10 เรื่องเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ที่คุณอาจยังไม่รู้!

วาเลนไทน์ นั้นมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด บทความนี้จะพาผู้อ่านให้ได้รู้จักกับ 10 เรื่องในวันวาเลนไทน์ที่คุณอาจยังไม่รู้ รวมทั้ง 10 ของขวัญต้องห้ามใน วันวาเลนไทน์

แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักวันแห่งความรักที่ผู้คนต่างพากันออกมาแสดงความรู้สึกของตัวเอง มีทั้งสารภาพรัก ขอแต่งงาน หรือนัดเจอกันครั้งแรก แม้กระทั่งร้านค้าต่าง ๆ ก็ยังถูกประดับตกแต่งไปด้วยหัวใจ ช็อกโกแลต กุหลาบ และของขวัญอื่น ๆ อีกมากมาย หลายคนมักจะจดจำวันที่ 14 ภุมภาพันธ์ด้วยภาพเหล่านี้ แต่ความจริงแล้ว วันวาเลนไทน์ นั้นมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด ไม่เพียงแต่จะมีประวัติอันน่าสนใจเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องราวมากมายรอให้คุณได้ค้นพบ ผู้เขียนจึงได้เขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อให้ผู้อ่านได้รู้จักกับ 10 เรื่องเกี่ยวกับ วาเลนไทน์ ที่คุณอาจยังไม่รู้ รวมไปถึง 10 ของขวัญต้องห้ามในวันวาเลนไทน์ มาให้ได้อ่านกัน

10 เรื่องเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ที่คุณอาจยังไม่รู้!

1. ตำนานเซนต์วาเลนไทน์

วาเลนไทน์
ตำนานวาเลนไทน์
ของขวัญต้องห้ามวาเลนไทน์
วันวาเลนไทน์
Valentine

หลายคนทราบอยู่แล้วว่าชื่อของวันวาเลนไทน์นั้นถูกตั้งตามชื่อของนักบุญอุปถัมภ์แห่งความรัก ‘เซนต์วาเลนไทน์’ ตามข้อมูลที่อ้างอิงจากเว็บไซต์ History ในอดีตอาจมีคนที่ชื่อวาเลนไทน์อยู่ถึง 3 คนด้วยกัน ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นมรณสักขี (ผู้ยอมพลีชีพเพื่อศาสนา) หนึ่งในนั้นคือนักบวชในกรุงโรมช่วงศตวรรษที่ 3 ของกรุงโรม

ซึ่งตำนานอันโด่งดังที่เป็นที่แพร่หลายคือ เซนต์วาเลนไทน์หรือ ‘นักบุญวาเลนตินัส’ ได้ทำผิดกฎข้อห้ามอันร้ายแรงในสมัยนั้น จักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 แห่งกรุงโรมเป็นคนที่ใจคอโหดเหี้ยมชอบทำสงครามมาก แต่เมื่อรู้ว่าทหารไม่อยากเข้าร่วมการรบเพราะไม่อยากอยู่ห่างจากคนรักและครอบครัว จึงสั่งห้ามจัดงานหมั้นหมายหรือแต่งงานโดยเด็ดขาด ทว่าวาเลนตินัสไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้เลยได้ทำพิธีให้ชาวคริสต์หลายคน สุดท้ายเขาถูกจับตัวเข้าคุก ระหว่างที่ถูกคุมตัวเป็นนักโทษอยู่นั้นเขาได้ตกหลุมรักสาวตาบอดคนหนึ่ง ซึ่งเธอก็คือลูกสาวของผู้คุมนั่นเอง ก่อนจะโดนโทษประหารเขาส่งจดหมายถึงผู้หญิงคนนั้นว่า “From your Valentine” และได้เสียชีวิตลงในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 

โดยโศกนาฎกรรมความรักครั้งนี้ได้มีการเผยแพร่ออกไปทั่วกรุงโรม ผู้คนจึงจัดให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็น ‘วันวาเลนไทน์’ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เพื่อเป็นการระลึกถึงและยกย่องความรักอันบริสุทธิ์ของนักบุญวาเลนไทน์ผู้ล่วงลับไป ทำให้วันนี้กลายเป็นอีกวันที่มีความสำคัญมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง

2. วันวาเลนไทน์ถูกแต่งตั้งให้เป็น ‘วันแห่งความรัก’ อย่างเป็นทางการ

ทศวรรษที่ 1300 ได้มีการแต่งตั้ง ‘วันวาเลนไทน์’ ครั้งแรกโดยสมเด็จพระสันตะปาปาเกลาซิอุสที่ 1 (Pope Gelasius I) ต่อมาในช่วงยุคกลางไม่ว่าจะวันอะไรในเดือนกุมภาพันธ์ก็เกี่ยวกับเรื่องโรแมนติกไปหมด จึงทำให้วันนี้ได้กลายเป็น ‘วันแห่งความรัก’ ไปด้วย นอกจากนี้ ฝรั่งเศสและอังกฤษยังมีความเชื่อว่า 14 กุมภาพันธ์ เป็นช่วงฤดูผสมพันธ์ุของนกอีกด้วย

3. วาเลนไทน์ เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 15

อ้างอิงจากเว็บไซต์ History ข้อความหวาน ๆ สุดโรแมนติกถูกใช้ครั้งแรกโดยดยุกชาวฝรั่งเศสในช่วงยุคกลางนามว่า ชาร์ลส์ เขียนถึงภรรยาของเขาในปี พ.ศ. 1958 จดหมายฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นในตอนที่เขาถูกขังอยู่ในหอคอยลอนดอน บทกวีแสนยาวของเขานั้นมีบรรทัดหนึ่งเขียนว่า “I am already sick of love, My very gentle Valentine.”

4. การให้ดอกไม้วัน วาเลนไทน์

เรามักจะเห็นการมอบดอกไม้ในวันวาเลนไทน์จนชินตาในปัจจุบัน แต่ความจริงแล้วการกระทำนี้มีมาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 17 แล้ว ย้อนไปในยุคกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 2 แห่งสวีเดน (King Charles II of Sweden) ทรงได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ภาษาดอกไม้ เป็นการจับคู่ดอกไม้ต่างกันที่มีความหมายเฉพาะ เมื่อคราวเสด็จประพาสเปอร์เซีย และได้นำประเพณีดังกล่าวกลับไปยังยุโรปด้วย ทำให้ต่อมาดอกกุหลาบสีแดงสดเป็นสัญลักษณ์ของความรักอันลึกซึ้งได้กลายเป็นกระแสนิยมในยุควิคตอเรียและวันวาเลนไทน์

5. สิ่งที่คนซื้อให้กันเยอะมากที่สุดในวัน วาเลนไทน์ ไม่ใช่ดอกไม้

หลายคนมักจะเข้าใจผิดคิดว่าดอกกุหลาบคือสิ่งที่ผู้คนมอบให้กันเยอะที่สุดในวันวาเลนไทน์ แต่ National Retail Federation ได้เปิดเผยว่า ปี 2020 ของขวัญที่ซื้อให้กันมากที่สุดคือเครื่องประดับ โดยสามารถคิดเป็นเงินได้ถึง 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

6. เลิฟเบิร์ดคือชื่อนก

วาเลนไทน์
ตำนานวาเลนไทน์
ของขวัญต้องห้ามวาเลนไทน์
วันวาเลนไทน์
Valentine

แม้เราจะได้ยินคำนี้จนชินหูว่าเป็นคำพูดที่เอาไว้เรียกกันติดปากสำหรับคู่รัก แต่จริง ๆ แล้วเป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ของนก Agapornis เป็นนกแก้วชนิดหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา สามารถพบได้ทั่วไปทางภาคตะวันออกและใต้ พวกมันมักเดินทางด้วยกันเป็นคู่ ๆ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคู่รักหลายคนจึงถูกเรียกว่า ‘เลิฟเบิร์ด’

7. มีการเฉลิมฉลองวัน วาเลนไทน์ แตกต่างกันไปทั่วโลก

หลายประเทศในลาตินอเมริกาเรียกวันหยุดนี้ว่า el día de los enamorados (วันแห่งความรัก) หรือ día del amor y la amistad (วันแห่งความรักและมิตรภาพ) แม้ว่าคู่รักจะแลกดอกไม้และช็อกโกแลตในวันนี้ แต่ส่วนใหญ่มักจะเน้นการแสดงความขอบคุณต่อเพื่อน ๆ มากกว่า

ในประเทศญี่ปุ่นผู้หญิงก็มีการมอบขนมให้กับผู้ชาย โดยคุณภาพของช็อกโกแลตจะเป็นจะบ่งบอกความในใจอันแท้จริงของพวกเธอ และในวันที่ 14 มีนาคม เดือนต่อมา ผู้ชายเองก็จะตอบแทนความรู้สึกที่ได้รับมาด้วยเหมือนกัน ซึ่งเรียกวันนี้กันว่า ‘วันไวท์เดย์’

8. กล่องช็อกโกแลตรูปหัวใจ

วาเลนไทน์
ตำนานวาเลนไทน์
ของขวัญต้องห้ามวาเลนไทน์
วันวาเลนไทน์
Valentine

กล่องรูปหัวใจที่เราเห็นกันทุกวันนี้ จริง ๆ แล้วถูกสร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ พ.ศ.2404 โดยริชาร์ด แคดเบอรี (Richard Cadbury) เขาได้คิดค้นวิธีการเพิ่มยอดขายของสินค้าด้วยการผลิตบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวขึ้นมาในช่วงวันวาเลนไทน์ใช้ชื่อว่า ‘Fancy Box’ 

ทุกวันนี้สามารถขายกล่องรูปหัวใจได้ถึง 36 ล้านกล่องต่อปี ซึ่งภายในนั้นบรรจุช็อคโกแลตมากกว่า 58 ล้านปอนด์เลยทีเดียว และกล่องเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการเฉลิมฉลองเทศกาลวันวาเลนไทน์ไป

9. การเขียนจดหมายถึงจูเลียต

วาเลนไทน์
ตำนานวาเลนไทน์
ของขวัญต้องห้ามวาเลนไทน์
วันวาเลนไทน์
Valentine

แน่นอนว่าหลายคนคงรู้จัก Romeo and Juliet เรื่องราวโศกนาฏกรรมความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ถูกประพันธ์โดย วิลเลียม เชกสเปียร์ กวีและนักเขียนบทชาวอังกฤษชื่อดังผู้มากความสามารถ โดยได้มีการนำบทละครเรื่องนี้ไปทำเป็นภาพยนตร์มากมายนับไม่ถ้วน ทำให้ผู้คนได้รับแรงบันดาลใจจนเกิดเป็นประเพณี การเขียนจดหมายถึงจูเลียต ขึ้นมา 

นอกจากนี้ ภาพยนตร์เรื่อง Letters to Juliet (2010) ได้มีการออกฉายไปยังทั่วโลก ทำให้ผู้คนได้รู้ว่าบ้านของจูเลียต (Juliet Capulet) หรือที่รู้จักกันในนาม Casa Di Giulietta อยู่ที่เมืองเวโรนา ประเทศอิตาลี ทุก ๆ ปีในวันวาเลนไทน์ ผู้คนมากมายจะบอกเล่าเรื่องราวความรักของพวกเขาผ่านตัวหนังสือส่งไปให้จูเลียต โดยจะมีอาสาสมัคร “Juliet Club” เป็นคนตอบกลับจดหมายทุกฉบับ 

10. วาเลนไทน์ เป็นชื่อเมือง

คุณอาจจะไม่แปลกใจที่มีเมืองชื่อนี้อยู่จริง ๆ บนโลกใบนี้ แต่ต้องตกใจเพราะดันมีอยู่ถึง 4 เมืองด้วยกัน! นั่นคือที่แอริโซนา, เนบราสกา, เท็กซัส และเวอร์จิเนียในประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้ง 4 รัฐต่างก็มีเมืองที่ชื่อว่า ‘วาเลนไทน์’ เป็นของตัวเอง แม้ว่าของเวอร์จิเนียจะเป็น ‘วาเลนไทน์ส’ ก็ตาม

10 ของขวัญต้องห้ามในวัน วาเลนไทน์

  1. นาฬิกา: เป็นสิ่งของที่ไม่ควรมอบให้แก่คนรักในวันวาเลนไทน์ เพราะมีความเชื่อว่าหากนาฬิกาหยุดเดิน ความสัมพันธ์ก็จะหยุดลงด้วยเหมือนกันค่ะ
  2. ผ้าเช็ดหน้า: เรามักจะใช้ผ้าเช็ดหน้าในการเช็ดน้ำตาซะส่วนใหญ่ ดังนั้น หากใครไม่อยากเสียน้ำตาก็ควรหลีกเลี่ยงการมอบสิ่งนี้เป็นของขวัญให้แก่คนรัก เพราะคุณอาจจะต้องใช้มันเสียเอง
  3. น้ำหอม: แน่นอนว่าสิ่งของชิ้นนี้เหมาะเป็นของขวัญให้แก่คนรักในวันวาเลนไทน์เป็นอย่างมาก แต่ว่าน้ำหอมนั้นเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนานก็จะกลิ่นจางลง เปรียบเสมือนความรักที่ค่อย ๆ เลือนหายไปนั่นเอง
  4. เข็มกลัด: มีบ้างที่หลายคนเลือกมอบเข็มกลัดให้แก่กัน นอกจากจะมีขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาง่าย ลายก็ยังน่ารักอีกด้วย แต่หารู้ไม่ว่าการมอบสิ่งนี้เป็นของขวัญนั้นจะทำให้เราถูกความรักทิ่มแทงจนเจ็บปวดเหมือนกับความแหลมคมของตัวเข็มกลัด
  5. ภาพวาดหรือรูปถ่าย: ผู้คนเชื่อว่าการมอบสิ่งของเหล่านี้ให้กับคนรักนั้นถือเป็นลางร้าย เพราะเหมือนเป็นการให้รูปไว้ดูต่างหน้าหรือคุณอาจจะต้องมองภาพพวกนั้นเพื่อระลึกถึงการจากไปของเขานั่นเอง
  6. รองเท้า: ไม่ควรซื้อรองเท้าเป็นของขวัญให้ใคร เพราะมีความเชื่อว่าอาจทำให้เกิดการแยกทางความสัมพันธ์หรือเลิกลากันไป ดังนั้น หากคุณต้องการมอบสิ่งนี้ให้คนรัก แนะนำให้พาคนรักไปเลือกซื้อเองดีกว่านะคะ 
  7. เสื้อผ้าสีดำ: เป็นที่รู้กันว่าเรามักจะใส่เสื้อสีนี้ไปงานอะไร ของขวัญชิ้นนี้จึงไม่เหมาะที่จะให้คนรักมากนัก เพราะคนโบราณเชื่อว่า หากเรามอบเครื่องแต่งกายสีดำให้ใครก็ต้องไปงานศพคนนั้น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กระโปรง กางเกง หรือผ้าคลุมก็ตาม
  8. เครื่องแก้วต่าง ๆ: เชื่อกันว่าหากสิ่งของชิ้นนี้ที่ถูกมอบให้แก่คนรักหล่นแตก ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็อาจจะแตกแยกเหมือนกันด้วย แต่ในอีกทางหนึ่ง เครื่องแก้วเป็นของที่มีกันอยู่ทุกบ้านอยู่แล้ว จึงไม่เหมาะสำหรับวันพิเศษอย่างวาเลนไทน์ค่ะ
  9. หวี: เราอาจจะสงสัยว่าทำไมของธรรมดาอย่างหวีที่ใช้ในกิจวัตรประจำวันไม่ควรให้คนรัก แต่เดิมเชื่อว่าหากมอบสิ่งนี้ใคร ความสัมพันธ์ของเขาและเราอาจจะต้องห่างกันเหมือนดังซี่หวี
  10. ของมีคม: แน่นอนว่าของมีคมย่อมอันตรายอยู่แล้ว สิ่งนี้จึงไม่เหมาะเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์อย่างยิ่ง เพราะอาจทำให้ผู้รับได้รับบาดเจ็บ มีภัย หรือโชคร้ายได้

สุดท้ายนี้ ผู้เขียนหวังว่าทุกคนจะได้รู้จักวันวาเลนไทน์มากยิ่งขึ้นไปอีก รวมไปถึงความเชื่อเกี่ยวกับของขวัญต้องห้ามที่ไม่ควรมอบให้แก่กันอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงแค่ความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านกันนะคะ อีกทั้งคุณค่าของความรักก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับของขวัญที่มอบให้แก่กัน แต่เป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นรักแบบแฟน ครอบครัว และเพื่อนก็ตาม

อ้างอิง

GOOD HOUSEKEEPING: 30 Fun Valentine’s Day Facts That Will Surprise You

National Geographic: Valentine’s Day wasn’t always about love

Independent News Network: 7 ความจริงเกี่ยวกับ “วันวาเลนไทน์” ที่คุณอาจไม่รู้

ไทยรัฐ ออนไลน์: 14 กุมภาพันธ์ ประวัติวันวาเลนไทน์ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

Sanook: ประวัติวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ Valentine’s Day

TBR NEWSMEDIA: Origins of the heart-shaped chocolate box

Mission To The Moon: ควันหลงวาเลนไทน์ ชวนเขียนจดหมายถึงจูเลียต

CULTURED CREATURES: VERONA: ตามรอย LETTERS TO JULIET ไปเยี่ยม “บ้านจูเลียต” ที่นครแห่งความรักเวโรน่า

BLT Bangkok: “จูเลียต” ตามรอยตำนานรักอมตะ รับวาเลนไทน์

Wongnai: 7 ของขวัญที่ไม่ควรให้ในวันวาเลนไทน์ ถ้าไม่อยากนก!

Sanook: 10 ของขวัญที่ไม่ควรซื้อให้คนรัก ในวันวาเลนไทน์

[block_content id=”25257″]

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *