Dunkrik นำเสนอภาพของสงครามโดยตัวสงคราม ผ่านความตายของทหารจำนวนมากในฉากที่เครื่องบินทิ้งระเบิดบนชายหาดและสะพานหิน สงครามไม่ใช่เรื่องของปัจเจกแต่เป็นมวลรวมของการมีชีวิตอยู่หรือตาย ความตายจะเกิดกับใครก็ได้โดยไม่เลือก


สปอย 100%
เป็นสิ่งที่น่าแปลก หนังผีดิบจำนวนมากกลับโฟกัสภาพสังคมได้แจ่มชัด อาจจะเป็นเพราะโมเดลที่ทำให้สังคมล่มสลายด้วยวิกฤติอย่างรุนแรงรวดเร็ว และการทำให้ความเป็นมนุษย์กลายสภาพไปเป็นผีดิบ (ที่วิ่งเร็วไม่เหนื่อย) ทำให้สะท้อนภาพสังคมที่กำลังแตกสลายได้ดีกว่าภาพหนังธรรมดา หรือบางทีเป็นเพราะเราไม่ต้องสนใจว่าหนังจะไปวิจารณ์การเมืองการปกครองแบบตรงๆ มันได้กลายเป็นปากเสียงของหนังที่สื่อออกมาได้เต็มปากเต็มคำกว่า


การก่อตัวของอนาคินไปสู่ดาร์ทเวเดอร์คุกรุ่นขึ้นอย่างเชื่องช้าๆ ความตายของแม่ ความรักที่ไม่อาจห้ามใจ ความเกลียดโกรธโลกใบนี้ การไม่ถูกยอมรับจากอาจารย์ การที่สภาเจไดกีดกันให้เขาก้าวเป็นเจไดอย่างสมบูรณ์ ทั้งที่เขามีฝีมือ มีพลังที่แข็งแกร่ง และสามารถผ่านการทดสอบได้ไม่ยาก เด็กหนุ่มมุ่งมั่น แต่เขาต้องผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า มีเพียงพัลพาทีนคนเดียวที่เข้าใจความรู้สึกของเด็กหนุ่ม และคอยให้กำลังใจเขา เด็กหนุ่มที่มีแต่ความผิดหวัง หัวใจสลาย


การชม Lost ทำให้นึกถึงหนังชุดในอดีตอย่าง Twilight Zone ที่เล่าเรื่องเหตุการณ์เหนือธรรมชาติทั้งหลายว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร แต่พอเข้าสู่ซีซั่นสาม Lost ผันตัวเองไปเป็นหนังวิทยาศาสตร์ โดยมีกลุ่มนักวิจัย “ธรรมะปฎิบัติ” เข้ามาตั้งศูนย์ปฎิบัติงานในเกาะ แต่ศูนย์ทั้งหลายได้กลายเป็นศูนย์ร้างผู้คนไปบ้างแล้ว เหลือเพียงศูนย์สวอนที่มีเดสมอนต์ ฮูม ต้องคอยกดปุ่มทุกๆ 108 นาที เพื่อควบคุมไม่ให้พลังงานแม่เหล็กระเบิดออกมา


หนังเริ่มเรื่องด้วยการย้อนอดีตไปเมื่อปี 1995 เกิดเหตุฆาตกรรมหญิงสาวในรูปแบบลัทธิบูชายัญ ศพถูกจัดวางระหว่างถนนในไร่ ตัวศพสวมเขากวาง กิ่งไม้ทำเป็นเครื่องบรรณาการถูกแขวนเอาไว้เป็นสัญลักษณ์ การจัดท่าของผู้ตายเหมือนกำลังทำพิธีทางศาสนา สองนักสืบต้องเร่งควานหาผู้เกี่ยวข้องและฆาตกร ซึ่งสิ่งที่เขาค้นพบในที่เกิดเหตุแทบจะคลำทางไปสู่ความจริงไม่ได้เลยว่าใครทำ


นิยามสั้นๆ เกี่ยวกับหนังเรื่อง Blade Runner คือฟิล์มนัวร์ยุคใหม่ ด้วยภาพมืดหม่น ฝนตกจนหนาวเหน็บ หมอกควัน สีซีดจางแทบเป็นขาวดำ เรื่องราวและฉากว่าด้วย dystopian มันคือคู่ตรงข้ามของ utopia หมายถึงดินแดน หรือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความล่มสลาย ไม่สมบูรณ์แบบ พังทลายทั้งกายภาพและจินตภาพ แม้ว่าตัวเมือง-สถาปัตยกรรมในเรื่องจะงดงาม ทว่าในด้านจิตใจของมนุษย์ยังคงเจ็บปวด ถูกคุกคาม ทำร้าย ถูกกดข่มเหง


ในตอนที่ผู้เขียนดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อนไม่สามารถทำความเข้าใจกับมันมากนัก เมื่อนำกลับมาดูซ้ำแม้จะเข้าใจมากขึ้น ทว่าก็ยังมีคำถามที่ค้างคาใจไม่เสื่อมคลาย (ซึ่งสิ่งนั้นเป็นข้อดีสำหรับหนัง) นั่นก็คือมันยังคงเต็มไปด้วยความอึมครึม มัวหม่น ไร้สาระ เต็มไปด้วยความรุนแรง กระนั้นก็ไม่อาจจะบอกได้ว่าทั้งหมดนั้นต่างก็อยู่ในใจของเรา ภาวะที่สุดทนทานเหล่านี้อยู่กับเรา และลากเราสู่ขอบข่ายของความรู้สึก หรือแท้จริงแล้วเราเองก็เปลี่ยนไปสู่สิ่งนั้น


****สปอยส์****
…………………………….
ดู Gone Girl จบแล้วรู้สึกเหมือนตอนดู Fatal Attraction ต่างก็ตรงที่ผู้ล่ากลายเป็นเมียหลวงไม่ใช่ขู้รัก ปัญหาเดียวในหนังเรื่องนี้ก็คือตัวนิค (เบน เอฟเฟร็ค) ดูหล่อเกินไป ดูดีเกินไป ความหล่อนี้ไม่ได้หมายถึงหน้าตาหล่อ แต่หมายถึงตัวหนังสร้างให้ภาพพระเอกของเราอยู่ในใจคนดู เพราะตัวหนังไม่สับตัวพระเอกเลยแม้แต่น้อย


The Walking Dead พยายามจะออกแบบให้เราเห็นถึงวันที่โลกไร้กฎระเบียบ และเมื่อมนุษย์ต้องมารวมกลุ่มกันอย่างหลวมๆ พวกเขาเริ่มสถาปนาอำนาจของตัวเองขึ้นเป็นลำดับ คนที่มีลักษณะเป็นผู้นำ มีความแข็งแกร่ง เสียสละ และเล่นการเมืองเป็นกลายเป็นผู้นำขึ้นมา การทำตัวให้มีคุณธรรมเหนือกว่าคนอื่น มีความชอบธรรมที่เขาต้องแบกรับ แม้สิ่งที่ผู้นำจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือให้ความหวังลมๆ แล้งๆ ก็ตามผู้คนที่สิ้นหวังก็ยังเชื่อมั่นผู้นำเหล่านั้น แล้วท้ายทีสุดแล้ว พวกเขาก็พบว่าในห้วงเวลาแบบนี้ หลักประกันว่าอนาคตแขวนอยู่ที่ไหนก็ยิ่งเคว้งคว้าง มากกว่ามองเห็นจุดหมายเรืองรอง


Ghost in the Shell เป็นหนังแนวไซไฟยุคใหม่ที่พูดถึงตัวตน การดำรงอยู่ของชีวิตหุ่นยนตร์ จิตวิญญาณ และการยึดครองร่างกายให้เป็นหนึ่งเดียว


เดวิด ลินซ์ ได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับสุดเพี้ยนคนหนึ่ง มุมมองของเขาต่อหนังถือเป็นทั้งความงาม ความน่าสะพรึง รวมไปถึงการขุดคุ้ยด้านมืดของจิตใจมนุษย์ ภาพที่เราเห็นผ่านภาพยนตร์ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ภาพจริงๆ เช่นคนกินอาหารก็ไม่อาจจะเทียบได้ว่าเขากินอาหาร ทว่าจิตใต้สำนึกของหนังจะพุ่งไปไกลกว่าที่เราเห็น จึงไม่แปลกที่บางครั้งการตีความจะมีความสำคัญมากกว่าตัวการแสดง เพราะการแสดงเป็นเพียงการบอกเล่าชั้นแรกที่เป็นรูปธรรม แต่ส่วนที่ลึกที่สุดคือนามธรรม ที่ต้องอาศัยการตีความ เพื่อทำความเข้าใจให้ถึงแก่น แม้ยากที่จะเข้าถึง หากแต่ถ้าแหวกว่ายเข้าไปแล้ว เราจะพบว่าสิ่งมหัศจรรย์นี้น่าค้นหาไม่น้อย


ผมอยากจะสารภาพว่าเคยชมภาพยนตร์ของฮิตค็อกไม่มากนัก แต่เมื่อชมทุกครั้งก็พบกับความน่าทึ่งของหนังทุกเรื่องที่เขากำกับ ประการแรก หากดูจากห้วงเวลาที่หนังถูกสร้าง ฮิตค็อกคือต้นแบบของหนังยุคใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยภาษาภาพยนตร์ ภาพ เสียง องค์ประกอบภาพ เทคนิคพิเศษ ล้วนถือกำเนิดขึ้นอย่างน่าทึ่งเกินบรรยาย เทคนิคพิเศษของฮิตค็อกในเรื่อง The Birds ยังทำดีกว่าเทคนิคพิเศษบางเรื่องในหนังไทยสมัยนี้ ผมไม่ได้กล่าวหาหนังไทยนะครับ แต่สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่มันฟ้องด้วยภาพอย่างไม่ต้องสงสัย ฮิตค็อกเลือกเทคนิคพิเศษที่เหมาะสมเข้ามาในหนัง ทำอะไรไม่เกินตัว หรือพยายามที่จะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยไม่คำนึงถึงความสมจริง ซึ่งจุดนี้ผมคิดว่าหนังที่พึ่งพิงเทคนิคพิเศษมาก ๆ ต้องศึกษาให้ละเอียดยิบ หนังฮอลลีวู๊ดในปัจจุบันลงทุนกำกับฉากเทคนิคพิเศษอย่างมหาศาล ฉากเครื่องบินตกไม่กี่วินาที บางครั้งอาจจะลงทุนมากกว่าหนังไทยบางเรื่อง


สิ่งที่หนังนำเสนอนี้ประเด็นการกลายเปลี่ยนของตัวละครน่าสนใจไม่น้อย จากศัตรูที่ต้องจัดการคู่ตรงข้าม กลายมาเป็นผู้ที่ถูกฝ่ายเดียวกันตามล่า จนในที่สุดตัวละครก็กลายเป็นเนื้อเดียวกับศัตรู เรื่องราวการกลายเปลี่ยนนี้เป็นขบวนการที่น่าสนใจในหนัง เนื่องจากมันทำให้บริบทของหนังมีพื้นที่พัฒนาบุคลิกภาพของตัวละคร


Drag Me to Hell เล่าเรื่องตำนานคำสาปของยิปซีพเนจร ที่จะร่ายมนตร์สาปคนที่ทำให้พวกเขาไม่พอใจ โดยมี “ลาเมีย” วิญญาณแพะปิศาจเป็นผู้รับใช้ เจ้าลาเมียจะตามราวีเหยื่อไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ มันจะทรมานเหยื่อของมันก่อนจะจัดการลากลงสู่ขุมนรกภายในสามวันเมื่อใครคนนั้นต้องคำสาป สิ่งที่ไม่ค่อยเห็นในหนังผีแนวสยองขวัญบ่อยนักก็คือ “ผู้กระทำ” ไม่ว่าจะเป็นผีหรือฆาตกรโรคจิต มักจะต้องฆ่าเหยื่อที่ไม่เกี่ยวข้องคนอื่นจนเลือดสาดจอ ทว่าวิญญาณแพะบ้าตัวนี้จะทำร้ายตัวคนถูกสาป และจะแสดงตัวให้ผู้นั้นเห็นเพียงคนเดียว โดยจะไม่มีการฆ่าคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่เหมือนหนังแนวนี้เรื่องอื่น


สวัสดีครับท่านผู้อ่าน Hamberger ผมได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่วิจารณ์หนังที่เข้าโรง ดังนั้นการทำงานแบบนี้ต้องแข่งกับเวลาพอสมควร แล้วกว่าบทความจะคืบคลานไปลงหนังสือ หนังบางเรื่องอาจจะลาโรงไปแล้วบ้าง แต่ผมหวังว่าบทวิจารณ์ของผมนั้นจะมีค่าพอให้ท่านได้อ่านเป็นน้ำจิ้มก่อนท่านจะไปซื้อดีวีดีมาชมในภายหลัง และอีกประเด็นหนึ่งผมมีความคิดว่าผมจะไม่เพียงวิจารณ์ตัวหนังเท่านั้น ทว่าผมจะเขียนถึงโรงหนังที่ผมได้ตระเวณไปดูว่ามีบริการที่ดีเพียงไร สภาพโรงเป็นเช่นไร มีระบบภาพและเสียงที่เยี่ยมแค่ไหน สมกับราคาตั๋วที่ต้องจ่ายไปหรือไม่ ซึ่งผมเชื่อว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่ท่านผู้อ่านได้รับ จะได้นำไปสู่การตัดสินใจว่าจะเลือกโรงหนังโรงใดที่มีบริการที่คุ้มค่าที่สุด


หนังเต็มไปด้วยฉากแหวะ ๆ พอสมควรเช่นนำ้ลายจากฟันปลอมหญิงยิปซีไหลย้อย เลือดกำเดาของนางเอกพุ่งกระจายใส่ผู้จัดการ รวมถึงหนอนและน้ำเหลืองไหลท่วมตัวนางเอก