Original price was: ฿280.00.฿238.00Current price is: ฿238.00.
นวนิยาย กายวิภาคของความเศร้า จะพาผู้อ่านไปสำรวจตัวตนภายในของตัวละครเอกสามตัวที่วนเวียนพบกัน และลาจาก พวกเขาทนทุกข์กับความสัมพันธ์ กำแพงที่มองไม่เห็น
Description
นวนิยายเล่มนี้ กายวิภาคของความเศร้า เริ่มเขียนบทแรกในปี 2541 บทที่สองเขียนขึ้นในอีกสิบปีต่อมา ตัวละครพบกันแล้วจากกันในบทแรก ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาพบกันอีกครั้งในบทที่สอง เรื่องราวของนวนิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากที่นั่น เมืองแปลกหน้าที่พวกเขาจากกันโดยไม่บอกลา ห้วงเวลาของนิยายเหมือนเขาวงกต เหตุการณ์ทางการเมืองสอดแทรกเข้ามา ชีวิตที่ผกผัน อดีตกลายมาเป็นความหลังฝังใจ สิ่งที่ต้องการลืมกลายกลับต้องจำ สิ่งที่จำกลับลืมเลือน ตัวละครแต่ละตัวเหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ยึดเหนี่ยวดังลูกโซ่ที่มองไม่เห็น พวกเขาซ่อนเก็บความเจ็บปวดเอาไว้เพียงลำพัง เพื่อไม่ให้ชีวิตล่มสลายไปมากกว่านี้ กายวิภาคของความเศร้า จำทำให้ผู้อ่านไม่อาจลืม
เรื่องราวของการพลัดพรากจากลา ของตัวละครที่ไม่อาจขัดขืนชะตากรรมของตัวเองได้ มาทำความรู้จักกับห้วงความเศร้าไปด้วยกัน
- ผู้เขียน: นิวัต พุทธประสาท
- บรรณาธิการ: สิริกัญญา กาญจนประกร
- ประเภท: นวนิยาย
- สำนักพิมพ์: เม่นวรรณกรรม
จำนวนหน้า: 256 หน้า ปกอ่อน
พิมพ์ครั้งที่ 1 — มิถุนายน 2559
ISBN: 9786167831091
You may also like…
- Sale!
ขัปปะ
Price range: ฿135.00 through ฿165.00 Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page - Sale!
ตำนานนิรันดร์ | The Immortal Story
Original price was: ฿195.00.฿165.00Current price is: ฿165.00. Add to cart - Sale!
JAZZ MURAKAMI แจ๊ซมูราคามิ
Original price was: ฿240.00.฿219.00Current price is: ฿219.00. Read more - Sale!
หมาป่าผู้โดดเดี่ยว Steppenwolf
Original price was: ฿320.00.฿272.00Current price is: ฿272.00. Read more




เป็นหนังสือที่ดีมากเล่มหนึ่ง
ด้วยความที่นักเขียนเป็นผู้ชาย ภาษาใช้เล่าเรื่องจึงตรงไปตรงมา ห้วน สั้น เล่าเรื่อยๆ แต่ในความกระชับ ดิบ แข็ง กลับอ่อนไหว ลงลึกถึงอารมณ์ความรู้สึก เข้าใจและบรรยายความเหงาของตัวละครแต่ละตัวได้อย่างลึกซึ้ง และแม้จะเล่าด้วยความหม่นเศร้า เนื่อยนิ่งแต่กลับมีจุดเล็กๆให้ได้ประหลาดใจ ปลุกเร้าความตื่นเต้นหลายช่วงหลายตอน
ยิ่งอ่านเหมือนยิ่งเดินถลำลึกเข้าไปในห้วงของความเศร้า ทุกตัวละครมีความเศร้ากัดกินหัวใจแต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นแรงขับเคลื่อนให้ตัวละครทุกตัวเดินทางหาคำตอบของชีวิต ผู้แต่งมีรสนิยมมากพอที่จะหยิบจับเอาเพลงและส่วนประกอบต่างๆทางศิลปะเข้ามาวนเวียนอยู่ในเรื่อง ซึ่งนำพาให้เรื่องดูดีและมืดมนยิ่งขึ้นในเวลาเดียวกัน