นี่คือรวมเรื่องสั้นชุดหนึ่งที่เขียนโดยนักเขียนหญิง รวมเรื่องสั้นที่เฉลิมฉลองความเป็นหญิง แม้ด้านกลับกัน คือการกีดกันผู้หญิง แต่ผู้หญิงเหล่านี้ก็มารวมกัน (ภายใต้บรรรณธิการเพศชาย -น่าละอายเป็นสองเท่า) ไม่ใช่เพราะพวกเธอเป็นผู้หญิง แต่เพราะพวกเธอเขียน


อุทิศ เหมะมูล ได้รับรางวัลซีไรต์จากผลงานเรื่อง “ลับแล แก่งคอย” ด้วยความโดดเด่นในการนำเสนอโครงเรื่องและเนื้อหาที่ดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องเล่าธรรมดา จากตัวละครธรรมดา แต่นิยายของเขาทับซ้อนอยู่บนความคลุมเครือที่น่าค้นหา อุทิศคลี่คลายงานของตนมาอย่างต่อเนื่องหากติดตามผลงานของเขาสม่ำเสมอ เราจะเห็นถึงถ้อยคำที่เขาสื่อถึง และนี่คือบทสัมภาษณ์ล่าสุดก่อนที่ผลงานเล่มใหม่ของเขาจะวางขายในอีกไม่นาน


บทบันทึกในงานเปิดตัวหนังสือ “ใบหน้าอื่น” ที่ท่านผู้อ่านจะได้สัมผัสถึงเบื้องในและเบื้องลึกของนวนิยายเล่มนี้ พร้อมกับบรรยากาศของงานเปิดตัวที่ร้านหนังสือ Bookmoby


“กายวิภาคของความเศร้า” เขียนถึงความรัก ความระทม ความไม่สมหวัง การต่อสู้เพื่อให้หลุดพ้นจากการถูกครอบงำ ทั้งทางด้านจิตวิญญาณ และทางร่างกาย ผู้อ่านจะตระหนักถึงน้ำหนักของชีวิตที่ผูกติดอยู่กับร่างกาย ตัวตน ของตัวละครได้อย่างถึงแก่น สำนักพิมพ์ เม่นวรรณกรรม เชื่อว่า นวนิยายอันเรียบง่ายเรื่องนี้จะทำให้ผู้อ่านซาบซึ้ง และชื่นชอบได้เป็นอย่างดี


สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม มีความยินดีที่จะมอบสิ่งพิเศษสุดให้กับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในช่วงโปรโมชั่นหนังสือ “กายวิภาคของความเศร้า” โดยพรีออร์เดอร์ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2559 จากราคาปก 280 บาท ลดเหลือ 238 บาท โดยสามร้านหนังสืออันได้แก่ Bookmoby Matichon และ Readery ซึ่งร่วมงานและสนับสนุนสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรมมาโดยตลอด นักอ่านสามารถเลือกซื้อได้ทั้งสองร้านนี้ได้โดยพลัน (โปรดคลิกเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)


นิวัต พุทธประสาท เริ่มเขียนหนังสืออย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2534 ในปีแรกเขาเขียนเรื่องสั้นได้ประมาณสิบเรื่อง เรื่องส่วนใหญ่ลงถังขยะบรรณาธิการ รูปแบบเรื่องสั้นยุคแรกของเขามักสะท้อนสังคม นักเขียนที่เขาได้รับอิทธิพลในช่วงเริ่มต้นงานเขียนอย่างเฮมมิงเวย์, สไตน์เบ็ค, ตอลสตอย และกอร์กี้ สืบเนื่องจากกระแสธารการเขียนในแบบเพื่อชีวิต ยุคนั้นทำให้เขาสนใจสภาพทางสังคมของประเทศ รวมถึงงานของศรีบูรพา, ประมูล อุณหธูป, มนัส จรรย์ยงค์ ในเวลาต่อมาเขาได้รับอิทธิพลงานเขียนในแบบ กามู, คาฟก้า ดอสโตยเยียฟสกี้, มาร์เกซ, คุนเดอรา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เขาสนใจงานในแบบกระแสสำนึก


1. นามปากกา ‘สิเหร่’ ได้มาจากชื่อเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่ง
2. สิเหร่เติบโตมากับวิถีฮิปปี้
3. เขาคือนักเดินทางไกล ในยุคที่การเดินทางไม่ใช่การท่องเที่ยวเหมือนทุกวันนี้
4. Easy Rider เป็นแรงบันดาลใจแห่งจิตวิญญาณขบถ
5. ก่อนเป็นผีเพลง สิเหร่เคยเขียนบทความเกี่ยวกับเพลงลูกทุ่งมาก่อน

อ่านฉบับเต็มคลิก


JAZZ MURAKAMI

เขียนโดย สิเหร่
ฮารูกิ มูราคามิ เป็นนักฟังเพลงตัวยง ผลงานของเขาเกือบทุกเล่ม ตัวละคร บทบรรยาย บทสนทนา มักสอดแทรกเพลงลงไปในเนื้อเรื่องเสมอ โดยเฉพาะเพลงแจ๊ซมีอยู่ในทุกบริบทเรื่องแต่งของเขา

สิเหร่ นามปากกา ผู้เขียนเรื่องดนตรีสากล และบทเพลงแจ๊ซหลายเล่มได้รวบรวมบทเพลงแจ๊ซในงานเขียนของมูราคามิ มาวิเคราะห์ผ่านท่วงท่าของดนตรีได้อย่างถึงแก่นแกนอารมณ์ ซึ่งแฟนหนังสือมูราคามิไม่ควรพลาด ผู้ที่กำลังเริ่มฟังเพลงแจ๊ซ หรือชื่นชอบเพลงแจ๊ซอยู่แล้วไม่ควรพลาด

Pre-Order: Readery.co


สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม ร่วมกับร้านหนังสืออนไลน์ Readery.co เดินข้ามคืน เพื่อนักอ่าน ซื้อหนังสือ 1 เล่ม แถม 1 เล่ม (คิดราคาเล่มที่สูงที่สุด) เพียงสองวัน หนึ่งคืน ระหว่างวันที่ วันที่ 31 ธค. 58- 1 มค. 59 หนึ่งปีมีเพียงหนเดียวเท่านั้น ท่านที่มีแล้วอาจจะซื้อให้ห้องสมุดที่รักก็ได้นะครับไม่ว่ากัน 🙂
http://bit.ly/เม่นวรรณกรรม-NY


วันเสารที่ ๑๘ กรกฏาคม เวลา ๑๕.๐๐ น.-๑๕.๓๐ น.

พบกับ วิวัฒน เลิศวิวัฒน์วงศา ผู้เขียน สิ้นสุรีย์ และจักรวาลของการมอดไหม้Œ พร้Œอมรับหนังสือพรีออร์เดอร์

วันอาทิตยที่ ๑๙ กรกฏาคม เวลา ๑๕.๐๐ น.-๑๕.๓๐ น.

พบกับ นิวัต พุทธประสาท บรรณาธิการสำนักพิมพเม่‹นวรรณกรรม *สามารถรับหนังสือพรีออร์เดอร์สำหรับผูŒที่มารับไม่‹ทัน


แม้ชื่อรางวัลอาจจะดูแปลกๆ แต่สิ่งที่สำนักพิมพ์ภูมิใจก็คือ “อีกวันแสนสุขในปี 2527” ได้รับการต้อนรับจากผู้อ่านอย่างอบอุ่น หนังสือเล่มนี้ติดซาร์ตท็อปเทนหลายสัปดาห์ในหลายๆ ร้านหนังสือ และยังเป็นหนังสือที่ได้รับการพูดถึงในด้านเนื้อหาไม่น้อย และเราเชื่อว่ารางวัลนี้จากร้าน BookMoby คงไม่ทำให้สำนักพิมพ์หยุดเพียงเท่านี้


โดย ดอกฝน
ไม่บ่อยครั้งนักที่จะมีวรรณกรรมแนวนี้ ซึ่งสามารถสั่นสะเทือนอารมณ์ของคนอ่านได้ เช่นที่นิยายขนาดสั้น 2 เล่มอย่าง “รัตติกาลของพรุ่งนี้” โดย นิวัต พุทธประสาทและ “อีกวันแสนสุขในปี 2527” โดย วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา ทำได้


สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม ภูมิใจเสนอ “อีกวันแสนสุขในปี 2527” ในรูปแบบ E-Book ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถพกหนังสือเล่มนี้ไปอ่านได้ทุกที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ไม่จำกัดแม้แต่ระบบปฏิบัติการณ์ ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ล วินโดว์-วินโดว์โฟน หรือ แอนดรอยด์


คนเขียนยังคงทำในสิ่งที่ถนัดได้ดีเหมือนเดิม นั่นคือการทำให้เราอ่านหนังสือแล้วรู้สึกเหมือนดูหนัง (ซึ่งนี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้มนุษย์ไม่อ่านหนังสืออย่างเรา อ่านหนังสือของเขาได้จบเล่ม) ภาษาที่ใช้มันสร้างภาพในสมองให้เหมือนการดูภาพยนตร์ มันตัดฉากอย่างรวดเร็ว มันเล่าเรื่องด้วยมุมมองของบุคคลที่สาม (aka มุมกล้อง) ไม่ใช่บุคคลที่หนึ่ง หรือสอง (ไม่มีบทพูด)


งานเขียนของนิวัตให้ความรู้สึกอย่างนั้น จากมุมมองของพลซุ่มยิงสังหารอารมณ์ที่เฝ้ารอเวลาอันเหมาะสม สังเกตทุกรายละเอียดแม้เล็กน้อย คอยอย่างใจเย็น แล้วทันทีที่ฝูงนกโผขึ้นฟ้าด้วยตกใจเสียงปืนลั่นนั่นก็ได้แปลว่ามีบางสิ่งถูกเด็ดปลิวไปแล้ว ซึ่งนิวัตก็ไม่เคยพลาดเป้าเสียด้วย

“รัตติกาลของพรุ่งนี้” ตั้งคำถามกับสิ่งที่เราเชื่อและความจริงที่ลวงตา นวนิยายบางเฉียบพุ่งเสียบขั้วหัวใจของเผด็จการ อีกผลงานน่าประทับใจจากสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรมที่นักอ่านอินดี้ไว้วางใจยาวนาน


ตัวละครหลักในเรื่องมีความแปลกแยกจากพื้นที่ที่มีชีวิตอยู่ โดยมีตัวละครรองที่ตัวละครหลักหวังไว้ว่าจะเป็นที่พักพิงทางด้านจิตใจในช่วงที่กระแสการเมืองรุนแรง แต่ก็เปล่า ตัวละครรองเหล่านั้นช่วยส่งเสริมความแปลกแยกมากขึ้นไปอีก ส่งผลให้ตัวละครหลักเป็นผู้อยู่แสนไกล เป็นผู้ที่ไม่ได้อยู่พื้นที่นี้ เป็นเพียงอะไรก็ไม่รู้ที่น่ากำจัดไปพ้นๆ หรือไม่ก็ปล่อยให้แห้งเหี่ยวเฉาตาย


งานมหกรรมหนังสือเดือนตุลาคมกลับมาอีกครั้ง เมื่อมีงานหนังสือทีไรทำให้คิดถึงเพื่อนพ้องน้องพี่ นักอ่าน-นักเขียน เพราะเป็นโอกาสเดียวที่เราจะได้พบกัน เลือกซื้อหนังสือที่ไม่เคยอยู่บนแผงร้านหนังสือใหญ่ พบปะ พูดคุย และอัพเดตสถานการณ์ชีวิต วีดีโอนี้ผมรวบรวมภาพถ่ายในงานสัปดาห์หนังสือครั้งที่ 42 เมื่อต้นปี ตอนทำเสร็จแล้วก็ดูแล้วดูอีกหลายสิบรอบก็ไม่เบื่อ คิดถึงทุกคนนะครับ แล้วพบกันในงาน คลิกเข้าไปดูวีดีโอกันนะครับ


ก่อนที่งานของกาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซจะเป็นที่รู้จักในหมู่นักอ่านบ้านเรา เราไม่ค่อยเห็นว่าสังคมไทยของเราก็มีความมหัศจรรย์ในเรื่องราวต่างๆ หลายอย่าง เราไม่ค่อยให้ความสำคัญกับความมหัศจรรย์ซึ่งปรากฏอยู่ในรากเหง้าของเราเอง คือเรามีสิ่งที่เป็นเนื้อหาแบบนี้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้ต่อยอดทำให้มีชีวิต


ผู้เขียนได้รู้จัก หนังสือ “ขัปปะ” เมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว เป็นเล่มที่พิมพ์โดย ดีเค บุ้คส์ ชุดวรรณกรรมคลาสสิคเอเซีย เขียนโดย ริวโนะซุเกะ อะคุตะงาวะ


เวลาป้าอ้อมอ่านหนังสือ
นอกจากการแทะแจ๊บๆ เยี่ยงหนอนหิวโซและชอบหม่ำหนังสืออร่อยๆ แล้ว
ป้าอ้อมยังเคยใช้ตัวหนังสือทำมาหากินมาบ้าง
ฉะนั้นเวลาหยิบหนังสือแต่ละเล่มขึ้นมาแทะ
จึงอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงจึ๊กจั๊กจุ๊กจิ๊กอยู่ในหัว