็ต้องการมีชีวิต ทั้งที่ทำให้มันดีขึ้นหรือแย่ลงไปกว่าเดิม และนั่นมักเกิดจากสิ่งที่พวกผู้ใหญ่ทำกัน (พ่อของอลีสซา) ความจริงข้อหนึ่งคือมันทำให้เราต้องรับภาระอันหนักอึ้งของการพยายามมองหาตัวตน ยิ่งเราเข้าใกล้จุดที่แสนเย็นชา และไม่มีทางออก ไม่มีทางเจอว่าเรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร เราก็ยิ่งเข้าใกล้จุดที่เราจะตายไป สองจุดนี้มีความหมายมาก ถ้าเลือกบูชาต่อสิ่งที่เราเชื่อ คนอื่นก็พร้อมหยิบยื่นความตายให้เราได้เสมอ สุดท้ายเราอาจจะยอมให้ความตายพรากอิสรภาพของเราไปเพราะเราเลือกบูชาสิ่งที่เราคิด

หนังพยายามฉายความทรงจำวัยเด็ก การตามหารักที่ไม่ตัวตน เซ็กซ์ที่แสนกระอักกระอ่วน การถูกทำลายอย่างเงียบเชียบ บางครั้งความเงียบก็สามารถฆ่าคนตายได้ การพยายามเปลี่ยนตัวจนของอลีสซาด้วยการย้อมผม ทำให้เธอกลายเป็นฝาแฝดของเธออีกคน ขณะเดียวกันเธอก็ไม่อาจทิ้งตัวตนเก่าที่แสนเจ็บปวดไปได้จริงๆ


The End of the F***ing World คือหายนะของตัวตนวัยเด็ก หัวใจแตกกระจุยด้วยความไร้ตัวตน นี่คือหนังที่ทำให้เราหวนไปถึงความเจ็บปวดในวัยเด็ก ซึ่งเราไม่รู้ว่ามีแผลสักกี่แผลที่ทิ่มเราลงไปลึก และลึกเพียงใด แผลนั้นอาจจะไร้สาระแต่อาจจะเป็นแผลที่ลึกสุดก็ได้ ใบหน้าของเราที่แสนเย็นชาในวัยนั้น อาจจะก่อร่างสร้างตัวเราแตกสลายตลอดกาล และนั่นอาจจะทำให้เรารู้ว่าอิสรภาพไม่ได้เคยติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด แต่เมื่อเราตายเท่านั้น

Leave a Reply

Close Menu
×

Cart

%d bloggers like this: