หากฉันเป็น, มหาลัยในฝัน และมิ่งมิตร สามบทกวีฉันทลักษณ์ที่เขียนขึ้นเพื่อแสดงมุมมองของคนรุ่นใหม่ ที่สะท้อนภาพอุดมการณ์ ความฝัน ความคาดหวัง รวมถึงมิตรภาพ ขณะที่เวลากำลังขับเคลื่อนสังคมไทยไปข้างหน้าโดยไม่หยุดหย่อน ความฝันของพวกเขาอยู่ที่ไหน คนรุ่นเก่ากำลังผลักดันให้สังคมไปในทิศทางใด อนาคตอยู่ข้างหน้า ความเปลี่ยนแปลงไม่อาจหยุดอยู่กับที่ ไม่ช้าหรือเร็ว ความเปลี่ยนแปลงก็ต้องเกิดขึ้น



หากฉันเป็น…

หากฉันเป็นผู้วิเศษมีเนตรทิพย์

แม้ไกลลิบฉันจะจ้องส่องเสาะหา

คนตกยากลำบากทั่วพารา

จะใช้ตาช่วยเหลือช่วยเจือจุน


หากฉันเป็นยอดคนมีมนต์มาก

จะใช้ปากเป่าคาถาพาเกื้อหนุน

เหล่าคนทุกข์ให้พ้นทุกข์สุขสมบุญ

จะใช้ใจเป็นต้นทุนช่วยเหลือคน


หากฉันเป็นผู้ที่มีอำนาจ

เหล่าปวงราษฎร์จะเปรมปรีดิ์ทุกแห่งหน

จะปกครองด้วยธรรมค้ำเหล่าชน

ทุกวิกฤติจะผ่านพ้นไปด้วยดี


หากฉันเป็นคนเก่งกาจปราชญ์นักคิด

ทุกชีวิตจะสบายได้สุขี

ฉันจะใช้ปัญญาบารมี

บันดาลดลชีวีที่ร่มเย็น


หากฉันเป็นเศรษฐีมีสมบัติ

จะขจัดสารพัดซึ่งทุกข์เข็ญ

จะแจกจ่ายให้ท่านยามจำเป็น

อย่างที่เห็นฉันไม่หวงอย่างห่วงไป


แต่ถึงฉันปราศกลมนต์คาถา

เป็นเพียงคนธรรมดาตาใสใส

ไร้อำนาจขาดยศศักดิ์พิทักษ์ไทย

ยังหวังให้ชาติก้าวไกลพัฒนา


ใครหนอใครเป็นผู้ที่มีอำนาจ

ใครหนอใครที่เก่งกาจไหนใครหนา

ใครหนอใครต้องปกครองปวงประชา

ใครหนอใครต้องรักษาอธิปไตย


วอนท่านผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายแหล่

ช่วยเห็นแก่ไพร่ฟ้าจะได้ไหม

ท่านเปี่ยมยศเปรื่องศักดากว่าใครใคร

แล้วไฉนใยปล่อยใจให้ไร้ “ธรรม”


ธุวพร มีโพธิ์


มหาลัยในฝัน

มหาลัยในฝัน

มหาลัยขายฝันให้ฉันซื้อ

ฉันก็ซื่อซื้อมาเห็นว่าขาย

โฆษณาเกินจริงหลอกหญิงชาย

คำชวนเชื่อมากมายช่างเย้ายวน


มหาลัยแห่ง “ธรรม” แหมคำนี้

ได้ยินทีต้องข่มใจไม่ให้สวน

ถ้ามีธรรมไฉนใยเรรวน

ใยผันผวนแปรพักตร์ง่ายนักธรรม


ธรรมศาสตร์สอนให้รักประชาชน

ต้องอดทนฟังยังไงไม่ให้ขำ

เคยก้าวขามาเพราะเชื่อเพราะจดจำ

ในถ้อยคำที่ประกาศวาดศักดา


เราร่ำเรียนเพื่อรับใช้ใครกันแน่

ก่อนจะแย่รีบเฉลยเปรยเถิดหนา

เราเรียนไปรับใช้ปวงประชา

หรือเรียนไปเป็นขี้ข้าเผด็จการ


สำนักไหนหมายชูประเทศชาติ

คงไม่ใช่ธรรมศาสตร์ดังกล่าวขาน

มหาลัยทิ้งศิษย์ด้วยไปช่วยพาล

ทิ้งซึ่งจิตวิญญาณวีรชน


ฉันมาตามหาธรรมเขาทำหาย

ใครเก็บได้มาคืนด้วยช่วยสักหน

คืน “ธรรม” ให้ “ธรรมศาสตร์” ปราศแห่งชน

 หรือใครปล้น “ธรรม” (ศาสตร์) ไปให้ไร้ “ธรรม”


ธุวพร มีโพธิ์


หมายเหตุ: “มหาลัยในฝัน” แต่งขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563 เป็นช่วงที่กระแสการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น ณ ตอนนั้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ออกประกาศอย่างเป็นทางการว่าไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยของนักศึกษา รวมถึงมีคำสั่งห้ามใช้พื้นที่ในรั้วมหาวิทยาลัยเพื่อการชุมนุม ข้าพเจ้าจึงแต่งร้อยกรองบทนี้โดยหยิบคำคมของมหาวิทยาลัย อาทิ มหาลัยแห่งธรรม, ฉันรักธรรมศาสตร์เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน, รับใช้ประชาคือปลายทางที่เราเล่าเรียน เป็นแรงบันดาลใจ


มิ่งมิตร

มิตรเอ๋ยมิตร 

จะหาใครที่สนิทได้เทียบเจ้า

ยามโดดเดี่ยวเจ้าเคียงคู่อยู่กับเรา

ยามเงียบเหงาเจ้าคอยเฝ้าไม่ห่างกาย


แม้เจ็บช้ำโดนกระทำเจ้าคอยปลอบ

เป็นคำตอบของปัญหาไม่หนีหาย

เป็นคู่คิดพันธมิตรไม่เสื่อมคลาย

เป็นเพื่อนตายคู่ตัวชั่วนิรันดร์


ใครเขามีมิตรมากมีหลากมิตร

ไม่สนิทเสมอเธอกับฉัน

แม้เพื่อนกลาดดั่งดาวพราวนับพัน

 ไม่คงมั่นเท่าเพื่อนข้าน่าเห็นใจ


ใต้ผืนฟ้าแผ่นใหญ่ในแดนนี้

ข้าโชคดีมีมิ่งมิตรพิสมัย

มิตรเอ๋ยมิตร ใช่ใครอื่นอยู่หมื่นไกล

มิตรข้าไซร้มีนามว่า “ตัวข้าเอง”


ธุวพร มีโพธิ์


เกี่ยวกับผู้เขียน

About the Author
About the Author

บทความนี้เขียนและสร้างสรรค์โดย ธุวพร มีโพธิ์ นักศึกษาปี 3 – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชา: ภาษาไทย


บทความอื่นของผู้เขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.