บทบันทึกในงานเปิดตัวหนังสือ “ใบหน้าอื่น” ที่ท่านผู้อ่านจะได้สัมผัสถึงเบื้องในและเบื้องลึกของนวนิยายเล่มนี้ พร้อมกับบรรยากาศของงานเปิดตัวที่ร้านหนังสือ Bookmoby


หากคุณมองหาหนังสือเขียนโดยนักเขียนสาวบนแผงหนังสือวัยรุ่น คุณอาจจะค้นหาไม่ยาก แต่ถ้าคุณจะหานักเขียนสาวในสายวรรณกรรม ชื่อแรกๆ ที่เรานึกถึงคงไม่มีใครนอกจาก อุรุดา โควินท์ เธอเขียนหนังสือมาอย่างยาวนาน มีผลงานสม่ำเสมอ บ้างก้ว่าเธอไปได้ทั้งสายโรแมนติก และยังมาได้ในทางวรรณกรรม นี่เป็นบทสัมภาษณ์ล่าสุดของเธอที่เม่นวรรณกรรม และเพจ Facebook เม่นวรรณกรรมยินดีนำเสนอ


นับจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 จนถึงเวลาในปัจจุบันที่เรากำลังหายใจเอาความขัดแย้งระหว่างทุนเก่ากับทุนใหม่ ระหว่างเมืองกับชนบท ระหว่างไพร่กับอำมาตย์ ระหว่าง “เทวดา” กับ “องค์อินทร์” (คำของ “ลาว คำหอม”ในเรื่องสั้น สวรรยา : ขวัญใจ 2505) และหรือเลือกข้างกันไปแล้วแต่ “เฉดสี” ตามมายาคติต่างๆของตน สิ่งที่ปรากฏในเรื่องสั้นไทยปัจจุบัน ผมคิดว่าเราได้ผ่านพ้นยุค “ถวิลหาอดีต” ที่เรียกว่า goodie หรือ good old day มาไกลแล้ว


“ยูโทเปียชำรุด” ฉบับพิมพ์ครั้งที่สอง สามารถพรีออร์เดอร์ได้แล้วที่ Readery ในราคาพิเศษ จาก 290 ลดเหลือ 270 (หนังสือหนา 336 หน้า) ส่งฟรี!!!!
==========================

ฉบับนี้มีได้มีการปรับเปลี่ยนขนาดของหนังสือให้เล็กลงเล็กน้อย (ขนาดจะเท่ากับ “ความโดดเดี่ยวของนักวิ่งระยะไกล” และ “Jazz Murakami” ที่ออกมาเมื่อช่วงต้นปี) เพื่อทำให้หนังสือเล่มนี้เหมาะแก่การอ่านอย่างแท้จริง เพราะสามารถพกพาใส่กระเป๋าไปอ่านได้สะดวกกว่าขนาดสิบหกหน้ายกพิเศษ ที่มีความกว้างและสูงเกินไป ซึ่งสำนักพิมพ์เล็งเห็นการออกแบบของการอ่านมาเป็นลำดับต้นๆ
==========================
อีกทั้งยังขัดเกลาคำผิด คำเกิน ตัวฟอนท์เปลี่ยนให้มีความหนาขึ้น เพื่อความสะดวกในการอ่านได้ง่าย โดยยังคงเนื้อหาภายในดั้งเดิม รวมถึงภาพประกอบที่สวยงามของนจดงค์ บุญประเสริฐ นักออกแบบกราฟิตี้คนสำคัญของเมืองไทย
==========================
“ยูโทเปียชำรุด” รวมเรื่องสั้นโดยวิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา หนึ่งในนักเขียนไทยที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดคนหนึ่ง นี่คือรวมเรื่องสั้นที่ผู้อ่านมีกระแสตอบรับมากมาย เป็นรวมเรื่องสั้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่าน ต่อยอดจากหนัง สู่หนังสือ สู่บทเพลง และกลับไปที่หนังสืออีกครั้งดังวังวนงานศิลปะ เขาเขียนถึงยุคสมัยที่มีอยู่จริง ในโลกที่แสนเศร้าเหงา จนเราไม่สามารถปฏิเสธมันได้
==========================
#porcupinebook


เรารู้สึกเอื่อยเฉื่อยในช่วงแรกของเล่มอยู่บ้าง ย่ำวนราวน้ำท่วงขังในวันฝนกระหน่ำ กทม. แต่พอผ่าน 1/4 ของเล่มมาได้ ต้องเรียกใหม่ว่า ตัวหนังสือที่รอการระบายทางสายตา ไหลลิ่ว ยาวไป จนจบ

หาซื้อหนังสือได้ที่ Readery.co / Bookmoby / Candide Books / KINO KUNIYA / B2S / Book Bury / คำนำ / Book Re:Public / ร้านหนังสือ 2521 / Maticon


กายวิภาคของความเศร้า: นิวัต พุทธประสาท (นวนิยาย)

เรื่องราวเกี่ยวกับ ช่างภาพ ผู้จัดการอพาร์ทเม้นต์ นางแบบ อาจารย์สาว อดีตพ่อครัว พนักงานภาคพื้นดิน และนักเขียนผู้ไร้แรงบันดาลใจ พวกเขามาพบกันโดยบังเอิญ ผูกพันเพื่อลาจาก ครุ่นคิดตระหนักถึงชะตากรรมร่วมกัน ชีวิตที่พวกเขาเลือกเดิน ไปสู่ปมปัญหาส่วนตัวที่ยากจะตัดสินใจ ถึงที่สุดจิตใจซึ่งเต็มไปด้วยความระทมทุกข์ นวนิยายเรื่องนี้พาผู้อ่านสัมผัสถึงเรื่องราวของผู้คนธรรมดาสามัญ ความรักที่ไปไม่ถึง เส้นแบ่งของการก้าวข้ามความสัมพันธ์

“กายวิภาคของความเศร้า” เขียนถึงความรัก ความระทม ความไม่สมหวัง การต่อสู้เพื่อให้หลุดพ้นจากการถูกครอบงำ ทั้งทางด้านจิตวิญญาณ และทางร่างกาย ผู้อ่านจะตระหนักถึงน้ำหนักของชีวิตที่ผูกติดอยู่กับร่างกาย ตัวตน ของตัวละครได้อย่างถึงแก่น สำนักพิมพ์ เม่นวรรณกรรม เชื่อว่า นวนิยายอันเรียบง่ายเรื่องนี้จะทำให้ผู้อ่านซาบซึ้ง และชื่นชอบได้เป็นอย่างดี สั่งซื้อหนังสือ


สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม มีความยินดีที่จะมอบสิ่งพิเศษสุดให้กับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในช่วงโปรโมชั่นหนังสือ “กายวิภาคของความเศร้า” โดยพรีออร์เดอร์ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2559 จากราคาปก 280 บาท ลดเหลือ 238 บาท โดยสามร้านหนังสืออันได้แก่ Bookmoby Matichon และ Readery ซึ่งร่วมงานและสนับสนุนสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรมมาโดยตลอด นักอ่านสามารถเลือกซื้อได้ทั้งสองร้านนี้ได้โดยพลัน (โปรดคลิกเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)


นิวัต พุทธประสาท เริ่มเขียนหนังสืออย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2534 ในปีแรกเขาเขียนเรื่องสั้นได้ประมาณสิบเรื่อง เรื่องส่วนใหญ่ลงถังขยะบรรณาธิการ รูปแบบเรื่องสั้นยุคแรกของเขามักสะท้อนสังคม นักเขียนที่เขาได้รับอิทธิพลในช่วงเริ่มต้นงานเขียนอย่างเฮมมิงเวย์, สไตน์เบ็ค, ตอลสตอย และกอร์กี้ สืบเนื่องจากกระแสธารการเขียนในแบบเพื่อชีวิต ยุคนั้นทำให้เขาสนใจสภาพทางสังคมของประเทศ รวมถึงงานของศรีบูรพา, ประมูล อุณหธูป, มนัส จรรย์ยงค์ ในเวลาต่อมาเขาได้รับอิทธิพลงานเขียนในแบบ กามู, คาฟก้า ดอสโตยเยียฟสกี้, มาร์เกซ, คุนเดอรา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เขาสนใจงานในแบบกระแสสำนึก


พบกับสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม ที่บู๊ธ Alternative Writers D12 โซน Plenary Hall ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม จนถึงวันที่ 10 เมษายน 2559 ระหว่างเวลา 10.00 น. ถึง 21.00 น. ณศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


งานเปิดตัวหนังสือ Jazz Murakami หนังสือที่รวบรวมบทเพลงแจ๊ซที่สอดแทรกอยู่ในนิยาย และเรื่องสั้นของมูราคามิ พบสิเหร่ ผู้เขียน และแขกรับเชิญ อนันต์ ลือประดิษฐ์ คอลัมนิสต์ดนตรีแจ๊ส วิกรานต์ ปอแก้ว นักเขียน และนักวิจารณ์หนังสือ โดยมีจักรพันธุ์ ขวัญมงคล บรรณาธิการหนังสือ The Hollywood Reporter เป็นพิธีกร

พร้อมกับโชว์พิเศษสุด โดยกอล์ฟ ทีโบน และนายน้อย ที่ recoroom เอกมัย 10

วันที่ 26 มีนาคม 2559
เวลา 18.00 น.

คลิกที่นี่เพื่อ ลงทะเบียนร่วมงาน

สอบถามเพิ่มเติม 0972361475

#porcupinebook #jazzmurakami #opening #book #music #event #jazz #recoroom #vinylshop #bangkok


1. นามปากกา ‘สิเหร่’ ได้มาจากชื่อเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่ง
2. สิเหร่เติบโตมากับวิถีฮิปปี้
3. เขาคือนักเดินทางไกล ในยุคที่การเดินทางไม่ใช่การท่องเที่ยวเหมือนทุกวันนี้
4. Easy Rider เป็นแรงบันดาลใจแห่งจิตวิญญาณขบถ
5. ก่อนเป็นผีเพลง สิเหร่เคยเขียนบทความเกี่ยวกับเพลงลูกทุ่งมาก่อน

อ่านฉบับเต็มคลิก


1.มูราคามิเคยเปิดบาร์แจ๊ซก่อนมาเขียนหนังสือ
2.มูราคามิชื่นชอบดนตรีเป็นอย่างมาก
3.เขาคือเจ้าพ่อ Pop Culture ขนานแท้
4.ในงานของเขาเต็มไปด้วยความโรแมนติก
5.มูราคามิชื่นชอบแมวเป็นพิเศษ

อ่านเรื่องราวทั้งหมดคลิกเลย


JAZZ MURAKAMI

เขียนโดย สิเหร่
ฮารูกิ มูราคามิ เป็นนักฟังเพลงตัวยง ผลงานของเขาเกือบทุกเล่ม ตัวละคร บทบรรยาย บทสนทนา มักสอดแทรกเพลงลงไปในเนื้อเรื่องเสมอ โดยเฉพาะเพลงแจ๊ซมีอยู่ในทุกบริบทเรื่องแต่งของเขา

สิเหร่ นามปากกา ผู้เขียนเรื่องดนตรีสากล และบทเพลงแจ๊ซหลายเล่มได้รวบรวมบทเพลงแจ๊ซในงานเขียนของมูราคามิ มาวิเคราะห์ผ่านท่วงท่าของดนตรีได้อย่างถึงแก่นแกนอารมณ์ ซึ่งแฟนหนังสือมูราคามิไม่ควรพลาด ผู้ที่กำลังเริ่มฟังเพลงแจ๊ซ หรือชื่นชอบเพลงแจ๊ซอยู่แล้วไม่ควรพลาด

Pre-Order: Readery.co


การวิ่ง อุบัติเหตุนอกเฟรมภาพ ตัวละครที่เป็นเพียงภาพขยายของบาดแผลจากอุบัติเหตุในอดีต และการไม่ย้อนคืนกลับมาเป็นปกติ เป็นแก่นแกนของงานชุดนี้ที่เกือบทั้งหมดเมื่อพ้นไปจากการเมืองก็จะเป้นการลเ่าเรื่องของชีวิตอ้างว้างในเมืองใหญ่ รักไม่สมปรารถนา ที่มีผลจากเรื่องในอดีตที่ผู้อ่านได้รู้เพียงครึ่งเดียว กรือไม่ได้รับรู้ หรือไม่มีสิทธิ์รับรู้ราวกับตัวละครในเรื่องไม่มีใครเป็นอิสระ ทุกตัวเป็นนักโทษของอดีต ผีที่ตามหลอกหลอน หรือคำสาป

จุดที่ชอบมากๆ จริงๆ คือการไม่คลี่คลาย ว่าอะไรเคยเกิดขึ้น ช่องว่างระหว่างนอกเรื่องเล่ากับในเรื่องเล่าทำให้คนอ่านร่วงหล่นได้ และความไม่คลี่คลายกลายเป็นนหัวใจ


ชอบมากที่สุดสำหรับเล่มนี้คือน้ำเสียงในการเล่าเรื่อง ภาษาเรียบง่าย อ่อนหวานแต่เศร้า เหมือนคลื่นสั่นไหวใต้ผิวน้ำอันเรียบสงบ สละสลวยด้วยถ้อยคำ สะเทือนอารมณ์


1.บางคนอาจจะไม่ทราบว่า วิกรานต์ ปอแก้ว เกิดวันเดียวกับผู้กำกับหนังชื่อดังชาวรัสเซีย อังเดร์ ทาร์คอฟสกี้ คือวันที่ 4 เมษายน แม้ทั้งสองจะเกิดห่างกันถึงห้าทศวรรษ แต่วิกรานต์เกิดเพียงสี่ปีทาร์คอฟสกี้ก็ถึงแก่ความตาย

2.เขาเกิดที่หล่มสัก เรียนจบคณะเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ใช้เวลาเรียนเพียงสามปีครึ่ง ทำงานสายธนาคารอยู่เจ็ดปี และสายโรงงานอีกสี่ปี ระหว่างทำงานเรียนจบปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ ไม่กี่ปีจากนั้นเขาเลือกเดินบนเส้นทางสายวรรณกรรม

3.หลายคนบอกว่า “ความรัก” ทรงอนุภาพมากกว่าสิ่งใด ไม่น่าเชื่อว่าเขาหลงใหลวรรณกรรมเพราะถูกแฟนทิ้ง นั่นทำให้เขาเยียวยาตัวเองด้วยการเขียนบล๊อค เริ่มจากรีวิวหนังสือที่อ่านแล้วชอบ จนเขากลายเป็นนักอ่านตัวยง หรือว่าความรักที่พังทลายทรงอนุภาพมากกว่า

4.เรื่องสั้นเรื่องแรกของเขาไม่เคยตีพิมพ์ที่ไหน แต่เขียนลงให้คนอ่านในบล๊อค ส่วนเรื่องสั้นที่ตีพิมพ์ครั้งแรก “คำสารภาพของชายแปลกหน้า” ตีพิมพ์ในจุดประกายวรรณกรรม ไม่นานนักก็มีเรื่องสั้นทยอยตีพิมพ์ตามหน้านิตยสาร นอกจากนั้นเขายัง ได้เข้ารอบสุดท้ายรางวัลพานแว่นฟ้า ชมเชยรางวัลมติชนอะวอร์ด และเข้ารอบสุดท้ายรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด

5. “ความโดดเดี่ยวของนักวิ่งระยะไกล” เป็นรวมเรื่องสั้นเล่มแรกของเขากับสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม ปัจจุบันเขาลาออกจากงานมาทำงานสายวรรณกรรมเต็มตัว

สั่งซื้อหนังสือได้ที่ Readery.co


การออกแบบของรวมเรื่องสั้น “ความโดดเดี่ยวของนักวิ่งระยะไกล” มาลงตัวทีการเลือกมานิตา ส่งเสริม เป็นผู้ออกแบบปก เธอไม่ใช่นักออกแบบหน้าใหม่เสียทีเดียว มีผลงานที่น่าจดจำตั้งแต่หน้าปก วารสาร Bookmoby หน้าปกหนังสือ SUM ที่เป็นที่ฮือฮามาแล้ว นอกจากนั้นเธอยังมีผลงานอีกมากมายทั้งในและต่างประเทศ

แนวคิดของมานิตาต้องการสื่อหน้าปกโดยใช้สัญลักษณ์ และการปล่อยที่ว่างให้คิด พื้นที่สี่เหลี่ยมสีแดง สามารถแทนสนามหญ้า ลู่วิ่ง สนามวิ่ง พื้นที่ หรือกรอบที่ครอบคลุมไว้ ส่วนวงกลมคือตัวแทนของคนหรือตัวละครในแต่ละตัว ปกหน้าจะเชื่อมโยงไปถึงปกหลัง คือวงกลมที่พ้นออกจากกรอบและย้ายมาตำแหน่งที่ 3

มานิตาเลือกใช้สีแดง เพราะด้วยพลังของสีเหมือนเป็นการตะโกนหรือการเรียกร้องออกมาซึ่งต้องการให้ตัดกับรูปแบบที่เรียบง่ายของการจัดวางและชื่อเรื่อง


เราจึงพบว่า เรื่องสั้นสมัยใหม่มีทีท่าคล้ายกับได้เนรเทศตัวเองไปจากปริมณฑลของความบันเทิงใจไปสู่ดินแดนแห่งการขบคิดที่สร้างความไม่คุ้นเคยแก่ผู้อ่าน ขณะเดียวกันเรื่องสั้นสมัยใหม่ก็ได้บัญญัติความบันเทิงใจแบบใหม่ขึ้นด้วย โดยดำริให้เป็น “ความบันเทิงทางปัญญา” เสมือนหนึ่งว่า การอ่านเรื่องสั้นสมัยใหม่เท่ากับเป็นการศึกษาชีวิตอันลึกซึ้ง


พบกับบู๊ธ Alternative Writers E08 ในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติครั้งที่ 20 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 21 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2558 เวลา 10.00 น. ถึง 21.00 น.