Dunkrik นำเสนอภาพของสงครามโดยตัวสงคราม ผ่านความตายของทหารจำนวนมากในฉากที่เครื่องบินทิ้งระเบิดบนชายหาดและสะพานหิน สงครามไม่ใช่เรื่องของปัจเจกแต่เป็นมวลรวมของการมีชีวิตอยู่หรือตาย ความตายจะเกิดกับใครก็ได้โดยไม่เลือก


อุมแบร์โต้ เอโกเคยลิสต์รายชื่อเพลงที่เขาชื่นชอบเอาไว้ ตอนแรกอาจแปลกใจที่นักเขียน ศาสตราจารย์ ผู้คร่ำเคร่งอยู่ในห้องสมุดและกองหนังสืออย่างเขาจะสนใจฟังเพลงด้วย แต่อย่างที่ผู้อ่านรู้กันว่าเอโกนั้นเป็นนักดนตรี เขาเล่นเครื่องเป่ามาก่อน เราลองมาดูว่าเขาเลือกเพลงที่ชื่นชอบอะไรบ้าง


โชแปง และชูมันน์ เป็นสองคีตกวีที่ผู้ฟังส่วนใหญ่รู้จัก ทั้งสองท่านเกิดร่วมยุคเดียวกัน เกิดในปีเดียวกัน คือ คศ. 1810 โชแปงเกิดวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ส่วน ชูมันน์ เกิดวันที่ 8 มิถุนายน โชแปงเป็นชาวโปล หรือโปแลนด์ ส่วนชูมันน์เป็นชาวเยอรมัน ชื่อเสียงเรียงนามของทั้งคู่ก็็สูสีไม่แพ้กัน ทั้งสองมีผลงานจำนวนมาก โชแปงอายุสั้นกว่าชูมันน์เล็กน้อย โชแปงเสียชีวิตในวันที่ 17 ตุลาคม 1849 ที่ปารีส ชูมันน์ เสียชีวิตที่เมืองเอนเดนิคในเยอรมันวันที่ 29 กรกฎาคม 1856 ห่างกันเพียงเจ็ดปีเท่านั้น


1. นามปากกา ‘สิเหร่’ ได้มาจากชื่อเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่ง
2. สิเหร่เติบโตมากับวิถีฮิปปี้
3. เขาคือนักเดินทางไกล ในยุคที่การเดินทางไม่ใช่การท่องเที่ยวเหมือนทุกวันนี้
4. Easy Rider เป็นแรงบันดาลใจแห่งจิตวิญญาณขบถ
5. ก่อนเป็นผีเพลง สิเหร่เคยเขียนบทความเกี่ยวกับเพลงลูกทุ่งมาก่อน

อ่านฉบับเต็มคลิก


Boléro “อาจจะ” เป็นเพลงประกอบของหนังสืออย่างแท้จริง หากเพลง Boléro ที่ในหนังสือเล่มนี้จริง มันยิ่งเหมาะสม เพราะเพลงวางโครงสร้างดนตรีอย่างมีระบบ เช่นเดียวกับโครงเรื่องในนิยายที่มีความละเอียด ซับซ้อน โดยตั้งคำถามถึงโลกการอ่านว่า ผู้อ่านอยู่ส่วนใดของเรื่อง ท่านผู้อ่านก็คงเป็นหนึ่งที่จะตัดสินใจได้ว่า แท้จริงแล้วเรามีอยู่จริง หรือถูกอุปโลกย์ขึ้นมาให้มีชีวิต การตั้งคำถามว่าตอนจบของนิยายควรจะเป้นอย่างไร จบด้วยคววามสุข หรือจบลงด้วยการดำรงอยู่นั้น ออกจะยากไปที่จะตัดสิน


ดนตรีคลาสสิกถูกยึดกุมอยู่ในวงจำกัด จนกระทั่งมันได้แพร่กระจายออกมาสู่สาธารณะชน และดนตรีได้พัฒนาดัดแปลงให้มีดนตรีร้อง (Opera และBallet) ยิ่งทำให้ดนตรีคลาสสิกเข้าถึงคนชั้นกลางมากขึ้น การเรียน การสอนดนตรีตั้งแต่ในอดีตจึงถูกบ่มเพาะผ่านสถาบันชั้นสูง รวมถึงคีตกวีก็ล้วนต้องจบมาจากสถาบันเหล่านั้นจึงเป็นที่ยอมรับในแวดวง กระนั้นเมื่อก้าวสู่ศตวรรษใหม่ ดนตรีคลาสสิกได้อ่อนแรงลงไปมาก ประจวบกับแนวคิดทางด้านเสรีนิยม ได้พัฒนาหัวใจของคนชั้นกลางในเมือง ดนตรีคลาสสิกแม้ยังมีขนบของมัน ทว่าขนบเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมากขึ้น


คัตเอาท์โฆษณาหมากฝรั่ง ภาพนางแบบหันข้าง นัยน์ตาเศร้า มองออกไปสุดสายตา ฉากหลังเป็นสีแดงร้อนแรง คัตเอาท์นี้ถูกนำมาเป็นภาพโปสเตอร์สำหรับโปรโมตหนังไตรภาคอันเป็นตอนสุดท้ายของ Trois couleurs: Rouge สีแดงบนธงชาติฝรั่งเศสนั่นหมายถึงภราดรภาพ อันมีความหมายว่า “ความเป็นพี่น้อง” หากตีความตามมอตโตของคำนี้จึงมีความหมายโดยรวมถึงความสามัคคี ความเป็นปึกแผ่น แต่ก่อนจะเข้าสู่โหมดภราดรภาพได้นั้น สิ่งที่ต้องจัดการยากยิ่งกว่า นั่นก็คือเสรีภาพ และความเสมอภาค


ภาพเหมือนของบาร์ตอกที่แสดงให้เห็นตัวตนศิลปิน ผู้ซึ่งมีความอ่อนไหวทางความรู้สึก ไวโอลินคอนแชร์โต้บทนี้จึงมีลักษณะที่อบอุ่น ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ ของดนตรีซึ่งเล่าเรื่องได้อย่างหลากหลาย ทั้งอ่อนโยน เข้มแข็ง เศร้า สุข และเต็มไปด้วยเรื่องราวภายในจิตใจ โดยเฉพาะความรักที่เอ่อล้น ทว่าไปไม่ถึง บาร์ตอกเป็นคนที่เอาจริงเอาจังกับดนตรี กระนั้นบทเพลงของเขายังคงความลื่นไหล แสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์แบบเมื่อเพลงบรรเลงจบลง วิธีการสื่อของบาร์ตอกได้กำหนดทุกสิ่งอย่างเอาไว้ นั่นเป็นวิธีที่เขาปฏิบัติเสมอมา


เสียงเพลงของริชาร์ด สเตราซ์ ดึงดูดใจบาร์ตอกเป็นอย่างมาก เมื่อเขาได้ชมเพลงรอบปฐมทัศน์ของริชาร์ดที่บูดาเปส ดูเหมือนว่ามันคือแรงบันดาลใจของคีตกวีหนุ่มอย่างบาร์ตอกเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันเมื่อครอบครัวย้ายไปพักผ่อนยังรีสอร์ทฤดูร้อน แม่นมจากทรานซิลเวอร์เนียชอบร้องเพลงพื้นบ้านให้เขาฟัง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นต่อความฝังใจในเพลงพื้นบ้าน จนทำให้บาร์ตอกทุ่มเทแรงใจตลอดชีวิตในการถ่ายทอดเพลงพื้นบ้านออกมาเป็นบทเพลงของตน จนกระทั่งในปี 1907 เขาเริ่มได้รับอิทธิพลจากคีตกวีฝรั่งเศส โคลด เดบูซซี ซึ่งมีโครงสร้างเพลงในแบบโคดาลีย์ เดบูซซีทำให้เขาเกิดภาวะมองเห็นภาพเสียงเพลงแห่งตนลอยลิ่วอยู่ในหัวใจ


ในอัลบัมนี้เริ่มต้นด้วยเพลงที่เป็นชื่ออัลบัม White Ghost Dancing ดนตรีเริ่มด้วยความหึกเหิม และมีท่วงทำนองที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของบ้านเกิด เพลงเล่าเรื่องของชนเผ่าอะบอริจิน จิตวิญญาณของผืนป่า ผืนน้ำ เมฆ แสง และหมอก เสียงเครื่องเป่าหมายถึงเสรีภาพ ความคำนึงหา เครื่องสายสอดประสานเพื่อร้อยรัดผู้คนจากผืนแผ่นดิน ทั้งชนเผ่า และผู้ที่ไม่ใช่ให้เข้าไปด้วยกันจนเป็นหนึ่งเดียว ขณะที่เสียงประสานของเพลงราวกับเชื่อมจิตวิญญาณทั้งหลายที่ดำรงอยู่ สิ่งเหล่านั้นได้รับการขับขานออกมาเป็นบทเพลง White Ghost Dancing


การเที่ยวของผมในคราวนี้ไม่ใช่การไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ผมตั้งใจจะไปชมคอนเสิร์ตต่าง ๆ ที่ลอนดอนด้วย พอได้วีซ่าผมก็เริ่มค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะคอนเสิร์ตเพลงคลาสสิกและดนตรีแจ๊ส


ผู้อ่านเคยเป็นไหมครับว่าเมื่อเราดูหนังถึงช่วงไคลแมกซ์ (Climax) โดยเฉพาะในช่วงที่หนังต้องการให้จิตใจของผู้ชมหึกเหิม เราจะได้ยินเสียงเพลงบรรเลงที่มีท่วงทำนองลึกซึ้งกินใจ ที่ค่อย ๆ เริ่มต้นจากเบามากจนกระหึ่มขึ้นในบั้นปลาย เมื่อจบฉากดังกล่าวเราจะรู้สึกซ่านอารมณ์เข้าถึงตัวหนัง ในแง่ของคนทำหนังจุดนี้ถือเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ได้รับการเพาะบ่มมาจนกลายเป็นสูตรสำเร็จของหนังยุคใหม่ แล้วใช้เมื่อใดคนก็มักจะเข้าถึงอารมณ์หนังได้ดีทุกครั้ง


ถ้าหากจะบอกว่าสัญลักษณ์ของยุคบาโรคคือเพลงแบบไหน นักอ่านหลายท่านเพียงหลับตาก็คงได้ยินท่วงทำนอง Water Music ของแฮนเดิ้ล The Canons และ The Fugues ของบาค และ The Four Seasons ของวิวัลดี ทั้งสามเพลงนี้เหมือนเป็นหัวหอกของยุคบาโรคซึ่งทำให้ดนตรียุคดังกล่าวก้องกังวานด้วยท่วงทำนองอ่อนหวาน สงบ และเต็มไปด้วยความขรึมขลังต่อแบบแผนที่ชัดเจน ดนตรีในยุคบาโรคไม่ซับซ้อนจนเกินไป ดนตรีจึงมีความบริสุทธิ์สะอาด โดยดำรงค์ไว้ซึ่งความงามในแบบศรัทธาต่อพระเจ้า และธรรมชาติ


ซิมโฟนีหมายเลข 25 เป็นซิมโฟนีบทแรกของมายาคอฟสกี้ที่แต่งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เขาเริ่มวางโครงร่างในปี 1945 โดยนำเสนอลมหายใจอันเงียบงันของมนุษย์ในสนามรบที่เต็มไปด้วยความป่าเถื่อนของสงคราม ซิมโฟนีบทนี้จึงเป็นดังการเกิดซ้ำของรัสเซียที่จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง


ชื่อเสียงของโมสาร์ทเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไม่จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มนักฟังเพลงคลาสสิกเท่านั้น ทว่าชื่อของคีตกวีท่านนี้เป็นที่รู้จักขอนคนทั่วไปอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าเขาและเธอจะเคยฟัง หรือไม่เคยฟังมาก่อน ไม่ว่าจะรู้จักชีวิตคีตกวีนามนี้มากน้อยเพียงไรหรือไม่…ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ความมีชื่อเสียงของโมสาร์ทคือตัวแทนของความ “อมตะ” ไม่มีวันสูญหาย ไม่มีวันถูกฉีกทำลาย มีบุคคลไม่มากนักที่จะอยู่ในฐานะแบบนี้ และโมสาร์ทเป็นหนึ่งในสมาชิกสมาคมคนอมตะของโลกโดยมิต้องสงสัย


ผมเคยฟังผลงานของ Liela Josefowicz มาก่อนหน้านั้นหนึ่งอัลบัมคือ Bohemian Rhapdodies ซึ่งเป็นผลงานประเภทคัดสรรค์เพลงสำหรับไวโอลินและออร์เครสตร้าที่ผู้ฟังคุ้นเคยมาเล่น-ตีความใหม่ ตอนฟังครั้งแรกผมก็อดแปลกใจไม่ได้เพราะสุ้มเสียงไวโอลินของไลลานั้นให้สำเนียงที่แตกต่างจากนักไวโอลินคนอื่นอย่างเด่นชัด เด่นชัดในแง่การตีความ การบรรเลง ยิ่งเล่นเพลงที่ฮิตที่คุ้นเคยผมยิ่งมองเห็นเสน่ห์ของเธอ โดยเฉพาะบทบรรเลง Carmen Fantasy ของเปาโล เดอ ซาราซาเต ที่เคยฟังมาจากหลายนักดนตรี หลายเวอร์ชั่นต้องบอกว่าเธอผู้นี้ให้อะไรใหม่ ๆ ที่สดกระจ่างอย่างน่าทึ่ง ท่อนท้าย ๆ ของ Carmen Fantasy ลองไปฟังเถิดครับว่าวิธีการเล่นของเธอนั้นน่าทึ่งเพียงใด นอกจากความเร็วแล้วเทคนิคยังแพรวพราวอีกต่างหาก ส่วนเพลงที่ให้ความกังวานของเสียงไวโอลินอย่างมากคือ Tzigane ผลงานของราเวล แล้วเพลงนี้ของราเวลก็ได้อารมณ์แบบเพลงพื้นบ้านไม่น้อยทีเดียว


ฟรานซ์ ชูเบิร์ตเกิดในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 1797 (พ.ศ. 2340) ที่หมู่บ้านลิคเทนธัล นอกกรุงเวียนนา บิดาของเขาเป็นชาวโมราเวียน (Moravian) และ ออสเตรีย-ซีเลเชียน (Austrian-Silesian) โดยมีอาชีพเป็นครูสอนหนังสือในโรงเรียน แม้บิดาของชูเบิร์ตจะมีรายได้น้อย แต่เขาก็เป็นคนปลูกฝังการเล่นดนตรีให้กับชูเบิร์ต ชูเบิร์ตเรียนเปียโนมาจากพี่ชายของเขา โดยพี่ชายสอนให้เขาเล่นเพียงไม่กี่เดือนก็หมดภูมิความรู้ที่จะสอนต่อ เพราะชูเบิร์ตหัวไวในเรื่องดนตรี แถมยังมีเสียงร้องที่ไพเราะจับใจ จนกระทั่งบิดาของเขาส่งให้ชูเบิร์ตไปเรียนร้องเพลงที่โบสถ์


ตามธรรมเนียมการแสดงจะเริ่มต้นด้วยบทโหมโรง ทาง TPO เองก็มีธรรมเนียมปฏิบัติ เพลงโหมโรงจะนำเพลงไทย ทั้งไทยเดิม ไทยสากล มาดัดแปลง เรียบเรียงเสียงประสานเพื่อเล่นกับวงออร์เครสตร้า ซึ่งหลายครั้งการดัดแปลงเพลงไทยเดิมมาเล่นนั้นทางวงเล่นได้ดีเป็นพิเศษ บทโหมโรงในวันนี้คือ Trust (Confident in Thailand) เรียบเรียงโดยประทีบ พันตรีประทีป สุพรรณโรจน์ ซึ่งเป็นวาทยากรประจำวง


ก่อนเข้าสู่บทเพลงอันสุนทรีย์ของเพลงคลาสสิก ผมขอใช้หน้ากระดาษกล่าวถึงธุรกิจดนตรี-เพลงในเมืองไทยสักเล็กน้อย ในฐานะผู้บริโภคซึ่งเสียเงินเสียทองกับการสะสมอัลบัมเพลงในรูปแบบต่าง ๆ จนไม่กล้าคำนวนตัวเลขที่จ่ายไป เริ่มตั้งแต่การสะสมเทปคลาสเซ็ตมาเมื่อครั้งยังนุ่งขาสั้น จนมาถึงยุคที่แผ่นซีดีรุ่งโรจน์เจิดจรัส และหันกลับมาสะสมแผ่นเสียงตามความฝันหลังจากทำงานทำการในวัยหนุ่ม ทว่าในปัจจุบันกลับเป็นยุคที่ผมไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย ครั้นหมดยุคแผ่นเสียงเมื่อปี 80 มีแผ่นซีดีเข้ามาทดแทน แต่หลังปี 2010 แนวโน้มของร้านขายซีดีกำลังจะล้มหายตายจาก