ในโลกนี้เราไม่รู้ว่าทางเลือกที่เราจะเลือกมันเวิร์กหรือเปล่า แม้เรา ‘เปลี่ยน’ ก็ไม่มีอะไรการันตีว่าเราจะประสบความสำเร็จในจุดหมายนั้น

ครั้งแรกที่เกริ่นต่อหลายคนว่าอยากแปลงานของแฮร์มานน์ เฮสเซอ นั้น ไม่มีใครคิดว่าเราจะแปล สเตปเปนวูล์ฟ แต่เมื่อเราประกาศ (เบาๆ) ออกไปว่าเราจะแปลเล่มนี้ พี่เชื้อที่เคารพท่านหนึ่งถึงกับตบเข่าอุทานว่า “มึงคิดยังไงของมึง!”

ศวา เวฬุวิวัฒนา ผู้เขียน “ความตายของหญิงสาว” นักเขียนรุ่นใหม่ที่เริ่มมีผลงานปรากฏขึ้นในบรรณภิภพ นี่คือห้าสิ่งเกี่ยวกับนักเขียนที่จะทำให้ผู้อ่านรู้จักเขามากขึ้น

นิยายเรื่องนี้เล่าเรื่องย้อนความหลังจากความทรงจำ สลับกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ตัวเรื่องจะค่อยๆ เผยออกมาทีละนิด ตั้งแต่เหตุการณ์ในอดีต และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปัจจุบัน เงื่อนปมของทั้งเรื่องถูกขมวดลงในตอนจบ

“Steppenwolf—หมาป่าผู้โดดเดี่ยว” เป็นการต่อสู้ภายในของวิญญาณสองดวงที่อยู่ในร่างเดียวกัน เป็นเรื่องราวที่ค้นหาตัวตน ชีวิต สังคม วัฒนธรรม ศาสนา เป็นการต่อสู้ระหว่างยุคเก่ากับยุคใหม่ แฮร์รี่ คือชายที่กำลังเผชิญหน้ากับรอยต่อนี้

ในปี 2563 เม่นวรรณกรรมจะครบรอบ 20 ปี จึงอยากเชิญชวนอ่าน ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของสำนักพิมพ์เล็ก ที่รวบรวมเรื่องความเป็นมาของแวดวงวรรณกรรม ตั้งแต่เริ่มการก่อตั้งสำนักพิมพ์ จนไปถึงบรรยากาศแวดล้อมของแวดวงวรรณกรรม

ตอนที่นิยายเรื่องนี้ออกมาใหม่ๆ นักอ่านต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่ามันเป็นงานเขียนถึงเรื่องราวอันไร้ประโยชน์ ไม่มีสาระ (absurd) หากเทียบกับเรื่องราวชีวิตของพาย พาเทล และเสือเบงกอล กลางทะเลใน Life of Pi

ฮารุกิ มูราคามิ ถือเป็นไอคอนของยุค 90 ด้วยการนำเอา pop culter มานำเสนอผ่านนิยาย โดยมีดนตรีที่เขาชื่นชอบเป็นหัวหอกในการทะลวงหัวใจของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นเพลงพ๊อพ ร็อค แจ๊ซ รวมถึงดนตรีคลาสสิก

ในนิยายความตายถูกจัดฉากขึ้น ผู้อ่านจะรู้ว่ามุมมอง (Point of View) ของเรื่องเล่ามีข้อจำกัดในตัวเองเสมอหากเล่าด้วยบุคคลที่หนึ่ง แม้ว่าผู้เขียนอยากให้ผู้เล่าตายๆ ไปเสียจากในโครงเรื่อง แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเรื่องเล่าจะสูญหายไป เพราะ “ความตาย” ของผู้เล่า เช่นเดียวกับการเพิกถอนอัตภาวะ (ตัวตน) โดยสมบูรณ์