Movie Review: Deadwind

deadwind

เหตุฆาตกรรมและความเป็นหญิง

Season 1

Movie Review: Deadwind เป็นหนังจากประเทศฟินแลนด์ จาก Netflix เป็น แนวหนังฆาตกรรม สืบสวนสอบสวน หักมุม ดำมืด โดยมีคู่หูตำรวจชายหญิงต่างวัยเป็นตัวดำเนินเรื่อง นอกจากเป็นหนังแนวฆาตกรรม ยังเป็นหนังสิ่งแวดล้อมที่ต่อต้านพลังสีเขียว แอบซ่อนปัญหา “ความเป็นหญิง”

การหาชมซีรีส์ที่เป็นหนังยุโรปในยุคก่อนไม่ง่ายนัก เมื่อสตรีมมิ่งอย่างเน็ตฟลิกซ์ ทำให้หนังจากยุโรปมีโอกาสอวดโฉมมากขึ้น แน่นอนแม้ต้องทำตามขนบหนังแบบเน็ตฟลิกซ์ฟิล์มก็ตาม แต่หลายเรื่องที่เป็นฝั่งยุโรปมักสอดแทรกแนวคิดที่ต่างจากซีรีส์อเมริกันอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากบริบทของประเทศต่างๆ แล้ว ผู้ชมยังได้สัมผัสบรรยากาศของหนังที่เต็มอิ่มกว่าภาพยนตร์ปกติ รวมถึงภาษาที่ไม่คุ้นเคย แต่ก็ทำความเข้าใจไปกับตัวหนังระหว่างที่ชม

หนังเปิดเรื่องด้วยฆาตกรไม่เผยตัวตนนำศพหญิงสาวที่ถูกฆ่าไปฝังบริเวณพื้นที่สำหรับก่อสร้างของบริษัท Tempo ที่ดินผืนนี้กำลังขออนุญาตจากเทศบาลเพื่อก่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับคนหนุ่มสาวรุ่น โดยพลังไฟฟ้าของที่นี่จะผลิตจากกังหันลมรุ่นใหม่ที่สเถียรภาพและทนทานมากกว่ารุ่นก่อน หญิงสาวผู้ตายคือแอนนาเอเยนต์ที่เทมโปว่าจ้างมาให้หาลูกค้ามาซื้อโครงการ ตัวละครทุกตัวจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุจูงใจในเรื่องงาน เหตุจูงใจในเรื่องชู้สาว รวมถึงอดีตของตัวแอนนาอันดำมืดที่ไม่มีใครคิดว่าจะกลายมาเป็นปม

Deadwind เป็นหนังคู่หูตำรวจนักสืบ โซเฟีย คาร์พพี เจ้าหน้าที่สืบสวนจากกรมตำรวจเฮลซิงกิ เพิ่งกลับมาทำงาน หลังจากสามีของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกระทันหัน เธอต้องดูแลลูกสองคน คนโตเป็นลูกสาวติดจากสามี คนเล็กเป็นลูกชาย ทั้งสามประสบเคราะห์กรรม สร้างปมระหว่างครอบครัวที่ไม่สามารถไปต่อได้ หรือจะอยู่ต่อ ขณะเดียวกันคาร์พพีเองก็เป็นคนบ้างาน และงานสืบสวนก็เรียกร้องจากเธอสูง คู่หูคนใหม่ของเธอซาคาริ นูร์มี เพิ่งย้ายมาจากแผนดสืบสวนทางเศรษฐกิจ มาแผนกฆาตกรรม คนหนุ่มโสดที่เคร่งครัดเรื่องขั้นตอนการสืบสวน
deadwindความขัดแย้งระหว่างคาร์พพีกับนูร์มี เป็นความขัดแย้งที่ต่างฝ่ายก็มีเหตุผลเพื่อไปสู่จุดหมาย นั่นคือค้นหาความจริงของการสืบสวน วิธีการของสองคนแตกต่างกันมาก คาร์พพีเป็นนักสืบเก่ามีประสบการณ์ เลือดร้อน และมุทะลุ ขณะเดียวกันนูร์มีเย็นเยือกกว่า เนี๊ยบกว่าทั้งชีวิตและความเป็นอยู่ เขาชอบอาหารอิตาเลียน ห้องพักที่เรียบหรู ใจเย็นมีเหตุผลมากกว่า อาจจะเป็นเพราะมาจากแผนกอาชญากรรมเศรษฐกิจซึ่งไม่ต้องเจอเหตุการณ์หนักๆ แต่สิ่งที่ทั้งสองเหมือนกันก็คือประสบปัญหาส่วนตัว ทั้งคนรัก ทั้งครอบครัวที่ต้องทำให้ถูกต้อง ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องเดียวที่ทั้งสองมองเห็นเป็นเรื่องเดียวกัน

โครงเรื่องรองของ Deadwind น่าสนใจมาก เนื่องจากนำปัญหาสิ่งแวดล้อมมาใช้งานได้อย่างเข้มข้น บริษัทเทมโปเป็นผู้ผลิตกังหันลมแบบใหม่ พวกเขาหวังว่าโครงการที่อยู่อาศัยที่มีเจ้ากังหันตัวนี้จะตอบโจทย์ประเทศ และเทรนด์ของโลกในเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยนำพลังงานสีเขียวมาใช้แทนพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากนิวเคลียร์ แต่ขณะเดียวกันพวกเขาต้องประสบปัญหาการขออนุญาตเพื่อก่อสร้าง เนื่องจากกังหันลมที่พวกเขาทดลองถูกทดสอบว่าไม่เป็นไปตามแบบ นั่นหมายความว่าโครงการทั้งโครงการที่ลงทุนไปมหาศาลจะกลายเป็นศูนย์ ขณะเดียวกันบริษัทยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีซึ่งมีเครือข่ายทางธุรกิจมากมายโดยเฉพาะพลังไฟฟ้านิวเคลียร์กำลังจะหาช่องทางซื้อเทมโปไปทำกำไร เทมโปต้องทำให้สังคมยอมรับกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้ารุ่นใหม่ในฐานะพลังงานทดแทน ความน่าสนใจอยู่ที่ว่าประเด็นของพลังงานทดแทนนั้น ถ้าไม่สามารถทำงานได้ดีกว่าพลังงานแบบเก่า มันก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างที่ควรเป็น ก็ไม่เหมาะที่จะดำเนินการต่อให้เป็นภาระของสังคม อันนี้ต้องบอกว่ายุโรปไปไกลมาก แม้กากนิวเคลียร์ยังเป็นผู้ร้าย แต่นี่คือสิ่งที่โลกกำลังเผชิญหน้าในอีกหลายปีข้างหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ แต่พลังงานชนิดใหม่ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองในฐานะที่มันทำงานได้ดีด้วย การใช้ข้ออ้างว่าเป็นพลังงานสีเขียว ลดมลภาวะ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ถ้ามันทำลายวิถีชีวิต หรือใช้งานไม่ดี ก็จำเป็นที่จะไม่ได้รับการสนับสนุนเช่นกัน ใน Deadwind เราจึงได้เห็นการต่อสู้ที่ดูมีเหตุมีผลมากกว่าประเทศโลกที่สาม

Movie Review: Deadwind Netflix


เทมโปเป็นบริษัทที่ถือหุ้นใหญ่โดยสามพี่น้อง พวกเขารอดมาจากทำธุรกิจด้วยความกลมเกลียวกันภายในครอบครัว โดยมีอเล็กซ์ เป็นหัวเรือที่คอยผลักดันกังหันลมให้เดินหน้า เขามีปัญหาทางสุขภาพโดยเป็นไบโพลาร์ ส่วนเมียของอเล็กซ์ซึ่งเป็นนักแสดงก็มีชีวิตที่ไม่ลงรอยกัน อเล็กซ์จ้างแอนนาเข้ามาทำงานโดยตรง และตกหลุมรักเธอจนมีความสัมพันธ์แบบชู้สาว ส่วนแอนนาเธอมีลูกสาวสองคน ชีวิตครอบครัวของเธอมีปัญหากับอุสโกสามีซึ่งเป็นคนขับแท็กซี่ แอนนานั้นมีอดีตที่ดำมืดเธอเป็นนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติ และการจากบ้านเกิดมานั้นเหมือนเธอทิ้งอดีตมืดมนเอาไว้เบื้องหลัง

นอกจากประเด็นหลักเรื่องการหาตัวฆาตกร ที่ถือว่าสนุกตื่นเต้น เร้นลับดำมืด พลิกไปพลิกมาว่าใครคือฆาตกรตัวจริงกันแน่ Deadwind กลับซ่อนปมปัญหาหนึ่งที่โดดเด่นมากๆ นั่นคือปัญหา “ความเป็นหญิง” ในสังคม โดยเฉพาะ คาร์พพี ซึ่งเป็นนักสืบหญิง เธอจะถูกกีดกันจากตำรวจชายทั้งเพื่อนร่วมงานที่มองว่าเธอเป็นพวกมุทะลุ ขณะเดียวกันหัวหน้าของเธอก็มักใช้อำนาจสั่งการไม่ให้เธอสืบสวนต่อ โดยอ้างเหตุผลในเรื่องสุขภาพที่เธอเพิ่งสูญเสียสามี ทำให้ระบบความคิด และการตัดสินใจยังไม่สมบูรณ์ หรือแม้แต่นูร์มีเองก็มีปัญหาเรื่องนี้กับคาร์พพี แม้จะน้อยกว่าตัวละครฝ่ายชาย

จุดสำคัญที่สุดที่นูร์มี หรือกรมตำรวจทั้งกรมมีปัญหากับความเป็นเฟมินิสต์ก็คือ พวกเขามองว่าเหตุฆาตกรรมแอนนานั้นมาจากชู้สาว และผู้ต้องสงสัยที่เป็นน่าจะมาจากคนใกล้ชิดโดยเฉพาะอุสโกสามีของเธอ แต่คาร์พพีกลับไม่มุ่งประเด็นสืบสวนเรื่องนี้เป็นหลัก เพราะเธอเป็นผู้หญิง

ใน Deadwind ยังมีเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศในแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น และในซีรีส์บอกว่าเหตุการณ์เหล่านี้ได้ทำลายเหยื่อที่ถูกกระทำไปอย่างสิ้นเชิง และส่งผลกระทบตั้งแต่อดีตจนไปถึงอนาคต โดยส่วนใหญ่เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นกับคนใกล้ชิดเหยื่อ ปัญหานี้ได้เกาะกินสังคมที่เงียบสงบไปเรื่อยๆ หากไม่มีการสะสางอย่างถูกต้อง เหตุการณ์ร้ายแรงก็ยังคงเกิดิขึ้นต่อไป

สำหรับ Deadwind ในซีซั่นแรกถือว่าเกินความคาดหมาย เป็นหนังสืบสวนที่ดูสนุก ขณะเดียวกันก็สอดแทรกเรื่องราวของโครงเรื่องรองได้อย่างถึงพริกถึงขิง รวมถึงใครชอบหนังแนวหักมุมหลายๆ ชั้นแล้วคงไม่ผิดหวัง จุดที่ดูสนุกมากก็คือการค่อยๆ สืบเสาะเข้าไปในอดีต นั่นทำให้เราเห็นเงาดำมืดของสังคมที่เป็นรอยด่างพร้อย ฉากหนึ่งที่ดีมากคือฉากที่พูดว่า โลกมักมองฟินแลนด์ในแง่ดี ตั้งแต่การศึกษาจนถึงสิ่งแวดล้อม แต่ตัวคนฟินแลนด์เองกลับคิดว่าเรื่องพวกนั้นช่างตลกเสียจริง นี่คือความเจ็บปวดที่เราไม่อาจบรรยายออกมาได้ แต่ความเจ็บปวดนั้นก็คือตัวแทนของรอยดำของหลุมดำที่กำลังดูดเราเข้าไปโดยไม่มีวันออกไปจากมัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *