ปั๊มน้ำมัน กำกับการแสดงโดย ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ หากว่าไปหนังเรื่องนี้ดูได้สนุกมากๆ นักแสดงเล่นกันทุกคน จะเป็นที่น่าเสียดายหากผู้ชมพลาดหนังเรื่องนี้


ทรุฟโฟต์ได้นำเสนอภาพชีวิตในวงการมายา ซึ่งพวกเขาต่างก็ต้องดิ้นรนเพื่อไขว่คว้าหาความฝัน ภาพฝันของเฟอร์รานด์ ผู้กำกับหนังในเรื่องซึ่งทรุฟโฟต์สวมบทด้วยตัวเอง ตอนกลางคืนเขาฝันเห็นภาพวัยเด็กของตนปรากฏขึ้นในถนนมืดหม่น แล้วฝันถึงความฝันนี้ซ้ำๆ ถึงสามหน ฝันในแต่ละหนค่อยๆ เผยให้ผู้ชมเห็นว่าเด็กคนนั้นไปที่ไหน ไปทำอะไร และเมื่อภาพฝันนั้นปรากฏทำให้คนดูถึงกับอมยิ้ม เพราะเด็กคนนั้นถือไม้เท้าเดินไปที่โรงหนัง เขาใช้ไม้เท้าเพื่อขยับแผ่นป้ายล้อเลื่อนที่ติดใบปิดหนังเรื่อง Citizen Kane ของ Orson Welles มาใกล้ๆ จนเอื้อมมือเข้าไปหยิบมันได้ จากนั้นก็ขโมยภาพใบปิดหนังหายไปในถนน ยังไม่นับรวมถึงฉากที่มีพัสดุส่งถึงเขา เมื่อแกะห่อออกมันเป็นหนังสือที่เขียนถึงผู้กำกับหนังชั้นนำหลายเล่มตั้งแต่หลุยส์ บุลเย็ล, ฌองลุค โกดาร์ เป็นต้น


ผู้ชมมักจะมีมายาคติกับหนังเกี่ยวกับนักสืบ-มือปืน ดังนั้นภาพดังกล่าวจึงเป็นภาพจำติดตาไปชั่วชีวิต เมื่อมันถูนำกลับมาเสนออีกครั้งในแบบที่จริงจังเข้มขรึมใน The Limits of Control กลับทำให้นึกขบขันย้อนแยงกับความเป็นจริง หนังจึงเหมือนกระจกส่องไปยังหนังที่เคยนำเสนอเรื่องราวแนวนี้ การอุบัติซ้ำเช่นนี้เป็นการตอกย้ำและวิจารณ์หนังกระแสหลักที่มักจะมีความซ้ำซากเช่นนั้น


ผู้เขียนได้รู้จัก หนังสือ “ขัปปะ” เมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว เป็นเล่มที่พิมพ์โดย ดีเค บุ้คส์ ชุดวรรณกรรมคลาสสิคเอเซีย เขียนโดย ริวโนะซุเกะ อะคุตะงาวะ


บัณฑิต ฤทธิ์ถกล เป็นผู้กำกับอาวุโสที่คร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์มานาน เขาเป็นคนทำหนังที่มีฝีมือคนหนึ่ง ทำได้ทั้งหนังตลก และหนังชีวิต หนังที่สร้างชื่อใหับัณฑิตก็คือ “ด้วยเกล้า” , “บุญชู” , “สิบสี่ตุลาสงครามประชาชน”


High Fidelity สร้างมาจากนิยายของนิค ฮอร์นบี้นักเขียนชาวอังกฤษ นิยายเรื่องนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยใช้ชื่อเล่มว่า “รักตกร่อง” ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถเอามาอ่านประกอบดูหนังก็น่าจะได้รับความสนุกไม่แพ้กัน


บางทีเราผู้ใหญ่ที่ผ่านวัยวันแบบนั้นมาแล้วจะเห็นว่าเรื่องเหล่านี้มันเล็กมาก และวันหนึ่งมันก็ต้องผ่านไป สิ่งนั้นเป็นจริง แต่สำหรับวัยรุ่น เรื่องเหล่านี้มันยาก มันไม่มีทางออก เต็มไปด้วยอุปสรรค


37°2 le matin Betty Blue: ตัวอ่อนในครรภ์มารดา

37.2 องศาเซลเซียส เป็นอุณหภูมิปกติในตอนเช้าของผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ นี่คือชื่อเรื่องเชิงสัญลักษณ์ของหนังฝรั่งเศส (37°2 le martin) ที่ได้รับกล่าวถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งของหนังยุคหลังสมัยใหม่ และในเมืองไทยหนังเรื่องนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสูงเมื่อครั้งหนึ่งนักศึกษาธรรมศาสตร์ได้จัดฉายหนังเรื่องนี้ในรั้วมหาวิทยาลัย ได้ถูกคณาจารย์ลงโทษขั้นหนักต่อนักศึกษาที่ฉายหนัง ด้วยข้อหาฉายหนังอนาจาร!!!


Local Hero

ภาพยนตร์ที่นำเสนอการต่อสู้ระหว่างทุนนิยมกับชุมชนเล็ก ๆ มักจะตั้งต้นแบ่งตัวละครออกเป็นสองฝ่ายซึ่งแยกกันชัดเจนระหว่างขาวกับดำ ความดีกับความเลว ผู้ร้ายกับพระเอก ความรวยกับความจน สัญญะทางภาษาหนังที่ผลิตซ้ำเช่นนี้ทั้งในฮอลลีวู๊ดและวงการหนัง-ละครไทยนำเสนอจนคนดูคุ้นเคย เมื่อใดก็ตามที่เราเห็นผู้หญิงในละครหลังข่าวร้องกรี๊ด ๆ เราจึงแน่ใจได้ไม่ยากว่าเธอจะต้องเป็นตัวร้าย แล้วเมื่อใดก็ตามที่เราเห็นผู้หญิงในหนังถูกกลั่นแกล้ง เธอต้องเป็นนางเอกผู้เพียบพร้อม รวมถึงพระเอกที่ไม่ค่อยทันโลกทันเหตุการณ์ก็มักจะเข้าใจอะไรผิด ๆ เสมอ การผลิตซ้ำทำให้หนังอยู่ในวังวนจนกลายเป็นน้ำเน่า ผลพวงของการผลิตซ้ำนี่เองจึงเป็นบ่อเกิดให้สัญญะทางภาพยนตร์ติดอยู่ใต้จิตสำนึกของคนดูหนัง เมื่อตัวละครถูกกำหนดชัดเจนว่าจะต้องเป็นคนดี (ของคนดู) รูปแบบการนำเสนอมีรูปแบบซ้ำซาก ความเลวความดีในหนังกับความเลวความดีในชีวิตจริงจึงแตกต่างกัน จนบางครั้งทำให้ผู้ชมูไม่สามารถแยกแยะได้ว่า โลกจริงที่อยู่นอกตัวหนังนั้นแตกต่างไปจากข้อเท็จจริงเป็นอย่างมาก


ในศตวรรษนี้คงไม่มีใครจะเขียนบท-นำแสดง หนังได้อื้อฉาวเท่า Sacha Baron Cohen อีกแล้วหรือถ้านึกหน้าเขาไม่ออก คุณก็คงพอจะได้ยินหนังชื่อหนังเรื่อง Borat กับภาพนักแสดงน่าตากวน ๆ พูดจาดูถูกเหยียดหยามผู้คน บทลามกสองแง่สองง่าม รวมไปถึงการกระทำที่น่าตบกระโหลก หนังเรื่อง Brüno เองก็เช่นกันแต่คราวนี้แทนที่จะเล่นเรื่องการเมือง Cohen จับตัวเองแปลงโฉมเป็นผู้สื่อข่าวสายแฟชั่นแห่งสถานีโทรทัศน์ของเยอรมัน การเป็นผู้สื่อข่าวทีวีสายแฟชั่นทำให้เขาเสพติดการเป็นคนแถวหน้า First Row ความฝันของบรูโนคือการก้าวไปเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการบันเทิง แต่ความฝันแทนที่ด้วยความตกอัับ เขาถูกอัปเปหิมาจากวงการแฟชั่นยุโรป บรูโนโดนต่อต้านอย่างหนักเพราะทำตัวเป็นผู้วิจารณ์วงการในแบบสาวไส้ถึงแก่น เมื่อไม่มีใครต้อนรับเขาที่ยุโรปเขาจึงออกแสวงหาความโด่งดังที่ดินแดนเสรีอย่างอเมริกา


แม้จะเป็นหนังเก่าที่ออกฉายในปี 2000 แต่ผมเชื่อว่าท่านยังพอหาดีวีดีเรื่องนี้มาดูได้ไม่ยากครับ ทั้งโซนหนึ่งและโซนสามอาจจะรวมถึงดีวีดีแม่สายด้วย ที่ผมอยากแนะนำหนังเรื่องนี้ให้กับแฟนนานุแฟนของหนังสือแฮมเบอร์เกอร์ได้ชมกันเพราะว่าหนังเรื่องนี้น่าจะเข้ากับ “ความรู้สึก” ของผู้ชายที่ชอบดูหนังฟังเพลงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนที่บ้าเรื่องเพลงและแผ่นเสียง หนังเรื่องนี้จะนำเสนอบุคลิกในแบบ “ผู้ชายๆ” ความรู้สึกที่ยากจะเอ่ยออกมาเป็นรูปธรรม ทว่าหนังเรื่องนี้กลับสร้างออกมาได้อย่างดี


สวัสดีครับท่านผู้อ่าน Hamberger ผมได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่วิจารณ์หนังที่เข้าโรง ดังนั้นการทำงานแบบนี้ต้องแข่งกับเวลาพอสมควร แล้วกว่าบทความจะคืบคลานไปลงหนังสือ หนังบางเรื่องอาจจะลาโรงไปแล้วบ้าง แต่ผมหวังว่าบทวิจารณ์ของผมนั้นจะมีค่าพอให้ท่านได้อ่านเป็นน้ำจิ้มก่อนท่านจะไปซื้อดีวีดีมาชมในภายหลัง และอีกประเด็นหนึ่งผมมีความคิดว่าผมจะไม่เพียงวิจารณ์ตัวหนังเท่านั้น ทว่าผมจะเขียนถึงโรงหนังที่ผมได้ตระเวณไปดูว่ามีบริการที่ดีเพียงไร สภาพโรงเป็นเช่นไร มีระบบภาพและเสียงที่เยี่ยมแค่ไหน สมกับราคาตั๋วที่ต้องจ่ายไปหรือไม่ ซึ่งผมเชื่อว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่ท่านผู้อ่านได้รับ จะได้นำไปสู่การตัดสินใจว่าจะเลือกโรงหนังโรงใดที่มีบริการที่คุ้มค่าที่สุด