หญิงสาวที่หายไป ความฝันอันแปลกประหลาด: โดย ภูพเยีย

บทวิจารณ์โดย ภูเพยีย

“หญิงสาวที่หายไป
ความฝันอันแปลกประหลาด
ทางออกของความลึกลับ
ใกล้เท่าที่คุณสัมผัส
สู่ความจริง
ก่อนที่คุณจะตกเป็นเหยื่อ” *

“ความโดดเดี่ยวทั้งมวลที่ไม่มีใครสังเกตเห็น” เป็นนวนิยายที่เล่าเรื่องราวของวีรชาติ ชายหนุ่มที่ตกงาน (ซึ่งเป็นเหตุการณ์น่าจะเกิดในช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่แตกราว ๆ ปี ๓๙ ถึงปี ๔๑ ) เขาแต่งงานกับหญิงสาวที่มาจากครอบครัวมีหน้ามีตาในสังคม “พ่อของเอมเป็นผู้พิพากษาศาลอาญา เป็นผู้มีอำนาจและชื่อเสียงในวงการ แม่ของเธอเป็นผู้พิพากษาศาลแพ่ง ส่วนพี่ชายรับราชการในกระทรวงยุติธรรมแม้จะร่ำเรียนมาททางด้านรัฐศาสตร์ เรียกได้ว่าเป็นครอบครัวขบวนการยุติธรรม (p66)” เป็นครอบครัวที่มีอำนาจและแสดงออกซึ่งความรักที่น่าเป็นแบบอย่างจนบางครั้งหญิงสาวเกิดความรู้สึกอึดอัดในการจะดำเนินชีวิตคู่อย่างอิสระในแบบของตัวเองกับชายหนุ่มของเธอ แต่เมื่อทั้งคู่ได้แต่งงานกัน จู่ ๆ เธอก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย บางคราวขณะอ่านฉันก็นึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งคือเรื่อง ตามรอยรัก ( O Zahir) ผลงานของ เปาโล คูเอลญูขึ้นมา เพราะเขามีภรรยา มีความรักรออยู่ที่บ้านและแล้ววันหนึ่งเธอก็หายตัวไป แต่หลังจากความงุนงงสงสัยและคำถามมากมายในช่วงแรกผ่านไป เขาก็รู้สึกว่าเขาได้พบกับอิสระ เขาเริงรื่นกับชีวิตไร้พันธะและเดินหน้ามองหาความสัมพันธ์ใหม่ ๆ พยายามทำให้ระบบที่ขาดพร่องหายไปได้รับการจัดแต่งใหม่ให้เต็มเหมือนเดิม

แต่ในนิยายเล่มนี้มีความลึกลับเพิ่มขึ้น เพราะมีเรื่องราวซับซ้อนของความฝัน ความเจ็บปวดในอดีตที่ไม่อาจจะเยียวยา “เวลาฝันถึงท้องฟ้าสีแดงและฟ้าแลบ ความเศร้าเข้าครอบงำ เมื่อผมตื่น ราวกับเงาทะมึนของท้องฟ้ามีอิทธิพลต่อจิตใจส่วนลึก ผมกำลังตกอยู่ในความฝัน ความฝันนั้นเหมือนจริงจนคิดว่ามันเป็นชีวิตของผม ความกลัวทำให้จิตใจไม่มั่นคง สับสนและอ่อนแอ…” ความลึกลับในการถามหาความฝัน กับผู้คนที่ไม่มีความฝันนั้นช่างแสนจะประหลาด เหตุการณ์หลายต่อหลายเหตุการณ์เป็นเชิงตั้งคำถามให้ผู้อ่านถามตัวเองอยู่บ่อยครั้งว่า เรายังมีฝันอยู่หรือไม่ การมีความฝันเป็นแรงผลักให้เราอยากทำอะไรต่อมิอะไรจริงหรือไม่หรือเพียงแต่ไม่ทำตัวแปลกแยกเท่านั้น และที่สำคัญ คนที่ไม่มีความฝันนั้นสามารถสรุปได้แล้วหรือว่า เขาเป็นคนแปลกแยกต่อสังคม “ฉันไม่มีความฝัน ฉันจึงมาอยู่ที่นี่ …ฉันไม่เคยมีความฝันว่า ฉันต้องการทำอะไร ต้องการเป็นอะไร ต้องการอยู่ที่ไหน ต้องการไปที่ใด ฉันไม่เคยมีความฝันแบบนั้น ตอนที่ครูประถมถามฉันว่า พอโตขึ้นฉันอยากจะเป็นอะไร ฉันมักตอบว่าไม่รู้ ครูคนนั้นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ…วันที่ถูกตีทำให้ฉันมานอนคิดว่า ถ้าเราไม่ฝันเหมือนคนอื่นเราก็จะต่างจากพวกเขาตลอดไป (p237)”

วีรชาติมีความรักที่ไม่อาจลืมเลือนอยู่หลายครั้ง แต่วันนี้เขาต้องตามหาหญิงสาวสองคนที่หายไป “ผมตามหาผู้หญิงสองคน คนแรกเอม เธอหายไปไร้ร่องรอย ปราศจากเบาะแส เธอจากไปเพราะไร้รักหรือเรื่องอื่นที่ผมคาดเดาไม่ได้
คนที่สองวันเพ็ญ ผมไม่รู้ว่าเธอเป็นเพื่อนเก่าก่อนของผมหรือใครที่ไหนที่ไม่เคยรู้จัก เธอตายไปแล้ว หายสาบสูญหรือยังดำรงชีวิตอยู่ก็หารู้ไม่.. (p225)”

“เรื่องราวของความรัก…มีสุข มีทุกข์
ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเท่านั้นจะเข้าใจ”

เป็นประโยคคลาสสิกสำหรับนิยายเรื่องนี้พอควร เพราะ …ความรักไม่อาจกักขังร่างกายของเราเอาไว้ในที่ใดที่หนึ่ง ไม่แม้แต่จะกักขังหัวใจ วิญญาณหรือความรู้สึก ความรักมีความหมายถึงเสรีภาพ มันสามารถโบยบินได้เหมือนนกแล้วจะไปเกาะอยู่ที่ใดที่หนึ่ง พักอยู่ที่นั่นชั่วคราวหรือถาวร สุดแล้วแต่หัวใจจะพาไป คำถามที่ว่า “ เ ร า ยั ง มี ค ว า ม รั ก ต่ อ กั น ใ ช่ ไ ห ม” ก็จะเจือจางการค้นหาคำตอบ เพราะคำตอบได้ตอบอยู่ภายในตัวของเราเอง เหมือนกับนกบินกลางสายฝน นกตัวนั้นมันรู้ว่าจะมีที่เกาะ มันมีขาของมันและมันจะสามารถพักลงที่ใดก็ได้

กับความรู้สึกโดดเดี่ยวที่ผู้เขียนทิ้งไว้เราคิด ข้าพเจ้าโดดเดี่ยวหรือไม่ ไม่เคยสังเกตหรือไม่เคยตั้งคำถามนี้กับตัวเองสักเท่าไร แต่เมื่อลองค้นหาความหมายของคำว่า “โดดเดี่ยว” แล้ว มันมีหลายความรู้สึกประเดประดังเข้ามา เพราะความโดดเดี่ยวอาจจะหมายถึงความเงียบเหงา เศร้า น่าสงสาร ไร้ค่าในสายตาของใคร ไม่มีคุณค่าสำหรับใคร ๆ
หรือความโดดเดี่ยวจะหมายถึงความ สง่างาม มุ่งมั่น ไม่เหมือนใคร เป็นความแตกต่างที่เกิดจากความเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นในความเป็นอยู่ ไม่เอนเอียง จึงทำให้เกิดความเป็นเอกภาพ
หรือท้ายที่สุดแล้ว ความโดดเดี่ยวจะหมายถึงความสงบสุข เป็นการเลือกทางเดินชีวิตที่อยากจะโดดเดี่ยว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งใด ๆ จึงเป็นเรื่องการเลือกที่จะโดดเดี่ยวเพื่อพบความสงบซึ่งความสงบนี้เป็นทางเชื่อมไปสู่ความสุขที่แ้ท้จริง คือไม่ต้องมีอะไรก็มีความสุข ดังนั้นความโดดเดี่ยวจึงเป็นสถานะที่แตกต่างกันได้ แล้วแต่ความรู้สึกตอนนั้นเป็นอย่างไร แล้วจริงหรือไม่ที่..คุณรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เดียวดาย หนาวเย็น ยิ่งมารู้ว่าแท้แล้ว คุณไม่ได้วิเศษกว่าใครอื่นนั้น ยิ่งทำให้คุณโดดเดี่ยว ??

นิยายยังมีความเป็นวิทยาศาสตร์เหมือนหนังเรื่องหนึ่งคือเรื่อง Inception ที่ข้าพเจ้าอาจไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาเกี่ยวกับการเข้าแทรกแซงความฝันเพื่อเปลี่ยนโลก ในนิยายนี้ก็เช่นกัน มีอุดมการณ์ของความฝันอยู่ แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับข้าพเจ้ารู้สึกว่า การมีความฝันคือการที่เรามีชีวิตอยู่

หนังสือเล่มนี้ของนักเขียนท่านนี้ ข้าพเจ้าเพิ่งจะเคยอ่านสำนวนแบบนี้เป็นครั้งแรก ภาษาค่อนข้างโรแมนติกนิด ๆ บทอีโรติกก็เขียนได้น่าอ่านแม้จะแทรกมาอยู่อย่างบาง ๆ ก็ชวนอ่านนิยายหรืองานเขียนแนวอื่น ๆ ของเขาบ้าง

สำหรับหนังสือเล่มนี้ ทำให้หันมามองความรักว่าเราควรจะรักกันอย่างไรจะได้ไม่ต้องตามหาความรู้สึกบางอย่างที่หายไป เพราะบางครั้งเราก็ไม่ได้สังเกตตัวเองเลยว่า เรารักแต่ความรู้สึกส่วนตัว โลกส่วนตัว รักความอิสระมากจนอึดอัดกับการจะใช้ชีวิตกับอีกคนซึ่งเป็นคู่ชีวิตหรือคนร่วมทางกับเรา อย่าปล่อยให้คนข้าง ๆ ของเราเฉาตายโดยไม่รู้ตัว ไม่เช่นนั้น การที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวโดยไม่ต้องมีคู่ก็สามารถมีความสุข สงบเย็นได้ถ้าเรารู้จักความรักหรือทาง ๆ นั้นอย่างแท้จริง

หรือ“…ยิ่งมีมนุษย์มากขึ้นเท่าไร เราก็ยิ่งโดดเดี่ยวมากขึ้นเท่านั้น บางครั้งมันไม่มีคำตอบ หรือบางทีการอยู่เพียงลำพังอาจทำให้เราพบความเงียบที่เราตามหา และเมื่อนั้นเราอาจไม่โดดเดี่ยว …”

ขอบคุณมากค่ะ
ภูเพยีย
๒๒ เมษายน ๒๕๕๕

*http://vimeo.com/35738500

[ขอขอบคุณการอ่าน
ที่ทำให้พบเจอกับสิ่งดี ๆ คนดี ๆ เพิ่มมาในชีวิต
และดีใจที่ได้รู้จักนักอ่านที่น่ารักอย่างพี่หนอนฯ
ขอบคุณพี่หนอนฯมาก ๆ ค่ะ ]

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s