5 สิ่งเกี่ยวกับตุล ไวฑูรเกียรติ

Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on pinterest
สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม ขอแนะนำตุลในแง่มุมมองต่างๆ ที่เราได้รวบรวมจากบทสัมภาษณ์ที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ในที่ต่างๆ เพื่อที่ผู้อ่านจะได้รู้จักเขามากขึ้นไปจากเดิม และจะรู้ว่าเขาเป็นนักร้อง นักเต่งเพลง และกวีที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่งเลยทีเดียว
ตุล ไวฑูรเกียรติ

ตุล ไวฑูรเกียรติเป็นชื่อที่หลายคนรู้จักดีในฐานะนักร้องนำวงร็อกแอนด์โรลล์ชื่อดัง “อพาร์ตเมนต์คุณป้า” เจ้าของเพลงฮิตอย่าง “ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ”, “ลิปสติกบนลิปสติก” หรือ “กำแพง” นอกจากนั้นเขายังมีผลงานหนังสือบทกวีอีกหลายเล่มไม่ว่าจะเป็น “ไม่รู้จักเธอไม่รู้จักฉัน”, “สิ่งที่อยู่นอกใจ”, “หลบเวลา”, “เพลงที่คุณไม่เคยได้ฟัง” และล่าสุด นิทราชั่วนิรันดร์ ความทรงจำไม่อาจลบ” บทกวีชุดใหม่ที่จะกระตุกต่อมความรู้สึกจากข้างในของผู้อ่านในฐานะกวีร็อกที่กระชากความรู้สึกได้ดีคนหนึ่ง แต่ก่อนที่ผู้อ่านจะได้อ่านหนังสือเล่มใหม่ของเขา สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม ขอแนะนำตุลในแง่มุมต่างๆ ที่เราได้รวบรวมจากบทสัมภาษณ์ที่เขาเคยสัมภาษณ์ในที่ต่างๆ เพื่อที่ผู้อ่านจะได้รู้จักเขามากขึ้นไปจากเดิม และจะรู้ว่าเขาเป็นนักร้อง นักเต่งเพลง และกวีที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่งเลยทีเดียว

นิทราชั่วนิรันดร์



1. สนใจแต่งเพลงเพราะปฐมพร ปฐมพร

แต่ก่อนที่ตุลจะเป็นนักร้องนักดนตรี เขาสนใจดนตรีร็อก และอยากเป็นนักแต่งเพลงตั้งแต่เด็ก พยายามเขียนเพลงมาเรื่อยๆ สมัยเรียนมัธยมมีความหลงใหลในดนตรีจึงตั้งวงเล่นกับเพื่อน แต่ยังไม่คิดที่จะแต่งเพลงเล่นเอง จนได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการ AFS ไปเรียนที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ตอนนั้นอายุ 17 ปี เพื่อนส่งซีดีมาให้ 2 แผ่น คือ “เจ้าหญิงแห่งดอกไม้ เจ้าชายแห่งทะเล” ของ ปฐมพร ปฐมพร ซีดี 2 แผ่นนี้เป็นจุดกำเนิดที่ทำให้อยากแต่งเพลงเป็นของตัวเอง นั่นคือจุดแรกของงานเขียน ตอนนั้นไม่อยากเขียนอย่างอื่นนอกจากจะเขียนเพลง


2. การเรียนภาษาไทยทำให้รักการอ่านการเขียน

ตอนเป็นเด็กตุลเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เขาจะใช้เวลาอ่านหนังสือและศึกษามากกว่าวิ่งเล่นซุกซนเหมือนเพื่อนวัยเดียวกัน การที่เขาชอบภาษากลายมาเป็นพื้นฐานของการแต่งเพลง รวมถึงบทกวี “อาจจะต้องขอบคุณครูภาษาไทยวัยเด็กก็ได้ ที่บังคับขู่เข็ญให้เราแต่งกลอนเพื่อประกวดนู่นนี่นั่น” เขาพูดถึงครูภาษาไทยในตอนเด็ก จุดนั้นเริ่มต้นให้เขารักภาษา และก็มองว่าภาษาเป็นเรื่องสนุก ไม่น่าเบื่อ แล้วทำให้การอ่านหนังสือเป็นเรื่องของการผจญภัยใหม่ๆ การได้ค้นพบกับคำศัพท์ใหม่ๆ สิ่งเหลล่านี้เกิดขึ้นเสมอเวลาอ่านหนังสือ และน่ามหัศจรรย์สำหรับตุล

สำหรับภาษา เขามองว่าภาษาต้องดิ้นได้ ภาษาควรจะเป็นเรื่องสนุกที่ว่าใครอยากจะรู้ภาษาอะไรก็ให้ศึกษาไปตามจริตของตัวเอง เด็กวัยรุ่นอาจจะชอบภาษาแบบอินเทอร์เน็ต ภาษาที่ผู้ใหญ่เขาชอบเรียกว่าภาษาวิบัติ แต่ตราบใดที่มันสื่อสารเข้าใจได้มันก็ประสบความสำเร็จ เขามองว่าภาษาต้องมีชีวิต ภาษาต้องต้องเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา แล้วมันไม่ได้เป็นสิ่งที่พิสูจน์หรอกว่าบทกวีหรือบทประพันธ์สมัยเก่าจะต้องดีกว่าสมัยนี้ แค่ศึกษาของเก่าเพื่อให้รู้ถึงรากเหง้า ที่มาที่ไป พื้นฐาน ความคิด แต่ถ้าไม่ชอบก็ไม่ใช่เรื่องผิด ไม่มีใครบังคับให้ใครชอบภาษาใดภาษาหนึ่งได้

3. การเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว

สำหรับการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ ตุลมองว่าการเมืองอยู่ในชีวิตประจำวันเช่นใครสักคนอยากจะลุกขึ้นมาสูบกัญชาเพื่อสันทนาการ นักศึกษาข้ามเพศต้องการสวมชุดในอัตลักษณ์ของเขาเข้าเรียนในชั้น ต้องการให้ผับให้บาร์ขยายเวลาเปิดจนถึงตี 5 การุณฆาตในกรณีผู้ป่วยที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับโรค หรือสุราและเบียร์เสรีจะช่วยให้ท้องถิ่นกระจายรายได้ไม่ผูกขาดอยู่เพียงบริษัทใหญ่ๆ ที่มีเงินทุนจดทะเบียนหลายสิบล้าน สิ่งต่างๆ เหล่านี้มีการเมืองมาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น

ทุกการเคลื่อนไหวของชีวิต ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามีการเมืองอยู่ทุกหนทุกแห่ง อาจจะเป็นลมหายใจของสังคมมนุษย์ด้วยเลย แล้วคนรุ่นใหม่เริ่มตระหนักถึงปัญหาทางการเมืองมากขึ้น จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา 10 กว่าปี มันเป็นเหมือนเซรุ่ม เป็นเหมือนภูมิคุ้มกัน ทำให้คนรุ่นใหม่มีภูมิคุ้มกันทางการเมืองมากขึ้น คนรุ่นใหม่กล้าที่จะออกมาพูดในสิ่งที่เขาคิด กล้าจะทำในสิ่งที่เขาอยากจะเป็น

ตุล ไวฑูรเกียรติ


4. ระบอบการปกครองใดที่เอื้อประโยชน์ต่อการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง

ตุลมองว่าสังคมต้องยอมรับเรื่องความแตกต่างให้ได้ ระบอบการปกครองประชาธิปไตยเหมาะที่จะแสดงจุดยืนด้านความคิด ทุกสังคมมีความคิดที่ไม่เหมือนกัน ในโลกนี้มีความคิดในเรื่องเดียวกันแตกต่างกันเป็นล้านๆ แบบ ประชาธิปไตยเป็นระบบที่เอื้ออำนวยให้คนเล็กๆ มีสิทธิ์มีเสียง มีสิทธิ์ที่จะพูด มีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็น ในปัจจุบันกระแสประชาธิปไตยมาแรงมากในทุกพื้นที่ของโลกไม่ต่างจากเพลงฮิปฮอป ประชาธิปไตยคุณจะพูดเรื่องอะไรก็ได้ มันคือ free speech มันคือ freedom การเมืองเป็นเรื่องของการกระจายอำนาจ ไม่ใช่ศูนย์รวมอำนาจอีกต่อไป การเมืองเป็นเรื่องของการเปิดโอกาส เปลี่ยนแปลงกฎหมายผูกขาด การแบ่งปันทรัพยากร เสริมสร้างความเท่าเทียม โลกกำลังเปลี่ยน และประเทศไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ทันโลก พอเวลาผ่านไป วัฒนธรรมเปลี่ยน ดนตรีก็ต้องเปลี่ยน ความคิดมนุษย์ก็ต้องเปลี่ยน

5. บทกวีจำเป็นต้องอ่านเข้าใจหรือไม่

บทกวีมันไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับมัน บทกวีสำหรับตุลเหมือนการดูศิลปะแนวแอ็บสแตรกต์ เข้าใจก็ได้ ไม่เข้าใจก็ได้ ไม่ต่างจากการนั่งสมาธิปฏิบัติธรรม นั่งมองจิตตัวเอง ถ้าเห็นมันยุ่งเหยิงสับสน มันอาจนิ่งก็ได้ ไม่นิ่งก็ได้เหมือนกัน ตุลมองว่าบทกวีเป็นแบบนั้น มันเป็นการอ่าน เขาอ่านบทกวีเพื่อรู้สึก เพื่อได้อ่าน ไม่เคยคาดหวังอะไรกับมัน แล้วมันจะมีบางอันที่มันโดน มันต่อยอัดแล้วก็จะเจ็บๆ

ถ้ามองจากจุดนี้ในสายตาทุกคนเขาคงเป็นเพียงชายติสต์ๆ ที่มีผลงานเพลง มีผลงานบทกวี มีชื่อเสียง รักสนุก เรื่องราวของชายคนนี้มีเรื่องราวที่น่าติดตาม ไม่ว่าจะเป็น อดีตที่เขาเลือกจะไม่มีศาสนา หรือมุมทางการเมืองที่แตกต่าง และแน่นอนในเรื่องภาษาที่เขาหลงใหลมันอย่างยิ่งยวด ตุลเป็นคนที่ใช้ภาษาสะท้อนแง่คิดมุมมองส่วนตัวผ่านปลายปากกาได้ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง ผลงานของเขาทั้งงานเพลงหรือบทกวี เปรียบเปรยเรื่องของความรัก การใช้ชีวิต รวมถึงเนื้อหาเสียดสีการเมืองที่มาจากประสบการณ์ตรง เช่นเดียวกับผลงานล่าสุดเล่มนี้ “นิทราชั่วรินดร์ ความทรงจำไม่อาจลบ” คือภาพสะท้อน ชีวิต สังคม ความรัก บทกวี การเมือง ถึงผู้อ่านโดยตรง แล้วคุณจะรักหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่เพราะตุลเป็นผู้เขียน แต่เป็นเพราะหนังสือเล่มนี้จะอยู่ในใจของคุณ

 

อ้างอิงรวบรวมจากบทสัมภาษณ์
The Standard
The People
101 World

Editor Web

Editor Web

บทความนี้นำเสนอโดยคณะนักเขียน และบรรณาธิการ ของสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม

Authors

Leave a Replay

สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรณกรรม มีความมุ่งมั่นที่จะผลิตหนังสือ และสนับสนุนงานวรรณกรรมไทย โดยเฉพาะนักเขียนรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้นในอนาคต เราเชื่อมั่นว่าผู้อ่านจะได้รับประโยชน์สูงสุด

SIGN UP FOR NEWSLETTER

Sign up for my weekly newsletter to receive offers and creative ideas!

Follow Us

Weekly VDO

Sign up for our Newsletter

สำนักพิมพ์ขอยืนยันว่าไม่ใช่อีเมล์ Spam