A Season To Remember #02

A Season To Remember #02

ก่อนค่ำคืนมหัศจรรย์

เดอะค็อปทุกคนคงไม่มีวันลืมค่ำคืนแห่งความมหัศจรรย์เกมยุโรปที่แอนฟิลด์ 2019 ในการเปิดบ้านต้อนรับบาร์เซโลนา ยอดทีมจากสเปน ที่ฝังพวกเขาถึงสามประตูจากเกมนัดแรกที่คัมป์นู บาร์เซโลนาได้รับการยกย่องว่าเป็นทีมระดับโลกทีมหนึ่ง ที่มียอดนักเตะอย่างเมสซี ชัวเรซ คูตินโญ่ ลิเวอร์พูลต้องการอย่างน้อยสามประตูเพื่อกลับมาตีเสมอ และสี่ประตูเพื่อชนะ โดยไม่เสียแม้ประตูเดียว แล้วในที่สุดเกมเลกที่สองในแอนฟิลด์ การพลิกกลับมาชนะ 4-0 หลายคนมองว่าเกิดจากหลายปัจจัย แม้ว่าลิเวอร์พูลจะขาดตัวหลักอย่างเฟอร์มีโน และเศาะลาห์ โดยจำเป็นต้องส่ง โอริกิ กับ ชาชิรี ลงเล่นเป็นตัวจริงซึ่งทั้งสองคนนับจำนวนครั้งในการลงเล่นเป็นตัวจริงได้เลย รวมถึงการขาดเกอิต้าที่กำลังเร่งฟอร์มขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงท้ายฤดูกาล ก็ได้รับการบาดเจ็บปิดเทอมยาวไปเรียบร้อย มูริญโญ่ซึ่งตอนนี้ทำงานเป็นผู้บรรยายให้กับสถานีโทรทัศน์ ให้ความเห็นว่า

การคัมแบ็คกลับมาครั้งนี้ของลิเวอร์พูลมีเพียงหนึ่งเดียว – ‘เยอร์เก้น’

แม้ก่อนหน้านี้น้ามูจะเชื่อว่าลิเวอร์พูลคงจบสิ้นเส้นทางเข้ารอบยูฟ่าแชมเปียนลีกแล้วก็ตาม เนื่องจากความพ่ายแพ้ในเลกแรกถึงสามประตู โดยไม่มีอะเวย์โกล์ติดมือกลับมาเลย แต่ค่ำคืนมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น และลิเวอร์พูลจองตั๋วเดินทางไป แมดริด ที่สนามเหย้าของแอตเลติโก แมดริด Wanda Metropolitano Stadium ในรอบชิงเป็นทีมแรกเรียบร้อยแล้ว

แต่ก่อนจะพูดถึงค่ำคืนมหัศจรรย์ ผมขอพาผู้อ่านกลับไปยังค่ำคืนแห่งความทรงจำอีกนัด แต่มันไม่ใช่ค่ำคืนของชัยชนะ แต่เป็นค่ำคืนของความพ่ายแพ้ทุกข์ระทม นั่นก็คือ ยูฟ่านัดชิงที่เคียฟในปี 2018 ระหว่างลิเวอร์พูล กับรีลแมดริด นัดนั้นคือจุดเริ่มต้นที่แสนเจ็บปวด หากจะกล่าวได้ว่าลิเวอร์พูลในฤดูกาลนั้นเป็นรองรีลแมดริดในทุกด้าน ตั้งแต่ตัวผู้เล่น ประสบการณ์ รวมถึงปัญหาภายในทีม (การจากไปกระทันหันของบูวัค) รีลแมดริดเป็นแชมป์ยูฟ่ามาแล้วสองสมัยติดต่อกัน พวกเขาต้องการทำประวัติศาสตร์ให้กับทีม คือชนะสามปีติดต่อกัน ในขณะนั้นพวกเขามีสุดยอดนักเตะอย่างโรนัลโด้ โมดริก รามอส มาร์เซโล โครส พวกเขาล้วนผ่านสนามชิงแชมป์มาอย่างโชกโชน ขณะที่ลิเวอร์พูลในช่วงหลายปี ผ่านสนามบอลยุโรปแบบไม่ขาดๆ หายๆ ไม่ปะติดปะต่อมีนักเตะไม่กี่คนที่ผ่านการลุ้นแชมป์ จนเป็นแชมป์ หรือลุ้นแชมป์และผิดหวัง (ถ้วยยูโรป้า) การเผชิญหน้ากับบิ๊กระดับยุโรปอย่างรีลแมดริดคือหินผาที่สูงตระหง่านอย่างไม่ต้องสงสัย

แมตช์นั้นลิเวอร์พูลต้องเสียโม เศาะลาห์ ระหว่างเกม โมคือตัวความหวังที่ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลฤดูกาลแรกก็ยิงระเบิดเทิดเทิง เศาะลาห์ได้รับการบาดเจ็บ จากการเข้าบอลของรามอส ซึ่งในโลกโซเชียลฯ ต่างมองว่ารามอสนตั้งใจทำฟาว เพื่อให้เศาะลาห์ได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นการไม่มีเศาะลาห์ในสนาม เท่ากับตัดแขนตัดขาลิเวอร์พูลไปอย่างไม่ต้องสงสัย

และความทรงจำที่ไม่น่าทรงจำของแมตซ์ดังกล่าว หากไม่พูดถึงคาริอุส นายประตูลุคสุดหล่อที่กลายมาเป็นตัวความหวังว่าจะสามารถอุดรอยรั่วที่เรื้อรังมานานในตำแหน่งนี้เสียทีก็ดูเหมือนจะไม่เป็นดังฝัน กลายเป็นว่าคาริอุสมาเสียสองประตูสำคัญจากความผิดพลาดส่วนตัว ลูกแรกจากความที่คาริอุสต้องการจะเปิดเกมเร็ว เขากลับขว้างบอลไปเข้าเท้าของเบนเซมา ทำให้เสียประตูไปแบบไม่น่าเชื่อ แม้มาเน่จะตีเสมอได้ในเวลาต่อมา แต่ลิเวอร์พูลก็มาโดนลูกยิงจักรยานอากาศสุดสวยของเบลล์ที่ได้บอลมาจากมาร์เชโลทำให้นำห่างออกไป 2-1 และประตูสุดท้ายจากลูกยิง ซึ่งยิงโดยเบลล์อีกครั้ง เบลล์ยิงเต็มเท้า ลูกบอลพุ่งไปตรงๆ มีอาการส่ายนิดๆ แล้วคาริอุสก็พยายามจะตะปบบอล แต่ดูเหมือนเขาสองจิตสองใจว่าจะตะปบลงพื้น หรือจะรับให้ติดมือ แต่กระนั้นบอลก็กระฉอกออกไปจากฝ่ามือเข้าประตูไปแบบง่ายๆ อีกครั้ง (จนต่อมาคาริอุสกลายเป็นสัญลักษณ์ในการล้อเลียนของฝ่ายตรงข้าม ยิงเป็นตุง หรือคาริอุสเข้าสิงโกล์คนไหนก็มักจะมีอาการป้ำเป๋อเสียลูกง่ายๆ) ประตูที่สาม เป็นการปิดท้ายเกมอันเจ็บปวด ลิเวอร์พูลแพ้แบบหมดรูปสู้ไม่ได้ เมื่อไม่มีเศาะลาห์ทุกอย่างก็ตื้อตันไปหมด ความหวังในการทำประตูอยู่ที่มาเน่ กับฟีร์มีโน นั้นก็ไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้กลับมาตีเสมอได้ ยิ่งมาเสียประตูจากความผิดพลาดส่วนตัว ยิ่งทำให้รีลแมดริดเล่นกันสบายขึ้น จบเกมคาริอุสร่ำไห้ ขอโทษในความผิดพลาดของตัวเอง เป็นภาพที่น่าเศร้าและแสนเจ็บปวด

ความพ่ายแพ้ต่อรีลแมดริดในนัดชิง เป็นความทรงจำอันเลวร้าย อาจจะเรียกได้ว่าต้องลืมให้เร็วที่สุด ภาพหลอนของคืนนั้นทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงภายในทีมในช่วงตลาดซัมเมอร์เป็นอย่างมาก หลังจบแมตซ์ไม่กี่วัน ลิเวอร์พูลก็ประกาศคว้าตัวฟาบินโญ่มาจากโมนาโคแบบสายฟ้าแลป ในราคา £39m เป็นดีลที่เงียบมากๆ ดีลหนึ่ง ฟาบินโญ่แม้จะไม่ใช่บิ๊กเนม แต่เป็นนักเตะที่ดีคนหนึ่ง เขาถูกหลายทีมจากพรีเมียร์ลีกจับตามอง แต่เขาก็เลือกมาเล่นให้กับลิเวอร์พูล ฟาบินโญ่เป็นนักเตะสารพัดตำแหน่ง ในทีมชาติบราซิลเขาเล่นเป็นแบ๊คขวาก็ได้ และยังสามารถยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ๊คก็ได้เช่นกัน แม้ฟาบินโญ่จะถูกค่อนขอดว่านักเตะบราซิลอะไรไม่ติดทีมชาติไปบอลโลก แม้แต่เดอะค็อปก็งงว่าฟาบินโญ่จะมาเล่นตำแหน่งไหนกันแน่ ฟาบินโญ่อาจจะมาทับตำแหน่งของเฮนเดอร์สัน ซึ่งในฤดูกาลที่ผ่านมารวมถึงฤดูกาลนี้ช่วงต้น เขาลงต่ำมาเป็นกลางตัวรับ และตัวเชื่อมเกมจากด้านหลังไปสู่แดนหน้า

นักเตะอีกคน นาบี เกอิต้า ตกลงเซ็นสัญญาซื้อขายมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อน จาก อาเบไลฟซิก ด้วยค่าตัว £52.75m การมาของเกอิต้าเป็นเหมือนตัวความหวังของแฟนบอลลิเวอร์พูล ด้วยการเล่นที่ครองบอลได้ดี จ่ายบอลไปข้างหน้า เลี้ยงบอลกินตัว และเหนียวแน่น เป็นกองกลางสร้างสรรค์เกมรุก แน่นอนในตำแหน่งนี้ไม่ได้มาแทนคูตินโญ่ แต่เป็นกองกลางที่ลิเวอร์พูลขาดมาตลอดหลายปี หลายคนมองว่าเกอิต้าจะมาช่วยเติมตำแหน่งของอ็อกเหลด ที่ต้องพักตลอดทั้งฤดูกาลที่จะถึง

และก่อนที่บอลโลกจะเริ่มขึ้น ข่าวการล่าตัวนาบิล ฟีเคียร์ กองกลางตัวรุกทีมชาติฝรั่งเศสก็เริ่มกระหึ่มในโลกโซเชียลอีกครั้ง ฟีเคียร์เป็นอีกหนึ่งกองกลางตัวรุกที่คล็อปป์มองหา อาจจะมาเป็นตัวตายตัวแทนกับการเสียคูตินโญ่ให้กับบาร์เซโลนาก็เป็นได้ ดีลที่ดึงกันไปดึงกันมาระวหว่างทีมซื้อขายของลิเวอร์พูลกับป๋าอูลาสเจ้าของทีมลียงเป็นไปอย่างชิงไหวพริบ จนเหมือนจะปิดดีลสำเร็จ ลิเวอร์พูลได้รับอนุญาตให้ฝ่ายแพทย์ของสโมสรเดินทางไปตรวจร่างกายฟีเคียร์ถึงแคมป์ฝึกซ้อมทีมชาติ มีการจัดฉากถ่ายวิดีโอสัมภาษณ์ เดอะค็อปก็เฝ้าวันที่สโมสรจะประกาศดีลอย่างเป็นทางการ แต่วันที่หนึ่งผ่านไป วันที่สองผ่านไป ดูเหมือนว่าดีลที่ตกลงกันระหว่างลิเวอร์พูลกับลียงเริ่มจะมีกลิ่นความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น ป๋าอูลาสประกาศถอนตัวการซื้อขายดีลดังกล่าว ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น (เอาจริง แม้แต่ฟีเคียร์ก็อาจจะไม่รู้) หลายคนประเมินว่า สาเหตุดีลล่มครั้งนี้น่าจะมาจากบาดแผลในการรักษาอาการผ่าตัดหัวเข่าของฟีเคียร์เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดีลดังกล่าวไม่เกิดขึ้น เชื่อว่าแพทย์ที่ตรวจร่างกายให้ความเห็นว่า การรักษาหัวเข่าของฟีร์เคียร์มีแนวโน้มที่จะทำให้เขาบาดเจ็บในระยะยาวได้อีก ลิเวอร์พูลถอยดีลนี้อย่างเงียบงัน ไม่มีการให้ข่าว ไม่มีการพูดถึง เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น พีเคียร์เต็มไปด้วยอารมณ์หม่นเศร้า ตนดูเหมือนสิ้นหวังที่จะย้ายทีม เขาเล่นทีมชาติอย่างมืออาชีพแม้จะเป็นตัวสำรอง ก่อนจะช่วยให้ทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์ได้สำเร็จ

เกมอุ่นเครื่องที่อเมริกากำลังเริ่มขึ้น นักฟุตบอลที่ทยอยกลับจากบอลโลกได้โอกาสลาพักเพิ่มเติม ดีลเล็กๆ ในราคา £13.75m คือการคว้าตัวแจร์ดัน ชาชีรีนักเตะทีมชาติสวิส จากสโต๊กซิตี้ที่เพิ่งตกชั้น ชาชีรียอมตัดวันพักผ่อนเพิ่มเติมของเขาหลังบอลโลกออกไป เพื่อเดินทางมาสมทบกับเพื่อนร่วมทีมที่กำลังออกทัวร์อเมริกา และในเกมอุ่นเครื่องเขาก็ฉายให้เห็นถึงระดับฝีเท้าที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ชาชีรีกลายมาเป็นนักเตะตัวรุกที่จะสร้างความหลากหลายให้กับทีม หรืออย่างน้อยน่าจะสามารถแบ๊คอัพเศาะลาห์ มาเน่ หรือฟีร์มีโน ในวันที่ได้รับบาดเจ็บ หรือต้องโรเตชั่นนักเตะ แล้วดูเหมือนแฟนบอลก็ชื่นชอบในตัวเขาไม่น้อย

ฤดูกาลใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้น แล้วดูเหมือนลิเวอร์พูลจะไม่มีใครมาเพิ่มอีกแล้ว ฤดูกาล 2017/18 ลิเวอร์พูลยิงประตูจำนวนมากก็จริง แต่เมื่อหันหลังกลับไปก็พบว่าจำนวนประตูที่เสียไปก็มากมายเช่นกัน นัดไหนยิงได้สามสี่ประตู แต่ก็มาเสียสองหรือสามประตู จนบางครั้งเฉือนชนะกันเพียงแค่ประตูเดียว ช่วงตลาดหน้าหนาวลิเวอร์พูลได้คว้าตัวเวอร์จิลด้วยค่าตัวกองหลังสถิติโลกมาแล้ว ทำให้เกมรับดูแข่งแกร่งขึ้นก็จริง แต่ว่ามันยังไม่ได้ปรับแก้ปัญหาที่แท้จริงของทีม แม้แฟนจะสนับสนุนทั้งคาริอุส และมิโญเลต์ พวกเขารู้ว่าทั้งสองคนก็ยังไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง

ก่อนเปิดฤดูกาลลิเวอร์พูลมีคิวอุ่นเครื่องเล็กๆ อีกสามแมตซ์ เกมระหว่างทรานเมียร์และคาริอุสก็ลงทำหน้าที่อีกครั้ง แล้วแทนที่เขาจะได้ทำให้ทีมพบกับความอุ่นใจ อาการมึนงงและบาดแผลของเขาที่รีลแมดริดฝากเอาไว้จนถึงเวลานี้ยังไม่สามารถเยียวยาได้ เขาเสียประตูแบบความผิดพลาดส่วนตัวอีกครั้งจากเกมอุ่นเครื่อง ขณะที่มิโญเล่ต์ก็ยังไม่กลับจากการพักผ่อนเพิ่มเติมในช่วงบอลโลก ดีลสำคัญก็เกิดขึ้นเมื่อลิเวอร์พูลสามารถทำการตกลงกับโรม่าคว้าตัวอลิซน ผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติบราซิล มาในราคา £65m ซึ่งกลายเป็นค่าตัวสูงสุดในโลกสำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตู แน่นอนว่าดีลนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับเดอะค็อปอย่างไม่ต้องสงสัย ผลงานของเขากับโรม่าบอกบางสิ่งบางอย่าง แม้เขาจะเคยโดนลิเวอร์พูลกระซวกมาในเกม ชปล. ก็ตาม การคว้าอลิซนเข้ามาสู่ทีมกลายเป็นว่าลิเวอร์พูลอาจจะต้องการขาย หรือให้ยืมตัวนายทวารคนใดคนหนึ่งออกไป ในตอนแรกเหมือนเป็นว่ามิโญเลต์จะเป็นคนถูกขายหรือยืมตัว แต่เอเยนต์ของคาริอุสกลับทำให้เบซิตัสทีมจากตุรกียืมตัวเขาจากลิเวอร์พูลได้ก่อน โดยมีสัญญาการยืมตัวสองปี ทำให้มิโญเลต์จำเป็นที่จะต้องอยู่กับทีมต่อไป

การซื้ออลิซนในราคาสถิติโลกกลายเป็นข่าวขาเมาส์ของบรรดาทีมคู่แข่ง บ้างก็ว่าใช้เงินซื้อ ตำแหน่งนายประตูมันจะสำคัญระดับไหนกันแน่ อลิซนจะดีจริงกับราคาที่ลิเวอร์พูลยอมจ่ายไปหรือไม่ หรือเยอร์เก้นเคยสัมภาษณ์ว่าเขาไม่ใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อนักเตะเพียงคนเดียว แน่นอนว่าสถานการณ์เปลี่ยน ลิเวอร์พูลขายคูตินโญ่ออกไปในราคา £142m และยังได้ส่วนแบ่งจากการที่ทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ UCL ดังนั้นการซื้ออลิซน เบเกอร์ ก็ถือว่าเป็นความชอบธรรม พวกเขาเปลี่ยนเงินของคูตินโญ่มาเป็นค่าตัวของเวอร์จิลและอลิซน สำหรับแฟนลิเวอร์พูลแล้วมันคือนักเตะที่ตรงกับจุดที่ทีมต้องการ แต่ไม่นานราคาสถิติโลกของอลิซนก็ต้องถูกลบไปในไม่กี่สัปดาห์เมื่อเชลซีที่เสียกูร์ตัวให้กับรีลแมดริด เชลซีพยายามหาผู้รักษาประตูคนใหม่ ในที่สุดเขาก็ซื้อเกป้า อาริซาบาลาก้า ด้วยราคาฉีกสัญญามูลค่าถึง £71.6m ทำให้เกป้ากลายมาเป็นนายทวารที่มีค่าตัวสูงสุดแทนอลิซน จนเดอะค็อปหลายคนโล่งใจที่ราคาค่าตัวของอลิซนถูกทำลายลงโดยเร็ว เขาจะไม่ต้องได้รับความกดดันบ้าๆ บอๆ ของแฟนบอลทีมอื่น

บทถัดไป

A Season To Remember #01

A Season To Remember #03

Leave a Reply

Close Menu
×

Cart