เชื่อว่าปี 2021 เป็นอีกปีที่มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมายสำหรับทุกคน อาจเป็นเรื่องที่ทำให้สุข หรือทุกข์ใจจนรู้สึกว่างเปล่า เบื่อหน่าย เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID- 19 ที่วนลูปกลับมา ยิ่งตอกย้ำให้ถลำลงไปในวังวนแห่งความเศร้า อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เราได้ประคับประคองชีวิต และเดินทางจนมาถึงช่วงสุดท้ายของปีนี้อีกครั้ง แน่นอนว่าการอ่านหนังสือคือทางเลือกที่ดี ในช่วงเวลาที่ไม่สามารถออกไปพบเจอผู้คน บทความนี้ได้คัดสรร 10 หนังสือแนะนำ ประเภทวรรณกรรมเยาวชน และ หนังสือจิตวิทยาพัฒนาตนเอง ที่จะพาผู้อ่านไปพบกับเพื่อนเก่าอีกครั้ง หรือได้มีโอกาสทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ โดยหวังว่าจะช่วยปลอบประโลมหัวใจของผู้อ่านให้อบอุ่น และอบอวลไปด้วยความรัก มาร่วมเดินทางไปพร้อมกันนะคะ

“ครั้งแรกที่ฉันได้อ่านหนังสือที่ดีเยี่ยม
มันเหมือนกับฉันได้รู้จักเพื่อนใหม่
เมื่อฉันอ่านหนังสือที่เคยอ่านมาก่อน
ก็ราวกับได้มาพบปะกับเพื่อนเก่าอีกครั้ง”

(Oliver Goldsmith, 1728-1774)
Tweet
Contents hide

หนังสือแนะนำ วรรณกรรมเยาวชนที่ช่วยให้หัวใจอบอุ่น

วรรณกรรมเยาวชน ใครว่ามีไว้ให้เด็กอ่านเพียงอย่างเดียว หลายครั้งที่ผู้ใหญ่ กระทั่งเด็กๆ เอง มักหวนคิดถึงช่วงเวลาวัยเยาว์ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เสียงหัวเราะ และความไร้เดียงสา 

เคยไหมในช่วงเวลาที่รู้สึกสับกับชีวิต จนทำให้อยากจะกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง พยายามมองหาความเป็นเด็กที่ซุกซ่อนอยู่ แล้วจะหามันได้ที่ไหน? วรรณกรรมเยาวชนทั้ง 5 เล่มนี้อาจมีคำตอบให้คุณ

เจ้าชายน้อย

เจ้าชายน้อย: Le Petit Prince ( หนังสือแนะนำ ต้องอ่าน )

ผู้เขียน: อองตวน เดอ แซงเตก-ซูเปรี (Antoine de Saint-Exupéry) 

ผู้แปล: อำพรรณ โอตระกูล

สำนักพิมพ์: จินด์

จำนวนหน้า: 168 หน้า

เรื่องย่อ: อองตวน เดอ แซงเตก-ซูเปรี ให้กำเนิดเจ้าชายน้อยมาสู่โลกวรรณกรรมด้วยเจตจำนงเพื่อสื่อสารโดยแฝงเร้นนัยเสียดเย้ยความเป็นผู้ใหญ่ของมนุษย์ แต่ทว่าเสน่ห์ของเจ้าชายน้อย และการเดินทางท่องจักรวาลที่จับใจเด็กๆ อย่างน่าอัศจรรย์นั้น ทำให้นักวรรณกรรมทั้งโลกต่างยกย่องให้มันเป็นผลงานชิ้นเปล่งประกาย ที่สื่อถึงคุณค่าสากลอันเป็นความหมายของชีวิตได้อย่างลึกซึ้งและหมดจดงดงามอย่างที่สุด วรรณกรรมขนาดสั้นชิ้นคลาสสิกนี้ จึงถูกจัดเป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ติดอันดับขายดีระดับโลกและได้รับการแปลไปเกินกว่า 300 ภาษาแล้วเมื่อนับถึงบัดนี้

ทุกครั้งที่เห็นรูปหมวก มันทำให้เรานึกถึง เจ้าชายน้อย วรรณกรรมที่เราอ่านซ้ำไปมาหลายรอบ ทุกรอบที่กลับไปอ่าน เราตีความเนื้อหาและประโยคในหนังสือไม่เหมือนกันสักครั้ง ตอนที่เราเป็นเด็ก เราไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าชายน้อยทิ้งสุนัขจิ้งจอก เมื่อโตขึ้นเราได้เข้าใจว่าเจ้าชายน้อยไม่ได้ทิ้งสุนัขจิ้งจอกเสียทีเดียว เจ้าชายน้อยมีสิ่งที่ต้องทำ สุนัขจิ้งจอกเองก็เข้าใจ พวกเขาอยู่ในความทรงจำของกันและกันเสมอ 

“ฉันรู้จักดาวอยู่ดวงหนึ่งที่มีชายหน้าแดงคล้ำอาศัยอยู่ เขาไม่เคยดมดอกไม้เลย เขาไม่เคยแม้แต่จะมองดวงดาว เขาไม่เคยรักใครเลย เขาไม่เคยทำสิ่งใด นอกจากคิดเลข และตลอดวันเขาพูดซ้ำๆซากๆเหมือนเธอว่า ฉันเป็นคนเอาการเอางาน ฉันเป็นคนเอาจริงเอาจัง และนี่ทำให้เขาตัวพองด้วยความเย่อหยิ่ง แต่เขาไม่ใช่มนุษย์หรอก เขาเป็นเห็ด!”

ประโยคที่เจ้าชายน้อยพูดกับผู้เขียนหรือนักบินด้วยความโกรธ ที่ไม่เข้าใจความรู้สึกของเขา ตอนแรกที่อ่านเราไม่เข้าใจแม้แต่น้อย แต่เมื่อเรามีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เราจึงได้เข้าใจสิ่งที่เจ้าชายน้อยพูดถึงเจ้ามนุษย์คนนั้น และตระหนักได้ว่านี่เรากำลังกลายเป็นคนแบบนั้นอยู่หรือเปล่า 

เจ้าชายน้อยจัดเป็นหนังสือที่น่าประทับใจมากเล่มหนึ่ง เนื่องด้วยเนื้อหาที่แฝงไปด้วยความลึกซึ้ง และมีการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย จึงทำให้สามารถอ่านได้ทุกช่วงวัย ไม่จำกัดอายุ เจ้าชายน้อยสอนให้เราเติบโตในโลกของผู้ใหญ่ได้โดยที่ไม่เจ็บปวดมากนัก และทำให้เราได้ย้อนมองสิ่งที่เผลอหลงลืมไปเมื่อโตขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้จินตนาการ การคิดและพูดอย่างตรงไปตรงมา และการให้ความสำคัญกับคนรอบตัวเรา เชื่อว่าหลายคนที่เคยอ่านวรรณกรรมเล่มนี้ หากได้ลองอ่านทบทวนอีกครั้ง คงเหมือนได้กลับไปคุยกับเพื่อนเก่าที่คุ้นเคย หรือเจอเรื่องราวใหม่ๆ และอาจคลายความสับสนที่มาพร้อมกับการเติบโตของเรา 

ชาร์ล็อตต์ แมงมุมเพื่อนรัก หนังสือแนะนำ

ชาร์ล็อตต์ แมงมุมเพื่อนรัก: Charlotte’s Web

ผู้เขียน: อี. บี. ไวท์ (E.B. White)

ผู้แปล: คณา คชา

สำนักพิมพ์: แพรวเยาวชน

จำนวนหน้า: 198 หน้า

เรื่องย่อ: เรื่องราวของมิตรภาพอันสวยงามระหว่าง ลูกหมูตัวน้อย และแมงมุมยักษ์สีเทา ในโรงนาแห่งหนึ่ง พร้อมสรรพสัตว์ในโรงนา ที่สอนให้รู้จักคุณค่าของเพื่อนว่าสำคัญและยิ่งใหญ่เพียงใด แม้บางครั้งชีวิตเราไม่สมบูรณ์สักเท่าไหร่ แต่ทุกอย่างลุล่วงได้เพราะเรามีเพื่อน 

วรรณกรรมเล่มนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับแมงมุมที่ชื่อ ชาร์ล็อต ซึ่งช่วยชีวิตลูกหมูอย่าง วิลเบอร์ ให้รอดพ้นจากการถูกฆ่าเพื่อนำไปเป็นอาหารด้วยวิธีการต่างๆ นี่คือบทสนทนาระหว่างตัวละครที่เราชอบเป็นพิเศษ

“ทำไมเธอถึงทำเพื่อฉันขนาดนี้” วิลเบอร์ถาม “ฉันไม่ควรจะได้รับสิ่งเหล่านี้ ฉันไม่เคยทำอะไรตอบแทนเธอเลย”

“เธอทำแล้ว ก็เธอเป็นเพื่อนฉันไง” ชาร์ล็อตต์ตอบ “นั่นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ฉันชักใยให้เธอเพราะฉันชอบเธอ ยิ่งไปกว่านั้น ชีวิตคืออะไร เราต่างเกิดมามีชีวิตอยู่ในระยะเวลาอันสั้น ไม่ช้าก็ตายไป…การที่ฉันได้ช่วยเธอ ทำให้ชีวิตฉันมีค่าขึ้น…”

ครั้งแรกที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องแมงมุมเพื่อนรัก เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เราเสียน้ำตาให้กับตอนจบของเรื่อง ด้วยความที่เป็นเด็กจึงทำให้เราหลงลืมเรื่องราวเหล่านี้ไปในเวลาเพียงไม่นาน กระทั่งวรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้ขึ้นแท่นหนังสือขายดีอีกครั้ง ทำให้เราได้ลองอ่านเนื้อเรื่องในหนังสือ ด้วยภาษาที่ตรงไปตรงมา และการใช้สัตว์ต่างๆ ในฟาร์มเป็นตัวละคร ทำให้เราได้ใช้จินตนาการเหมือนตอนที่เรายังเป็นเด็ก ไปกับทุกหน้ากระดาษที่อ่าน 

มิตรภาพระหว่างชาร์ล็อตต์ และวิลเบอร์นั้นลึกซึ้งเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้ เรายังเด็กเกินกว่าที่จะเผชิญโลกกว้างเพียงลำพัง การมีเพื่อนแท้สักคนจึงเป็นเรื่องที่ดีราวปาฏิหารย์ในชีวิต และสุดท้ายชีวิตของเราต้องไปต่อ แม้ว่าจะไม่มีเพื่อนคนสำคัญคอยอยู่ข้างๆ แล้วก็ตาม นี่คือส่วนหนึ่งที่วรรณกรรมเรื่องนี้สอนเรา แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ยังมีเรื่องราวชวนอบอุ่นหัวใจอีกมากมายในฟาร์มรอให้ทุกคนได้ร่วมค้นหา 

มิโล แมวน้อยกระโดดไม่เป็น วรรณกรรมเยาวชน 2021

มิโล แมวน้อยกระโดดไม่เป็น: Storia di Milo, Il Gatto Che non Sapeva Saltare ( หนังสือแนะนำ พลาดไม่ได้ )

ผู้เขียน: คอสตันซา ริซซาคาซา ดอร์ซอนญา 

(Costanza Rizzacasa d’Orsogna)

ผู้แปล: นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ

สำนักพิมพ์: อ่านอิตาลี

จำนวนหน้า: 112 หน้า

เรื่องย่อ: มิโล เป็นแมวดำที่เกิดข้างถนน ความโดดเดี่ยวทำให้มันต้องรีบเป็นผู้ใหญ่ แม้ภายนอกมันจะดูเปราะบาง และตัวเล็กนิดเดียว แถมยังกระโดดไม่เป็น เดินเซ เฉียงไปเฉียงมา แต่มันไม่รู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ 

คืนหนึ่ง ท่ามกลางพายุฝน มันตัดสินใจออกผจญภัยและได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งอาจรอมันอยู่เหมือนกัน เธอทำให้มันรู้จักความหมายของคำว่า บ้าน ช่วยมันเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ด้วยความรักและความอดทน นอกจากนั้น มันยังได้พบเพื่อนใหม่มากมาย เพื่อนเหล่านี้ทำให้มันรู้ว่าเราสามารถเปลี่ยนความเปราะบางให้เป็นพลังได้

เคยได้ยินความเชื่อเกี่ยวกับแมวดำไหม ทำไมแมวดำถึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคร้ายล่ะ ไม่ใช่แค่มนุษย์อย่างเราหรอกนะที่สงสัย เจ้าแมวดำอย่าง มิโล เองก็สงสัยและไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไร มิโลมีแม่และหญิงสาวที่คอยให้ความรักกับมันอยู่เสมอ

มิโล แมวน้อยกระโดดไม่เป็น หนังสือที่ตกทาสแมวตั้งแต่ภาพปก มาพร้อมกับเรื่องราวการผจญภัยผ่านมุมมองของเจ้าเหมียว ที่ไม่ได้ชวนให้เศร้าเสียจนรู้สึกหดหู่ หากแต่ทำให้เราได้รู้จักพลังของการแบ่งปันความรัก การให้โอกาสผู้อื่น และเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น นอกจากนี้มิโลพยายามบอกเราว่าการมีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์แบบนั้นเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของชีวิต สิ่งสำคัญคือการที่เราสามารถอยู่กับมันได้อย่างมีความสุขต่างหาก หากใครที่กำลังท้อแท้ หรือหมดหวังในตัวเอง เรื่องราวของมิโลจะช่วยปลอบประโลมหัวใจที่เหนื่อยล้าของคุณได้อย่างแน่นอน

โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง วรรณกรรมเยาวชน

โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง: 窓ぎわのトットちゃん / ( หนังสือแนะนำ ที่ห้ามพลาด )

ผู้เขียน: คุโรยานางิ เท็ตสึโกะ (Kuroyanagi Tetsuko) 

ผู้แปล: ผุสดี นาวิจิต

สำนักพิมพ์: ผีเสื้อ

จำนวนหน้า: 304 หน้า

เรื่องย่อ: โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง เล่มนี้ ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน ที่เล่าออกมาในรูปของวรรณกรรมทำให้อ่านง่าย สนุก และชวนติดตาม โต๊ะโตะจัง ถูกไล่ออกจากโรงเรียนเก่าขณะเรียนอยู่ชั้นประถมหนึ่งเท่านั้นเอง! เพียงเพราะความซุกซนตามประสาเด็กๆ แต่ครูกลับคิดว่าเป็นการรบกวนเพื่อนร่วมชั้น จึงเป็นเหตุให้ต้องหาโรงเรียนใหม่

โรงเรียนโทเมโอ เป็นโรงเรียนที่ใช้ตู้โดยสารรถไฟเป็นห้องเรียน และมีครูใหญ่ที่เข้าใจเด็กอย่าง ‘ครูบาโยชิ’ ระบบการเรียนการสอนของโรงเรียนนี้จะแตกต่างจากโรงเรียนทั่วไป เด็กสามารถเลือกเรียนตามลำดับความชอบของแต่ละคน ที่นี่ทำให้โต๊ะโตะจังกับเพื่อนๆ ของเธอ ได้ค้นพบความฝันและสามารถสร้างฝันนั้นให้เป็นจริงได้เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พร้อมกับความใจดีของคุณครูใหญ่ที่แสนวิเศษ ซึ่งเธอไม่เคยลืมจนกระทั่งทุกวันนี้

วรรณกรรมเล่มนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวรรณกรรม ที่มีคุณค่าทางด้านเนื้อหา เสมือนเป็นการทำความเข้าใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หลายครั้งที่ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจพฤติกรรมของเด็ก และเด็กเองก็ไร้เดียงสาเกินกว่าคิดแบบผู้ใหญ่ การเปิดใจและการเข้าใจอาจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกความสัมพันธ์ นอกจากนี้โต๊ะโตะจังอาจช่วยให้เราเข้าใจบทบาทของตัวเองและผู้อื่นมากขึ้น โดยการนำเสนอบทบาทของแม่ คุณครู และเพื่อนๆ ผ่านเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังสือ

เราเชื่อว่าโต๊ะโตะจังจะทำให้ทกุคนมองเห็น และตระหนักได้ถึงคุณค่าในตัวเอง บางคนอาจได้เจอกับโต๊ะโตะจังที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสดใส ความช่างจินตนาการ ยิ่งไปกว่านั้นหนังสือเล่มนี้อาจทำให้เราได้นึกถึงผู้คนที่เคยผ่านเข้ามา แล้วได้มอบความรัก ความใจดีให้กับเราในตอนที่อายุเท่าโต๊ะโตะจัง เพียงแค่จินตนาการถึงก็รู้สึกขอบคุณ และซาบซึ้งในใจอยู่เสมอ

Diary of a Wimpy Kid: Wimpy Kid

ไดอารี่ของเด็กไม่เอาถ่าน: Diary of a Wimpy Kid: Wimpy Kid

ผู้เขียน: เจฟฟ์ คินนีย์ (Jeff Kinney)

ผู้แปล: อาร์. เค.

สำนักพิมพ์: แก้วกานต์เยาวชน

จำนวนหน้า: 218 หน้า

เรื่องย่อ:  ติดตามเรื่องราวแสบๆ คันๆ ของเกร็ก เฮฟฟลีย์ เด็กชายชั้นมัธยมหนึ่งที่ถูกแม่ขอร้องแกมบังคับให้เขียนไดอารี่ เกร็กบันทึกเรื่องราวของเขาที่บ้าน ที่โรงเรียน เรื่องเพื่อน และกิจกรรมต่างๆ ที่เขาทำได้อย่างน่าขันโดยที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจ แต่ละเรื่องต่างลงท้ายด้วยความปวดหัวปนขำ พลิกชีวิตประจำวันอันน่าเบื่อของเด็กชายวัยมัธยมหนึ่งให้เป็นเรื่องที่สนุกสนาน พร้อมรูปประกอบน่ารักๆ ที่มาช่วยตอกย้ำความฮาในทุกหน้าและทุกเหตุการณ์ของเกร็ก ครอบครัว และเพื่อน

วรรณกรรมเยาวชนสัญชาติอเมริกันที่ขายดีเป็นอันดับ 1 ของ New York Times ซึ่งในฉบับภาษาอังกฤษได้มีการตีพิมพ์ออกมาแล้ว 14 เล่มด้วยกัน สำหรับฉบับภาษาไทยนั้นสำนักพิมพ์แก้วกานต์เยาวชนได้วางจำหน่ายเล่ม 7 ไปเมื่อปีที่ผ่านมา ไดอารี่ของเด็กไม่เอาถ่าน เป็นหนังสือที่หน้าปกอาจดูคุ้นหน้าคุ้นตาสำหรับใครหลายๆ คน ด้วยลายเส้นการ์ตูนที่ดูน่ารักไม่เหมือนใคร และตัวอักษรที่ดูเหมือนจะเป็นลายมือในไดอารี่จริงๆ ทำให้วรรณกรรมเล่มนี้ได้รับความสนใจ และดึงดูดผู้อ่านเป็นอย่างมาก 

ไดอารี่ของเด็กไม่เอาถ่าน ทำให้เราได้สนุกสนาน เพลิดเพลินไปกับวีรกรรมความแสบซนของเกร็ก เฮฟฟลีย์ เจ้าของบันทึก และเพื่อนๆ ขณะที่อ่านก็อยากจะร่วมก่อวีรกรรมนั้นด้วย หรือบางทีอาจทำให้ผู้อ่านนึกถึงวีรกรรมแสบๆ ที่ตัวเองเคยทำเหมือนกันกับตัวเอกของเรื่อง เพียงวางความยุ่งเหยิงของชีวิตลงชั่วขณะ และลองหยิบเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน อาจพบกับพลังใจและเสียงหัวเราะ ที่จะเปลี่ยนวันอันแสนเงียบเหงาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

หนังสือแนะนำ เพื่อค้นหาความสุขของชีวิตผ่าน หนังสือจิตวิทยาพัฒนาตนเอง

เชื่อว่าทุกคนคงเคยรู้สึกเคว้งคว้าง ว่างเปล่า ไม่เข้าใจชีวิต กระทั่งสูญเสียตัวตนระหว่างทาง จะดีแค่ไหนหากรู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไปกับชีวิต หรือหากรู้ว่าชีวิตนั้นคืออะไร คำตอบของทุกคำถามที่ว่ามานั้นอาจทำให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น 

เราคิดว่าทุกวันนี้ผู้คนมีแนวโน้มที่จะติดอยู่ในห้วงความเศร้าหมองกันมากขึ้น ทั้งโดยปัจจัยภายนอกและภายใน จึงทำให้ 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ หนังสือแนว Heartwarming และคู่มือการใช้ชีวิต ได้ถูกตีพิมพ์ออกมาอยู่เรื่อยๆ หนังสือจิตวิทยาพัฒนาตนเองทั้ง 5 เล่มนี้ อาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่จะทำให้ผู้อ่านได้เจอกับความสุขของชีวิตในมุมมองต่างๆ

แด่ผู้แหลกสลาย

แด่ผู้แหลกสลาย: Reasons to stay alive

ผู้เขียน: แมตต์ เฮก (Matt Haig)

ผู้แปล: ศิริกมล ตาน้อย

สำนักพิมพ์: BOOKSCAPE (บุ๊คสเคป)

จำนวนหน้า: 320 หน้า

เรื่องย่อ: บันทึกความทรงจำบอกเล่าห้วงยามเหล่านั้นอย่างซื่อตรง สอดแทรกอารมณ์ขันและชั้นเชิงน่าทึ่ง ถ่ายทอดอารมณ์เบื้องลึกของผู้มีภาวะซึมเศร้าได้อย่างงดงาม

เราสะดุดตากับชื่อเรื่องภาษาไทยที่แปลออกมาได้ลึกซึ้งหมดจด แด่ผู้แหลกสลาย แล้วอะไรล่ะคือสิ่งที่จะมอบให้กับคนเหล่านั้น เหตุผลของการมีชีวิตงั้นหรือ มันทำให้หนังสือเล่มนี้ดูน่าสนใจและน่าติดตามมากขึ้นไปอีก เมื่อได้อ่านคำโปรยด้านหลัง ทำให้เรารู้ว่า แมตต์ เฮก ผู้เขียนเคยทนทุกข์ทรมานจากโรคซึมเศร้า กระทั่งเขาได้เรียงร้อยเรื่องราวเหล่านั้นออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้

ขณะที่กำลังอ่านหรือเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบ คุณอาจได้เหตุผลในการมีชีวิตอยู่เพิ่มในลิสต์ของคุณแน่นอน อย่างเช่น การตื่นมาให้อาหารแมวในตอนเช้า ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่สำหรับเรามันคือสิ่งที่ทำให้เราอยากตื่นขึ้นมาในทุกวัน ไม่ว่าคุณจะเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ก็ตาม เรายังอยากแนะนำหนังสือเล่มนี้ให้กับคุณ เพราะเราเชื่อว่าไม่มีใครไม่เจ็บปวด มนุษย์ทุกคนล้วนแหลกสลาย แต่วันนึงเราจะผ่านมันไปได้ หากวันนี้คุณเหนื่อยจนอยากจะหยุดพัก ลองให้หนังสือเล่มนี้อยู่เป็นเพื่อนคุณ มันอาจไม่ใช่คู่มือสำหรับรับมือกับโรคซึมเศร้า แต่มันจะทำให้คุณเข้าใจตัวเอง และเปิดโอกาสให้คุณได้คิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ 

อิคิไก ความหมายของการมีชีวิตอยู่

อิคิไก ความหมายของการมีชีวิตอยู่: The Little Book of Ikigai ( หนังสือแนะนำ เปลี่ยนชีวิต )

ผู้เขียน: เคน โมหงิ (Ken Mogi)

ผู้แปล: ศิริกมล ตาน้อย

สำนักพิมพ์: Move Publishing

จำนวนหน้า: 266 หน้า

เรื่องย่อ: เหตุผลของการมีชีวิตอยู่ของคุณคืออะไร หลายคนอาจจะนึกไม่ออก ให้เราลองนึกถึงเหตุผลที่เราตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้านั้นเพราะอะไร ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าทุกคนย่อมมีเหตุผลของการมีชีวิตซ่อนอยู่ในตัวเอง พวกเขาเรียกว่า ‘อิคิไก’ ความสุขเล็กน้อยที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน การได้ลิ้มรสกาแฟหอมอร่อยกับแสงแดดอุ่นๆ ตอนเช้า การได้อ่านหนังสือดีๆ ได้ทานข้าวกับครอบครัว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่เราตื่นนอนในทุกๆ วัน เพื่อใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย อิคิไกคือปรัชญาญี่ปุ่นที่ถูกแฝงอยู่และถูกหลอมรวมมานาน ไม่ได้มีเพียงเป้าหมายอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงคุณค่าในตัว การสร้างความสุขในสิ่งที่ทำ การมีสุขภาพแข็งแรง มีจิตใจแจ่มใส และจิตวิญญาณที่มุ่งมั่น

อิคิไก คือความหมายของการมีชีวิตอยู่ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น อิคิไก หมายถึงอะไรก็ตามที่เราตั้งใจ จดจ่ออยู่กับมันตลอดทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยไม่เสียดายเวลา หรือเสียใจที่ไม่ได้ทำสิ่งอื่นๆ กล่าวคืออิคิไก คือการได้ทำในสิ่งที่เรารักซึ่งมีคุณค่าทั้งแก่ตัวเราและสังคม 

หนังสือเล่มนี้สอดแทรกไปด้วยวัฒนธรรม ประเพณี และภาษาตามแบบฉบับงานเขียนญี่ปุ่น ที่มีเนื้อหาน่าสนใจและให้แง่คิดว่าชีวิตคืออะไร มันอาจสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณ รวมถึงให้คำตอบเกี่ยวกับเหตุผลที่ทำให้คุณตื่นมาในทุกเช้า และทำให้คุณอยากใช้ชีวิตต่อไปเรื่อยๆ เพียงลองหาพื้นที่แห่งความสุขของตัวเอง หรืออิคิไกของคุณเอง

Into The Magic Shop หนังสือจิตวิทยาพัฒนาตนเอง 2021

เราทุกคนล้วนมีร้านเวทมนตร์อยู่ในใจ: Into The Magic Shop

ผู้เขียน: ดร.เจมส์ อาร์. โดตี (James R. Doty, M.D.)

ผู้แปล: นพ. นที สาครยุทธเดช

สำนักพิมพ์: อมรินทร์ How To

จำนวนหน้า: 232 หน้า

เรื่องย่อ: เรื่องราวของจิม โดตี้ เด็กชายที่เติบโตในทะเลทรายของแคลิฟอร์เนีย ในครอบครัวที่ผุพัง พ่อติดเหล้า แม่เป็นโรคซึมเศร้าและอัมพาต ในวันหนึ่งที่ชีวิตมืดแปดด้าน เด็กชายจิมในวัย 12 ปี เดินเข้าไปในร้านขายของมายากลแห่งหนึ่งเพื่อซึ้อปลอกนิ้วพลาสติก แต่กลับได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งนามว่า รูธ ผู้สอนเทคนิคให้เขาก้าวข้ามความเจ็บปวด และใช้พลังของสมองและหัวใจเปลี่ยนชีวิตให้พบสิ่งมหัศจรรย์ จนจิมได้กลายมาเป็นศาสตราจารย์และแพทย์ที่มีชื่อเสียง ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

เราทุกคนล้วนมีร้านเวทมนตร์อยู่ในใจ หนังสือติดอันดับ New York Times Bestseller แปลไปแล้วกว่า 31 ประเทศทั่วโลก และเป็นหนังสือที่องค์ทะไลลามะยกย่อง รวมถึงเป็นหนังสือที่วงบอยแบนด์ BTS อ่านและใช้เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง Magic Shop เพื่อเยียวยาและดูแลจิตใจผู้คน

เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้ เราจะพบว่าแท้จริงแล้วกลของรูธ นั้นเป็นพลังที่อยู่ในตัวจิมและเราทุกคนอยู่แล้ว กลหรือเวทมนตร์เหล่านั้นรอเวลาที่จะได้ปลดปล่อย เพียงแค่เราลองทำตามใจตัวเองให้มากขึ้น และฟังเสียงหัวใจอีกหน่อย โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เราเปิดใจ 

เราคิดว่าจุดประสงค์ของหนังสือเล่มนี้ อาจต้องการให้เรารู้จักผ่อนคลาย และให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตัวเราเองต้องการอย่างแท้จริง เพราะคนเรามักมองข้ามความสำคัญ และขาดความเชื่อมั่นในตัวเองอยู่เสมอ เรื่องราวของจิมอาจเปลี่ยนชีวิตคุณ หรือสร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ให้คุณ แค่คุณลองเปิดใจร่วมไขปริศนากลของรูธไปกับเขา

อยากตาย แต่ก็อยากกินต๊อกบกกี

อยากตาย แต่ก็อยากกินต๊อกบกกี: 죽고 싶지만 떡볶이는 먹고 싶어 ( หนังสือแนะนำ สำหรับค้นหาชีวิต )

ผู้เขียน: แบ็กเซฮี (백세희)

ผู้แปล: ญาณิศา จงตั้งสัจธรรม

สำนักพิมพ์: Mugunghwa Publisher

จำนวนหน้า: 243 หน้า

เรื่องย่อ: ผู้คนมากมายใช้ชีวิตโดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองเหนื่อยล้าแค่ไหนทั้งยังรู้สึกว้าเหว่อย่างไร้เหตุผล สิ่งที่ฉันหวังก็คงอยากจะรักและได้รับความรัก จากใครสักคนได้อย่างสบายใจ โดยไม่หวาดระแวงกันก็แค่นั้นเอง

ถึงชีวิตจะแย่ ก็ยังมีของอร่อยเป็นความหวัง”

ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อหนังสือ อยากตาย แต่ก็อยากกินต๊อกบกกี ทำให้เราเผลอยิ้มออกมา พร้อมกับคิดว่า จริงๆ แล้ว บางครั้งเราก็อยากตาย แต่ยังมีของที่อยากกินเหมือนกัน เลยทำให้เราอยากอ่านหนังสือเล่มนี้ จึงได้หารีวิวอ่านก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะซื้อดีหรือไม่ ซึ่งเมื่อได้อ่านคำโปรยประกอบไปด้วย ทำให้เรารู้ว่าเรากำลังเข้าใจผิดเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ ที่ไม่ได้จะนำเสนอแค่ของกินที่ช่วยเยียวยาความเศร้า แต่มันคือบันทึกบทสทนาของตัวผู้เขียนกับจิตแพทย์ ขณะที่ทำการรักษาโรคซึมเศร้าของเธอ

เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ ทำให้เราได้เข้าใจผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากขึ้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก เพราะนี่เป็นเพียงประสบการณ์จากผู้เขียน เราเชื่อว่าทุกคนมีประสบการณ์เป็นของตัวเอง อย่างไรก็ตามเมื่อได้ลองอ่าน เราอาจค้นพบว่า เราก็เคยทำแบบนี้นี่ เราเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน แล้วต้องทำอย่างไรต่อล่ะ หนังสือเล่มนี้อาจมีคำตอบ หรือไม่มีคำตอบให้กับทุกคน แต่มันจะทำให้เราเปิดใจ ทำความเข้าใจตัวเองและคนรอบตัว หรือเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อการพบจิตแพทย์ของบางคนไปเลยก็ได้นะ หนังสือเล่มนี้อาจเป็นอีกเล่มที่จะช่วยฉุดหัวใจของคุณขึ้นมาจากมหาสมุทรแห่งความเศร้า

วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว

วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว: パンとスープとネコ日和 ( หนังสือแนะนำ ต้องอ่าน )

ผู้เขียน: มูเระ โยโกะ (Yōko Mure) 

ผู้แปล: สิริพร คดชาคร 

สำนักพิมพ์: Sandwich Publishing

จำนวนหน้า: 192 หน้า

เรื่องย่อ: จู่ๆ ชีวิตของอากิโกะก็พลิกผัน เมื่อต้องออกจากงานที่ทำมานานปี และใช้ชีวิตตัวคนเดียวอย่างไม่คาดคิด โดยมีเพียงเจ้าทาโระ แมวลายสลิดตัวโตเป็นเพื่อน เธอตัดสินใจเริ่มต้นเปิดร้านอาหารเล็กๆ ที่ขายเพียงขนมปังกับซุปทั้งที่ไม่เคยคิดฝันจะทำมาก่อน มีเพียงความเชื่อมั่นเท่านั้นที่พาเธอออกจากคอมฟอร์ตโซนก้าวสู่ที่ทางใหม่ๆ 

เรื่องราวของชีวิตอันโดดเดี่ยว กับการตั้งคำถามถึงสิ่งที่ตัวเองเชื่อและค้นหาคำตอบในทางที่เลือกเดิน”

ทุกคนล้วนเจอกับจุดหักเหของชีวิต ที่อาจทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป จุดหักเหที่ว่าอาจเกิดจากการตัดสินใจของเราเอง หรือเกิดจากสิ่งที่ไม่คาดคิด การพบเจอ การสูญเสีย การเริ่มต้นใหม่ สุดท้ายแล้วชีวิตเราก็ต้องดำเนินต่อไปตราบที่ยังมีชีวิต นี่คือสิ่งที่เราคิดว่าตัวเอกของเรื่องอย่างอากิโกะ พยายามสื่อสารกับเรา เธอเองก็มีจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตอย่างการลาออกจากงานประจำ มาเปิดร้านอาหาร เราไม่แน่ใจว่าเธอมีคนที่สามารถเรียกได้ว่าเพื่อน นอกจากเจ้าแมวลายสลิดไหม แต่เจ้าทาโระเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเดียวของเธอ มันทำให้เธอยืนหยัดและสู้ต่อในเส้นทางของตัวเอง ด้วยการอยู่เคียงข้างเธอเสมอ 

แม้หนังสือเล่มนี้จะไม่ใช่หนังสือจิตวิทยาพัฒนาตนเองเสียทีเดียว มันค่อนไปทางวรรณกรรมมากกว่า แต่เราเลือกหนังสือเล่มนี้มาแนะนำ เพราะหนังสือเล่มนี้ทำให้เราตระหนักถึงแง่มุมต่างๆ ของชีวิต โดยเฉพาะความจริงที่ว่าเมื่อเราต้องอยู่คนเดียว เราอาจต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งมากกว่าตอนที่มีคนอยู่ข้างๆ มันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากจะจินตนาการถึง แต่อากิโกะจะทำให้เราเติบโตไปพร้อมกับเธอ ผ่านการดำเนินเรื่องที่เรียบง่าย สไตล์งานเขียนญี่ปุ่นที่ช่วยให้หัวใจของเราเติบโตอย่างช้าๆ ทว่าเต็มไปด้วยความมั่นคง

หนังสือทุกเล่มยังมีเรื่องราวอีกมากมายรอให้คุณได้สัมผัสด้วยตัวเอง และหากคุณได้นำหัวใจที่อ่อนล้ามาฝากไว้กับหนังสือแนะนำทั้ง 10 เล่มนี้ เราเชื่อเหลือเกินว่ามันจะช่วยโอบอุ้มในวันที่เหนื่อยล้า และทำให้หัวใจกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง หรืออาจได้พบกับแรงบันดาลใจ รวมถึงคำตอบของสิ่งที่กำลังตามหา เหนือสิ่งอื่นใดหนังสือที่ได้แนะนำนั้นต่างมีแง่คิดและเต็มไปด้วยสาระดีๆ ทั้งสิ้น

กองบรรณาธิการ

เกี่ยวกับกองบรรณาธิการ
เกี่ยวกับกองบรรณาธิการ

บทความนี้สร้างสรรค์โดยนักศึกษาฝึกงานมหาวิทยาลัยนเรศวร คณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาภาษาอังกฤษ ประจำปี 2564-65
ผู้เขียน: นางสาวญาดา รักษาวงศ์
บรรณาธิการ: นางสาวนุศรา เตชะมานิ
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: นางสาวนัฏฐกานต์ รัตนเศรณี
นางสาวนัทมล ศรีสุข
พิสูจน์อักษร: นายชยุตพงศ์ ปรางโท้
นางสาวเนตรนภิส จำนงค์บุญ

แหล่งที่มาของ หนังสือแนะนำ และข้อมูลบางส่วน

วรรณกรรมเยาวชน หนังสือรางวัลซีไรต์

10 อันดับ วรรณกรรมเยาวชน ฉบับปี 2021

New York Times Bestseller

เจ้าชายน้อย เด็กหนุ่มผมสีทองจากดาว B612

Charlotte’s Web

มิโล แมวน้อยกระโดดไม่เป็น

หนังสือ โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง

รีวิวโต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง โดย ว. วรโชโต

สำนักพิมพ์แก้วกานต์เยาวชน

ตัวอย่างหนังสือ แด่ผู้แหลกสลาย เขียนโดย BOOKSCAPE, สนพ.

[ความน่าจะอ่าน] ‘แด่ผู้แหลกสลาย’ เขียนโดย วจนา วรรลยางกูร

แด่ผู้แหลกสลาย : ต่อให้เจ็บปวดรวดร้าวเพียงใดก็ยังมี Reasons to Stay Alive เสมอ เขียนโดย กันต์กนิษฐ์ มิตรภักดี

อิคิไก ความหมายของการมีชีวิตอยู่

สรุปหนังสือ อิคิไก ความหมายของการมีชีวิต เขียนโดย Rujirapong Ritwong

เราทุกคนล้วนมีร้านเวทมนตร์อยู่ในใจ

Into the magic shop ร้านเวทมนตร์ที่ช่วยกำหนดอนาคตคุณได้ เขียนโดย วิวิศนา อับดุลราฮิม

อยากตาย แต่ก็อยากกินต๊อกบกกี

อยากตาย แต่ก็อยากกินต๊อกบกกี บันทึกรักษาโรคซึมเศร้าที่ทำให้เข้าใจผู้อื่นมากขึ้น เขียนโดย สิริลักษณ์ สุขสวัสดิ์

รีวิวหนังสืออยากตายแต่ก็อยากกินต๊อกบกกี เขียนโดย Ploynanew

วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว

ยิ้ม ร้องไห้ และเติบโตผ่านความเจ็บปวดกับ ‘วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว’ เขียนโดย เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา

รีวิวหนังสือ “วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว” เขียนโดย Nithisa.L

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.