Dunkrik นำเสนอภาพของสงครามโดยตัวสงคราม ผ่านความตายของทหารจำนวนมากในฉากที่เครื่องบินทิ้งระเบิดบนชายหาดและสะพานหิน สงครามไม่ใช่เรื่องของปัจเจกแต่เป็นมวลรวมของการมีชีวิตอยู่หรือตาย ความตายจะเกิดกับใครก็ได้โดยไม่เลือก


สำหรับคนที่กำลังมองหาแอมป์สองชาแนลสักตัวที่มีกำลังขับลำโพงได้หลากหลายและเสียงดี เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากได้ความหวานแบบเครื่องหลอด แต่ก็อยากได้กำลังขับที่มากพอจะขับลำโพงอะไรก็ได้ Marantz PM7005 เป็นอีกตัวที่น่สนใจ ลองเข้าไปอ่านรีวิวกันนะครับ


งานเปิดตัวหนังสือ Jazz Murakami หนังสือที่รวบรวมบทเพลงแจ๊ซที่สอดแทรกอยู่ในนิยาย และเรื่องสั้นของมูราคามิ พบสิเหร่ ผู้เขียน และแขกรับเชิญ อนันต์ ลือประดิษฐ์ คอลัมนิสต์ดนตรีแจ๊ส วิกรานต์ ปอแก้ว นักเขียน และนักวิจารณ์หนังสือ โดยมีจักรพันธุ์ ขวัญมงคล บรรณาธิการหนังสือ The Hollywood Reporter เป็นพิธีกร

พร้อมกับโชว์พิเศษสุด โดยกอล์ฟ ทีโบน และนายน้อย ที่ recoroom เอกมัย 10

วันที่ 26 มีนาคม 2559
เวลา 18.00 น.

คลิกที่นี่เพื่อ ลงทะเบียนร่วมงาน

สอบถามเพิ่มเติม 0972361475

#porcupinebook #jazzmurakami #opening #book #music #event #jazz #recoroom #vinylshop #bangkok


1. นามปากกา ‘สิเหร่’ ได้มาจากชื่อเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่ง
2. สิเหร่เติบโตมากับวิถีฮิปปี้
3. เขาคือนักเดินทางไกล ในยุคที่การเดินทางไม่ใช่การท่องเที่ยวเหมือนทุกวันนี้
4. Easy Rider เป็นแรงบันดาลใจแห่งจิตวิญญาณขบถ
5. ก่อนเป็นผีเพลง สิเหร่เคยเขียนบทความเกี่ยวกับเพลงลูกทุ่งมาก่อน

อ่านฉบับเต็มคลิก


1.มูราคามิเคยเปิดบาร์แจ๊ซก่อนมาเขียนหนังสือ
2.มูราคามิชื่นชอบดนตรีเป็นอย่างมาก
3.เขาคือเจ้าพ่อ Pop Culture ขนานแท้
4.ในงานของเขาเต็มไปด้วยความโรแมนติก
5.มูราคามิชื่นชอบแมวเป็นพิเศษ

อ่านเรื่องราวทั้งหมดคลิกเลย


Boléro “อาจจะ” เป็นเพลงประกอบของหนังสืออย่างแท้จริง หากเพลง Boléro ที่ในหนังสือเล่มนี้จริง มันยิ่งเหมาะสม เพราะเพลงวางโครงสร้างดนตรีอย่างมีระบบ เช่นเดียวกับโครงเรื่องในนิยายที่มีความละเอียด ซับซ้อน โดยตั้งคำถามถึงโลกการอ่านว่า ผู้อ่านอยู่ส่วนใดของเรื่อง ท่านผู้อ่านก็คงเป็นหนึ่งที่จะตัดสินใจได้ว่า แท้จริงแล้วเรามีอยู่จริง หรือถูกอุปโลกย์ขึ้นมาให้มีชีวิต การตั้งคำถามว่าตอนจบของนิยายควรจะเป้นอย่างไร จบด้วยคววามสุข หรือจบลงด้วยการดำรงอยู่นั้น ออกจะยากไปที่จะตัดสิน


ดนตรีคลาสสิกถูกยึดกุมอยู่ในวงจำกัด จนกระทั่งมันได้แพร่กระจายออกมาสู่สาธารณะชน และดนตรีได้พัฒนาดัดแปลงให้มีดนตรีร้อง (Opera และBallet) ยิ่งทำให้ดนตรีคลาสสิกเข้าถึงคนชั้นกลางมากขึ้น การเรียน การสอนดนตรีตั้งแต่ในอดีตจึงถูกบ่มเพาะผ่านสถาบันชั้นสูง รวมถึงคีตกวีก็ล้วนต้องจบมาจากสถาบันเหล่านั้นจึงเป็นที่ยอมรับในแวดวง กระนั้นเมื่อก้าวสู่ศตวรรษใหม่ ดนตรีคลาสสิกได้อ่อนแรงลงไปมาก ประจวบกับแนวคิดทางด้านเสรีนิยม ได้พัฒนาหัวใจของคนชั้นกลางในเมือง ดนตรีคลาสสิกแม้ยังมีขนบของมัน ทว่าขนบเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมากขึ้น


ผู้เขียนเชื่อว่าผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของไพโอเนียร์ส่วนใหญ่ชื่นชอบไพโอเนียร์เพราะคุณภาพเหมาะสมกับราคา และรีซีฟเวอร์ก็เป็นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ทางไพโอเนียร์พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง อาจจะกล่าวได้ว่าไพโอเนียร์รีซีฟเวอร์นั้นอยู่ในแถวหน้าของรีซีฟเวอร์ตัวอื่นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อมีโอกาสได้ทดสอบรีซีฟเวอร์ SC-LX78 โดยมีเครื่องเล่นบลูเรย์ดิสต์ BDP-170 มาเป็นตัวตัวเปรียบเทียบ ยิ่งทำให้ผู้เขียนได้สัมผัสไพโอเนียร์อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น


เมื่อเล่นเพลง The Atlas Mountain ของวง Bliss ซึ่งเป็นเพลงสร้างสรรค์บรรยากาศที่โอ่อ่ากว้างใหญ่ของภูเขา เมฆ ท้องฟ้า เสียงเบสลึกจนน่าสะพรึง เสียงแหลมใสกระจ่าง เสียงกีตาร์คมชัดแต่ไม่บาดหู ราวกับมาเล่นอยู่ตรงหน้า Mu-So แยกแยะรายละเอีดดนตรีออกมาได้อย่างเที่ยงตรง ความสมดุลย์ของดนตรีทำได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะความเงียบสงัดระหว่างช่องว่างของตัวโน๊ต Mu-So ทำได้อย่างน่ามหัศจรรย์


แนะนำ ศิลปิน

A WORLD WONDERED FULL

Corey Best was born in the rural countryside of northeastern Indiana but grew up throughout many towns and cities across Michigan. From the full range of environments spanning from the United States to Asia that were interacted within, he learned how large the world really was in all its wonder. Currently he has been living in different locations across northern Thailand since his move from Japan. His first love was nature and he to this day loves to wander and float, listening to and learning from all that he can from the ever expanding voids around him


ภาพเหมือนของบาร์ตอกที่แสดงให้เห็นตัวตนศิลปิน ผู้ซึ่งมีความอ่อนไหวทางความรู้สึก ไวโอลินคอนแชร์โต้บทนี้จึงมีลักษณะที่อบอุ่น ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ ของดนตรีซึ่งเล่าเรื่องได้อย่างหลากหลาย ทั้งอ่อนโยน เข้มแข็ง เศร้า สุข และเต็มไปด้วยเรื่องราวภายในจิตใจ โดยเฉพาะความรักที่เอ่อล้น ทว่าไปไม่ถึง บาร์ตอกเป็นคนที่เอาจริงเอาจังกับดนตรี กระนั้นบทเพลงของเขายังคงความลื่นไหล แสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์แบบเมื่อเพลงบรรเลงจบลง วิธีการสื่อของบาร์ตอกได้กำหนดทุกสิ่งอย่างเอาไว้ นั่นเป็นวิธีที่เขาปฏิบัติเสมอมา


เสียงเพลงของริชาร์ด สเตราซ์ ดึงดูดใจบาร์ตอกเป็นอย่างมาก เมื่อเขาได้ชมเพลงรอบปฐมทัศน์ของริชาร์ดที่บูดาเปส ดูเหมือนว่ามันคือแรงบันดาลใจของคีตกวีหนุ่มอย่างบาร์ตอกเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันเมื่อครอบครัวย้ายไปพักผ่อนยังรีสอร์ทฤดูร้อน แม่นมจากทรานซิลเวอร์เนียชอบร้องเพลงพื้นบ้านให้เขาฟัง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นต่อความฝังใจในเพลงพื้นบ้าน จนทำให้บาร์ตอกทุ่มเทแรงใจตลอดชีวิตในการถ่ายทอดเพลงพื้นบ้านออกมาเป็นบทเพลงของตน จนกระทั่งในปี 1907 เขาเริ่มได้รับอิทธิพลจากคีตกวีฝรั่งเศส โคลด เดบูซซี ซึ่งมีโครงสร้างเพลงในแบบโคดาลีย์ เดบูซซีทำให้เขาเกิดภาวะมองเห็นภาพเสียงเพลงแห่งตนลอยลิ่วอยู่ในหัวใจ


โดย สิเหร่
Colorless Tsukuru Tazaki And His Years Of Pilgrimage ตีพิมพ์เมื่อปีค.ศ.2013 ของฮารูกิ มูราคามิ เรื่องราวของเพื่อนห้าคนที่มีเพียงหนึ่งเดียวไร้สี ส่วนอีกสี่ต่างเกี่ยวข้องอยู่กับสีทั้งสิ้น ในบทที่ 5 นักเปียโนแจ๊ซจากโตเกียว มิโดริคาวะ นี่ก็คนมีสีอีกคน ชายผู้สะพายกระเป๋าเดินทางไวนิลบนไหล่ เดินขึ้นมาคนเดียว เพื่อพักค้างคืนที่เรียวกังอันสงบเงียบและห่างไกล…


โดย สิเหร่

นิยายเรื่อง Dance Dance Dance ตีพิมพ์เมื่อปีค.ศ.1988 ว่าไปแล้วก็เสมือนบทสรุปของไตรภาคแห่งมุสิก มูราคามิยังคงใช้ตัวละครที่แทนตัวเองว่า “ผม” อันเป็นตัวเอกจากไตรภาคแห่งมุสิก ในบทที่ 30 บรรยายฉากภายในบาร์ที่อบอวลด้วยเสียงเพลง…

“เราไปที่บาร์ฮาเลคูวานี บาร์ในอาคาร มิใช่บาร์ริมสระน้ำ คราวนี้ผมสั่งมาร์ตินี ยูกิเลมอนโซดา เราเป็นลูกค้าเพียงสองคนในนั้น นักเปียโนหัวโล้นนิ่วหน้าในมาดรัคมานินอฟ นั่งหลังตรงหน้าแกรนด์เปียโน เล่นเพลงมาตรฐาน Stardust, But Not For Me, Moonlight In Vermont เล่นได้เยี่ยมไม่มีที่ติ แต่ขาดไร้ประกาย…”*


ท่านที่ชอบเสียงกลางเรียบสะอาดจะแจ้ง และเบสที่เคลียร์ ซีสเต็มนี้สามารถตอบคำถามนี้ได้ แม้จะเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพงยาก แต่ก็คุ้มค่าที่จะเหนื่อยกับการปลุกปล้ำ และสิ่งที่สำคัญ ผมชอบดีไซน์เรียบหรูของ DLS Flatbox และ FlatSub Stereo-One เพราะสามารถตกแต่งให้กลมกลืนกับสภาพห้องได้ดีกว่าลำโพงธรรมดา


อัลบัมชุดนี้เป็นดนตรีแจ๊สในแบบ Post Bop ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า หาฟังไม่ได้ง่ายนักสำหรับเพลงแจ๊สที่ประพันธ์โดยคนไทย หากท่านผู้อ่านลองปิดชื่ออัลบัมแล้วหลับตาฟัง รับรองได้ว่าท่านคงเดาไม่ออกว่านี่เป็นผลงานของศิลปินชาติใด เพราะอัลบัมนี้เล่นดนตรีในภาษาสากล นั่นหมายถึงว่าคุณคมได้บรรลุในการประพันธ์ดนตรีโดยท่วงทำนองเพียวแจ๊ส


ภาพปกอัลบั้มข้างในเป็นภาพชายในชุดสูทสองคนกำลังจับมือกัน ซึ่งฟังดูก็คงไม่แปลกอะไร ถ้าชายคนทางขวามือของภาพไม่ได้กำลังลุกเป็นไฟอยู่! ภาพนี้ได้แรงบันดาลใจมาแนวคิดเกี่ยวกับคนที่มีแนวโน้มจะปกปิดความรู้สึกของตัวเองเพราะกลัวการถูกปฏิเสธ และพยายามหลีกหนีให้พ้นไปจากความกลัวการเจ็บปวด (หรือในสำนวนที่ว่า “ถูกแผดเผา” จากความสัมพันธ์) นอกจากนั้นมันยังไปพ้องกับคำว่า Shine On อันเป็นชื่อเพลงในอัลบั้มที่เป็นสำนวนเปรียบเปรยถึงอัจฉริยะที่สาดแสงเจิดจ้าแผดเผาตัวเองจนไหม้เป็นจุณไป


เพลงเป็นเหมือนรอยสักของยุคสมัย เพลงจึงเป็นร่องรอยที่ตกค้างอยู่ในตัวเราไม่ไปไหน เป็นรสนิยมที่สามารถตรวจดีเอ็นเอได้เลยว่าเราเป็นยังไง ผมมีเพลงหลากหลายอัลบัมที่ชอบมากๆ แต่ที่เลือกมานี้เป็นเลือกเฉพาะที่ซื้อมาเป็นแผ่นเสียง


ในอัลบัมนี้เริ่มต้นด้วยเพลงที่เป็นชื่ออัลบัม White Ghost Dancing ดนตรีเริ่มด้วยความหึกเหิม และมีท่วงทำนองที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของบ้านเกิด เพลงเล่าเรื่องของชนเผ่าอะบอริจิน จิตวิญญาณของผืนป่า ผืนน้ำ เมฆ แสง และหมอก เสียงเครื่องเป่าหมายถึงเสรีภาพ ความคำนึงหา เครื่องสายสอดประสานเพื่อร้อยรัดผู้คนจากผืนแผ่นดิน ทั้งชนเผ่า และผู้ที่ไม่ใช่ให้เข้าไปด้วยกันจนเป็นหนึ่งเดียว ขณะที่เสียงประสานของเพลงราวกับเชื่อมจิตวิญญาณทั้งหลายที่ดำรงอยู่ สิ่งเหล่านั้นได้รับการขับขานออกมาเป็นบทเพลง White Ghost Dancing


ชีวิตส่วนตัวเขาไม่นับถือศาสนาและเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้ “ผมไม่มีปัญหากับพระเจ้า แต่ผมมีปัญหากับศาสนา ผมเลือกที่จะใช้ชีวิตโดนปราศจากศรัทธาในศาสนา ผมเชื่อในดนตรี มันเป็นสิ่งที่ให้คุณค่ากับชีวิตและบรรเทาจิตวิญญาณของผม”